จะดีกว่ามั้ย? ถ้าสามารถ “เปลี่ยนลูกค้าขาจร เป็นลูกค้าขาประจำ” ได้ด้วย ระบบสมาชิก CRM

ระบบสมาชิกร้านอาหาร

จะดีกว่ามั้ยถ้าสามารถ
‘เปลี่ยนลูกค้าขาจร เป็นลูกค้าขาประจำ’
ได้ง่าย ๆ ด้วย ระบบสมาชิก CRM

โดยปกติหากพูดถึงคำว่า “ลูกค้า” ไม่ว่าจะธุรกิจหรือร้านค้าใด มักจะมีการจัดแบ่งประเภทของลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ลูกค้าขาประจำที่เป็นหน้าเก่ามาตลอดไม่เคยหายไปไหน กับ อีกกลุ่มที่เป็นลูกค้าขาจร มาครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีก ซึ่งหากร้านอาหารของเรามีลูกค้าขาประจำอยู่แล้วก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าสัดส่วนของร้านอาหารเรามีลูกค้าขาจรจำนวนมากกว่า แสดงให้เห็นว่า การที่จะเพิ่มยอดขายได้นั้น คงต้องหันมาโฟกัสกันแล้วว่าจะทำอย่างไรดีให้ลูกค้าที่มาครั้งเดียวหรือที่เรียกว่า ลูกค้าขาจร กลับมาอีกครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 จนในที่สุดเปลี่ยนมาเป็นขาประจำให้ได้ เพียงเท่านี้ยอดขายและกำไรก็จะเพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย โดยเจ้าของธุรกิจส่วนมากมักจะประโคมทำการตลาด ลงสื่อประชาสัมพันธ์ โฆษณาจูงใจลูกค้าใหม่เยอะมาก แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในส่วนที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านั้นเป็นเพียงระยะสั้นที่อาจจะก่อให้เกิดลูกค้าขาจรเพิ่มอีกก็เท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วการจะแก้ปัญหานี้ เราจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับการทำ ระบบสมาชิก CRM หรือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้านั่นเอง ในส่วนของรายละเอียดว่ามันคืออะไร มีวิธีอะไรบ้าง บทความนี้จะมาให้คำตอบ

ระบบสมาชิก ร้านอาหาร FoodStory CRM

ระบบ CRM คืออะไร จะเปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็นขาประจำได้อย่างไร

การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า หรือ CRM (Customer Relationship Management) เป็นวิธีการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าให้คงอยู่กับเราในระยะยาว จนเกิดเป็นความภักดีต่อแบรนด์ ทำให้ไม่เปลี่ยนใจไปใช้ใช้สินค้าหรือบริการจากธุรกิจคู่แข่งขันเรา หากเปรียบให้เข้าใจง่ายๆ คือ การที่เราดูแลลูกค้าเหมือนเป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง ที่เราจะดูแลเอาใจใส่ รู้ใจว่าชอบอะไร ส่งมอบแต่สิ่งที่ดี ให้ความช่วยเหลือ ไปจนถึงแก้ไขปัญหาให้นั่นเอง แต่การทำ ระบบสมาชิก CRM โดยไม่มีเครื่องมือเทคโนโลยีมาประกอบคงเป็นการยากลำบากมาก เนื่องจากจำเป็นจะต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะมาช่วยให้รู้จักลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเอาชนะใจกลุ่มเป้าหมายทั้งลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า รวมไปถึงการนำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนการตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า จนเกิดความพึงพอใจ ซึ่งจะนอกจากจะช่วยในการเพิ่มยอดขาย ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ระบบสมาชิกร้านอาหาร

เทคนิคดูแลรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

หัวใจสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ กับ ลูกค้าที่จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่

1.นำเสนอบริการอันน่าประทับใจ

การสร้างความประทับใจที่ดี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ครองใจลูกค้าได้อย่างดี จนอยากกลับมาซื้อซ้ำ เช่น ความรวดเร็วทันใจ โดยธุรกิจร้านอาหารเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการ ทำให้ความรวดเร็ว หรือใช้ระยะเวลาในการรอน้อยๆ ถูกจัดเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังเป็นอันดับต้นๆ นั่นเอง หากสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้ ก็ถือเป็นแต้มต่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจได้อย่างง่ายดาย

2.ให้คำมั่นสัญญาแล้วต้องทำได้จริง

การรักษาสัญญา แสดงถึงความจริงใจที่เรามีต่อลูกค้าเสมอ เพราะปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารก็มีเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เยอะแยะมากมาย แต่สิ่งที่จะทำให้เราแตกต่างและน่าจดจำมากกว่า คือ การให้คุณค่าลูกค้ามากกว่าเจ้าอื่นๆ ดังจะเห็นได้ก็หลายครั้งที่คนยอมจ่ายเงินแพงๆเพียงเพราะบริการที่ดีกว่า ใส่ใจมากกว่า ทำตาสัญญาที่ให้ไว้ได้จริง เช่น มีการชดเชยจริง เมื่อทางร้านจัดส่งอาหารให้ได้ไม่ทันตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนดเอาไว้ เป็นต้น

3.ใส่ใจมากกว่าการขาย

การรับฟังความต้องการของลูกค้า รับฟังความคิดเห็น ทั้งคำติและคำชม นอกจากจะสามารถช่วยให้นำความคิดเห็นเหล่านั้นไปปรับปรุงแก้ไข หรือพัฒนาต่อยอดให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่เรามีต่อลูกค้าว่าลูกค้ารู้สึกอย่างไร มีปัญหาต้องการให้ช่วยแก้ไขตรงไหน หากเราสามารถนำไปปรับและแก้ไขให้ได้ ก็จะทำให้ลูกค้า เกิดความประทับใจและเชื่อมั่นจนอาจนำไปสู่การเป็นลูกค้าขาประจำได้

ระบบสมาชิก ร้านอาหาร FoodStory CRM

แนะนำ FoodStory CRM ระบบจัดการสมาชิก สำหรับธุรกิจร้านอาหาร

สำหรับเจ้าของร้านอาหารหากอยากบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า สามารถเริ่มทำ CRM ด้วย FoodStory CRM ระบบจัดการสมาชิก สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกค้าใหม่มาใช้บริการ โดยจะเก็บรายละเอียดลูกค้าให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล พฤติกรรมรายบุคคล เช่น ชอบนั่งทานที่ร้านหรือชอบสั่งกลับบ้าน เมนูประเภทไหนที่ชื่นชอบ เป็นต้น เพื่อนำไปใช้วางแผนสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอีก รวมไปถึงช่วยในการเพิ่มยอดขายต่อบิล จากข้อมูลที่มี ในการแนะนำโปรโมชันที่อาจจะโดนใจ ทำให้เกิดการสั่งซ้ำ สั่งเพิ่มได้ง่ายขึ้น นอกจากกนี้ยังสามารถช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ทางการตลาด สร้างโปรโมชันที่สื่อสารตรงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ ส่งผลต่อดีต่อการเพิ่มยอดขายอีกด้วย

ซึ่ง FoodSory CRM มีฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเรียนรู้ และรู้จักลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยระบบ Membership tier 

Membership Tier คืออะไร? Membership Tier คือฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดลำดับลูกค้าของคุณได้ด้วยระดับสมาชิก อีกทั้งยังสามารถสร้างโปรโมชั่น และส่งกลับไปหาลูกค้ารายบุคคลได้อีกด้วย เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และสร้างโอกาสให้เกิดการขายได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่ม Tag ลูกค้ารายบุคคล เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ทั้งพนักงานและเจ้าของร้านเอง จะรู้ได้ตั้งแต่หน้าแรกที่เห็นชื่อสมาชิก ว่าคนคนนี้จัดอยู่ใน Tag ไหน ชอบทานอะไร ควรให้สิทธิพิเศษอะไรแก่ลูกค้าท่านนั้น จึงทำให้ พนักงานสามารถแจ้งโปรโมชั่นที่เหมาะสมแก่ลูกค้าได้ง่าย

ดังนั้นหากอยากจะทำให้ลูกค้าขาจรที่มาครั้งเดียวแล้วจากไปเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าขาประจำสนิทกันจนจำได้ เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย เอากำไรที่ยั่งยืน จะเห็นได้ว่าการทำ CRM เพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เจ้าของร้านอาหารควรศึกษาหาความรู้และนำไปปรับใช้ โดยปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ ช่วยในการทุ่นแรง อย่าง FoodStory CRM ระบบจัดการสมาชิก ก็เป็นอะไรที่สะดวกและง่ายต่อการเข้าถึงไม่ใช่น้อย

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อรับคำปรึกษาการใช้งานระบบ FoodStory POS และ Wongnai POS ได้ที่นี่เลย! 


FoodStory POS ระบบจัดการร้านอาหาร

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิก

คลิกเพื่อโทรติดต่อฝ่ายขาย

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

เคล็ด(ไม่)ลับ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ บริหารอย่างไรให้ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่ง!

เคล็ด(ไม่)ลับ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์
บริหารยังไงให้ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่ง!

หนึ่งในเทรนด์ร้านอาหารมาแรงไม่แพ้คาเฟ่คงต้องยกให้ ‘ร้านบุฟเฟ่ต์’ อิ่มคุ้มอร่อยครบจ่ายจบลูกค้าฟินจุก ๆ แต่ผู้ประกอบการก็อาจจุกได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าไม่มีการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้ FoodStory POS เลยขอมาแชร์เคล็ด(ไม่)ลับ กับ การ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ บริหารอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในความคุ้ม แต่ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่งได้อีก!

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

1) บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ทั้งเมนูและค่าใช้จ่ายแบบรายวัน

จุดเด่นของการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์คือ สามารถวางแผนและปรับเปลี่ยนเมนูได้แบบวันต่อวัน (กว่า 35-60% ของรายจ่ายแต่ละวันมาจากต้นทุนอาหาร) หากเมนูไหนไม่โดนใจก็เปลี่ยนได้ หรือหากเมนูไหนอยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตราคาไม่สูง ก็น่าหยิบมาวางให้ลูกค้าได้เลือกทานสลับกับเมนูอื่นได้เหมือนกัน เพราะงั้นเรื่องบริหารการตัดต้นทุนให้ทุกเมนูในแต่ละวัน รวมกันแล้วสามารถสร้างกำไรได้คงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีระบบ FoodStory POS หรือทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายเป็นประจำ ป้องกันการรั่วไหลของต้นทุน และสอดคล้องกับจำนวนลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอุดหนุน

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

2) วางมาตรการลดโอกาสสิ้นเปลือง

เมื่อลูกค้าก้าวเข้าร้านบุฟเฟ่ต์ สิ่งที่พวกเขาคิดคือ วันนี้จะเอาชนะร้านบุฟเฟ่ต์ให้ได้หลังจากไม่ได้แวะมานาน แต่บางครั้งก็วางแผนพลาดไปนิดทำให้ตักหรือสั่งอาหารมาเหลือทิ้ง หากบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ไม่ดี ขาดมาตรการจัดการลูกค้าที่สั่งอาหารแล้วเหลือทิ้งก็จะสร้างภาระให้ทางร้านมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการสิ้นเปลืองงบและอาหาร (ไม่ใช่แค่เคสเดียวแน่นอน), การกำจัดขยะเหลือทิ้ง ไปจนถึงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะงั้นเลยอาจวางมาตรการลดโอกาสเกิดการสิ้นเปลืองอาหารเหลือทิ้ง เช่น หากสั่งมาเหลือทิ้งต้องจ่ายค่าปรับ, ให้บริการแบบสั่งแล้วใส่แบบพอดีคำในแต่ละถาดประมาณ 3-5 ชิ้น เป็นต้น

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

3) ลดต้นทุน แต่ไม่ลดคุณภาพ

อย่ายึดติดกับคำว่า ลดต้นทุน จนทำให้คุณเผลอตัดคุณภาพตามไปด้วย เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่า ขาดทุน (ทั้งที่เหตุผลในการเลือกมาร้านบุฟเฟ่ต์ของลูกค้าคือ คุ้มค่า ให้เลือกหลากหลาย อยากกินต้องได้กิน!) จะสังเกตได้ว่า สมัยนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์ให้เลือกเยอะมาก หลากหลายราคาตั้งแต่ไม่ถึงร้อยไปจนถึงหลักพัน แต่ถึงบางร้านจะมีค่าบริการราคาสูงก็ยังมีคนนิยมทานกันจนแน่นร้าน เพราะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังการซื้อ ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงานที่มีกำลังซื้อนิยมทานบุฟเฟ่ต์ที่มีคุณภาพมากกว่าราคาถูกอย่างเดียว แต่คุณภาพด้อยกว่าจนรู้สึกทานแล้วไม่คุ้ม

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

4) วัตถุดิบราคาแพงให้วางด้านในหรือเติมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษ

ด้วยความที่การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์จะเป็นลักษณะการผสมผสานระหว่างของราคาแพงบ้าง ถูกบ้างสลับกันไปแล้วมาเฉลี่ยหากำไรกันอีกครั้ง ในส่วนของวัตถุดิบราคาแพงที่เอามา กระตุ้นให้ลูกค้าเข้าร้านอาจวางไว้ด้านในสุดให้ลูกค้าไล่เรียงหยิบคละกันไปแทนที่จะมุ่งตรงมาหาของแพงเพียงอย่างเดียว หรือหากมีจำนวนจำกัดจริงๆ อาจเติมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษมีการเติมสต๊อกลงพื้นที่ให้ตักเป็นรอบแทนการวางติดกับถาดให้เติมได้ตลอดก็จะลดต้นทุนวัตถุดิบลงได้อีกเล็กน้อย

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

5) ให้บริการน้ำเปล่าฟรีและหมั่นให้บริการเติมแก้วตลอด

สำหรับลูกค้าเวลาทานอาหารปริมาณมากจะต้องดื่มน้ำลดอาการฝืดคอ ซึ่งเป็นผลดีกับการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ เพราะระหว่างที่จิบน้ำลูกค้าจะรู้สึกอิ่มไวมากขึ้น อีกหนึ่งเคล็ด(ไม่)ลับที่ FoodStory อยากแนะนำคือ ให้บริการน้ำเปล่าฟรีแล้วหมั่นเติมน้ำลงแก้วลูกค้าตลอด ก็จะช่วยให้ลูกค้าทานในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายไม่อัดหรือแน่นจนเกินไป และค่าใช้จ่ายน้ำเปล่าสะอาดที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำภายในร้านอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนเยอะแต่อย่างใด

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

6) เก็บข้อมูลการบริโภคของลูกค้าแล้วมาปรับแผนตลอด

การบริหารบุฟเฟ่ต์อาจคาดเดาะไม่ได้ว่า แต่ละวันลูกค้าจะทานอะไร อย่างไร จำนวนเท่าไหร่บ้าง แต่การเก็บข้อมูลสมาชิก การบริโภค สต๊อกวัตถุดิบภายในร้าน และอื่นๆ ทั้งหมดจะทำให้มีคลังข้อมูลขนาดใหญ่เพียงพอกับการนำไปประมวลผลวิเคราะห์ก่อนจะนำมาปรับแผนการคัดสรรวัตถุดิบ พนักงาน และการให้บริการแบบเรียลไทม์ได้ทุกวัน เหมาะกับการพัฒนาการให้บริการภายในร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สุด ๆ

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

7) ให้บริการอย่างรวดเร็วทันใจ

ไม่ว่าจะร้านอาหารทั่วไป คาเฟ่ หรือแม้แต่การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ก็ตาม การให้บริการอย่างรวดเร็วทุกขั้นตอนตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้าร้าน รับออเดอร์ เสิร์ฟ ไปจนถึงชำระเงิน จะช่วยลดเวลา และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากที่นั่งว่างเหล่านั้น แทบทุกร้านเลยกำหนดให้ลูกค้าสามารถเลือกทานอาหารตามแพ็กเกจได้ในระยะเวลาจำกัด (รวมถึงอบรมให้พนักงานต้องทำงานแบบมีประสิทธิภาพ ด้วยความรอบคอบ และรวดเร็วเท่าที่จะทำได้)

นอกจากเคล็ด(ไม่)ลับเกี่ยวกับการ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ แล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ‘ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS’ จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการปรับระบบให้รองรับการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์มากขึ้น เช่น


เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

  • มีระบบ Inventory ที่ช่วยจัดการสต็อกได้อย่างละเอียด สามารถเปิดใบ PR PO GR และตัดสต๊อกได้อย่างแม่นยำ
  • ระบบ POS จัดการร้านค้า ให้บริการสะดวกด้วย iPad สูงสุด 5 เครื่อง
  • ลูกค้าสามารถใช้ Mobile Order สแกนสั่งอาหารเองได้เพื่อประหยัดเวลาและรวดเร็ว
  • พนักงานสามารถใช้ Mobile Staff ( Android ) รับออเดอร์เอง เปิดโต๊ะเอง สั่งอาหารเองได้
  • ระบบจัดรูปแบบโต๊ะภายในร้านตาม Layout จริง เพื่อลดข้อผิดพลาด
  • ระบบจัดการเปิด-ปิด เมนูได้แบบเรียลไทม์
  • ระบบจัดการคิว และระบบจับเวลาเข้ารับบริการ
  • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้อย่างง่ายดาย
  • รองรับการชำระเงินหลากหลายช่องทาง ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการสแกน QR Code จากสมาร์ทโฟน
  • ระบบรายงานยอดขายและผลเชิงลึก สามารถวิเคราะห์ต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขายและกำไรมากขึ้น

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ ในยุคปัจจุบัน อาจจะพบเจอปัญหาในเรื่องของต้นทุน ค่าใช้จ่าย ที่เป็นยอดค่อนข้างสูง FoodStory POS สามารถช่วยลดต้นทุน ลดความผิดพลาด ในการรับออเดอร์ได้ด้วยระบบสแกนสั่งอาหาร Mobile Order ที่จะช่วยให้พนักงานเหนื่อยน้อยลง และประหยัดเวลาในการรับลูกค้าอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อรับคำปรึกษาการใช้งานระบบ FoodStory POS และ Wongnai POS ได้ที่นี่เลย! 


FoodStory

FoodStory POS ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี คลิก!

เพิ่ม FoodStory เป็นเพื่อนใน LINE เพื่อปรึกษาฟรี: https://lin.ee/zAdDsCr

6 เทคนิค เปิดคาเฟ่ พร้อมเหตุผลที่ต้องมี ระบบ POS

บริหารร้านคาเฟ่

6 เทคนิค เปิดคาเฟ่ และบริหารร้านกาแฟ
พร้อมเหตุผลที่จำเป็นต้องมี ระบบ POS

ในยุคที่การ เปิดคาเฟ่ นั้นแข่งขันกันอย่างหนัก ถ้าไม่รุ่งก็ร่วงได้เลยทีเดียว หนึ่งในความสำคัญที่เจ้าของกิจการควรใส่ใจนอกจากคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการตกแต่งโดยรอบแล้ว เทคนิคการบริหารจัดการก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมก่อนเริ่มต้นดำเนินธุรกิจร้านคาเฟ่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทุกคนที่มีความฝันอยากเปิดร้านคาเฟ่ของตัวเองหรือกำลังเปิดอยู่และต้องการนำเทคนิคของ FoodStory ไปปรับใช้สามารถติดตามได้ในบทความนี้

เปิดคาเฟ่

ทำความเข้าใจอุปสรรคพื้นฐานของการเปิดร้านคาเฟ่

รู้เขารู้เรารบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้งยังคงใช้ได้เสมออย่างการเปิดร้านคาเฟ่ก็เช่นกัน ถ้าจำเป็นต้องเข้าใจอุปสรรคพื้นฐานของการบริหารก่อนการ เปิดคาเฟ่ อย่างในเรื่องของจำนวนคู่แข่งในตลาด หรือพื้นที่ที่เราจะเข้าไปแข่งขันหากมีเยอะมาก ก็หมายความว่าลูกค้าสามารถเพิ่มตัวเลือกในการตัดสินใจบริโภคได้มากขึ้นเช่นกัน เราจะบริหารยังไงให้จุดอ่อนของการเปิดร้านคาเฟ่หายไป และมีจุดแข็งเหนือร้านอื่น เช่น

  • การวางบริการระบบให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  • การเก็บข้อมูลการบริโภคของลูกค้าอย่างเป็นระบบสามารถหยิบมาใช้ต่อยอดพัฒนาเมนูและการบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
  • ฯลฯ

เปิดคาเฟ่

ปรับสมดุลความต้องการระหว่างคุณ พนักงาน และลูกค้า

แน่ล่ะว่า ความตั้งใจแรกในการเปิดร้านคาเฟ่ล้วนมาจากความหลงใหลของคุณ แต่หลังจากเปิดร้านได้จริงเมื่อไหร่ เราจะยึดความต้องการของคนเดียวหรือผู้ก่อตั้งกลุ่มเล็ก ๆ มาเป็นจุดมุ่งหมายอย่างเดียวไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุลจากความต้องการสามส่วนคือ ความต้องการของคุณ พนักงานในองค์กร และลูกค้าให้เจอก็จะวางแผนบริหารจัดการภายในร้านคาเฟ่ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอแก่ลูกค้า

เปิดคาเฟ่

บริหารกำไรจากการควบคุมต้นทุน

ในยุคที่ผลิตผลในตลาดมีราคาสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ของผู้คน การจะเปิดร้านคาเฟ่ให้กำไรสามารถไปถึงจุดที่ตนเองมุ่งหวังได้ง่ายขึ้นก็คือ การควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงตามท้องตลาดจากการวางแผนสต๊อกล่วงหน้าให้ทราบว่า ต้องปรับลดหรือเพิ่มในส่วนไหน หากมีวัตถุดิบไหนใกล้หมดจะได้เตรียมทันเวลา ไม่ต้องเร่งรีบหาจนพลาดไปเจอสินค้าราคาแพง แล้วลดกำไรให้ต่ำลงไปอีก

บริหารร้านคาเฟ่

วางแผนส่งเสริมการขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์

แม้สเน่ห์ของการเปิดร้านคาเฟ่จะเป็นการพบปะลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุนทางหน้าร้านแบบออฟไลน์ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าช่องทางออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญกับกิจการหลากหลายประเภทในปัจจุบันไม่เว้นแม้แต่การเปิดร้านคาเฟ่ เพราะทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างสะดวกสบายเพิ่มยอดขายและกำไรในแต่ละวันให้มากขึ้นได้มากกว่าการขายหน้าร้านเพียงช่องทางเดียว

บริหารร้านคาเฟ่

มากกว่าบริหารร้านคือ บริหารคน

ความยากของการเปิดร้านคาเฟ่ไม่ใช่แค่การบริหารร้านให้เป็น แต่ต้องบริหารคนให้เก่งด้วย เพราะกุญแจสำคัญที่ร้านคาเฟ่ของคุณจะชนะใจลูกค้าได้มักมาจาก ‘พนักงาน’ ไม่ว่าจะเรื่องการทำอาหารและเครื่องดื่มให้ถูกใจลูกค้า, รักษาคุณภาพของการให้บริการ การเก็บข้อมูลจากลูกค้ามาพัฒนาต่อ หรือการจัดการเรื่องต่างๆ ภายในร้านของคุณ ฯลฯ เลยเป็นโจทย์สำคัญว่า จะบริหารคนอย่างไรให้ก้าวไปพร้อมกับร้านของคุณและสามารถพาให้ร้านของคุณไปไกลกว่าเดิมได้ เพราะคาเฟ่บางร้านมีแนวคิดที่ว่า เปิดร้านคาเฟ่หาพนักงานไม่ยาก แต่ความจริงแล้วการขาดแคลนพนักงานและต้องหาใหม่เรื่อย ๆ ทำให้คาเฟ่ต้องหยุดชะงัก และพัฒนาได้ช้ากว่าคาเฟ่ที่รักษาพนักงานให้อยู่ได้นาน Foodstory เลยขอแนะนำให้หาวางแผนบริหารคนด้วย เช่น

  • จัด Coffee Talk ชิมเครื่องดื่มแล้วมานั่งคุยกัน เสริมสร้างความเป็นทีมและให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการเสนอเนื้อหาน่าสนใจ เพื่อพัฒนาการให้บริการและเมนูต่างๆ ตามโอกาส
  • ตั้งทีมที่มีปริมาณและคุณภาพเหมาะกับร้านของคุณ โดยไม่จัดให้มีคนมากเกินไปจนแน่นร้านหรือน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอกับการให้บริการทุกช่วงเวลาขณะร้านเปิดทำการ
  • เสริมพลังบวกให้แก่พนักงานด้วยคำชมหรือรางวัลตอบแทนบ้าง เช่น จัดประกวดเมนูสร้างสรรค์สำหรับให้บริการเฉพาะภายในร้านคาเฟ่นั้น, จัดงานฉลองให้พนักงานตามโอกาสพิเศษ, จัดหาสวัสดิการดีๆ ตามความเหมาะสม เป็นต้น

เปิดคาเฟ่

วางระบบอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นตัวช่วยภายในร้านเท่าที่จะทำได้

ด้วยความที่การเปิดคาเฟ่ก็เป็นการเปิดร้านอาหารประเภทหนึ่ง แน่นอนว่า จะมี Golden Time หรือช่วงเวลาพีคที่ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการจำนวนมากเป็นพิเศษ จนพนักงานที่เรามีจำกัดทำงานเกือบไม่ทัน, สต็อกวัตถุดิบจำนวนมหาศาลที่ต้องคอยระวัง ทั้งจำนวนไม่พอหรือวันหมดอายุอันใกล้ หรือ การจัดระเบียบออเดอร์จากหลากหลายช่องทางในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นต้น การวางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือที่มีโปรแกรมอัตโนมัติภายในร้านเท่าที่จะทำได้เลยเป็นคำตอบที่น่าสนใจสำหรับการเปิดร้านคาเฟ่ เช่น

‘ ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS ’ จัดการและตรวจสอบอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเปิดร้านคาเฟ่กี่สาขาก็หายห่วง เพราะ …

    • จัดการง่ายทุกยอดขายและเมนู ทั้งการเปิดบิล บันทึกข้อมูล คำนวณยอดขาย รายรับ-รายจ่ายเป็นระบบ
    • รับชำระเงินได้ง่าย รองรับการชำระหลายรูปแบบ เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและปิดการขายได้ไวขึ้น
    • ระบบ Inventory ตัดสต็อก บริหารคลังวัตถุดิบ ไม่ว่าจะมีวัตถุดิบหรือสินค้าภายในร้านมหาศาลขนาดไหน ก็จัดการได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดใบ PR PO GR ได้
    • มีระบบ Sale Report รายงานการขาย และข้อมูลเชิงลึกให้เห็นเป็นภาพเข้าใจง่ายขึ้น แม้เปิดร้านคาเฟ่มือใหม่ก็ใช้ได้สบาย
    • เชื่อมต่อเดลิเวอรี่ เพิ่มช่องทางการขายได้มากขึ้น
    • มีระบบ Sale Channel ที่จะช่วยบันทึกรายงารการขายจากช่องทางอื่นๆเพิ่มเติมได้
    • ระบบสมาชิก CRM ที่สามารถวิเคราะห์โปรโมชั่นได้อย่างแม่นยำ
    • เชื่อมต่อ ระบบสมาชิก ผ่าน FoodStory POS ได้โดยตรง
    • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้อย่างง่ายดาย
    • สามารถ Hold บิลค้างไว้เพื่อรอชำระภายหลังได้
    • ชำระเงินผ่าน Dynamic QR Payment ท้ายใบแจ้งหนี้
    • มีระบบจัดการคิวในตัว

การเปิดร้านคาเฟ่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่การจะทำให้ร้านคาเฟ่ของคุณเข้าไปครองใจลูกค้าให้แวะเวียนมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องในยุคที่มีคู่แข่งจำนวนมหาศาลกลับไม่ใช่เรื่องง่าย FoodStory เลยขอฝากให้ผู้ประกอบการทุกท่านลองนำ 6 เทคนิคที่เรานำมาฝากในบทความนี้ไปลองปรับใช้กัน


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

เปิดคาเฟ่ Wongnai POS FoodStory POS

ระวัง! ขยายสาขาร้านอาหาร เร็วเกินไปอาจถึงขั้น ‘เจ๊ง’!!

ขยายสาขา

สงสัยบ้างไหม ขยายสาขาร้านอาหาร ทำให้ขายดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่?

เสียงเตือนสติยอดฮิตจาก TikTok ต้องเข้าแล้วล่ะ สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่คิดไวใจร้อน ที่อยากรีบ ขยายสาขาร้านอาหาร เร็ว ๆ โกยกำไรเข้ากระเป๋าแบบคู่แข่งตามไม่ทัน แต่ดันไม่ระวังและขาดความรอบคอบจนตัดสินใจ ผิดพลาดเสี่ยงเกิดสารพัดปัญหาตามมา FoodStory POS ขอเตือนว่า ถึงขั้น ‘เจ๊ง’ ได้เลยนะ จากเหตุการณ์เหล่านี้

การขยายสาขาร้านอาหาร

1) ขาดประสบการณ์บางอย่างไป

การเริ่มต้นขยายสาขาร้านอาหารเร็ว ไม่ใช่ผลดีเสมอไป อย่างน้อยคงเปรียบได้กับเด็กเรียนเก่งที่สามารถสอบข้ามชั้นแบบก้าวกระโดดได้ แม้จะมีข้อดีที่ประหยัดระยะเวลาให้เติบโตฉับไว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ประสบการณ์หรือบทเรียนบางอย่างที่หาไม่ได้ในคอร์สเรียนหรือตามตำราหายไป ทำให้หากเกิดข้อผิดพลาดกับธุรกิจร้านอาหารของคุณสาขาใดสาขาหนึ่งในอนาคตก็อาจไม่ได้มีการเตรียมพร้อม และขาดประสบการณ์ในการรับมืออุปสรรคเหล่านั้นได้เหมือนกัน

การขยายสาขาร้านอาหาร

หนึ่งในสาเหตุของการ ขยายสาขา ร้านอาหารรวดเร็วเกินไปมักมาจากการฟังแต่เสียงของตนเอง ปัญหาอีกประการที่ตามมาเลยเป็นเรื่องขาดการฟังเสียงของกลุ่มเป้าหมาย เพียงเจอลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนเข้ามาทักทายอุดหนุนเล็กน้อย ก็คิดไปแล้วว่ามาถูกทาง ทั้งที่ความจริงแล้วยังไม่สามารถหาฐานลูกค้ากลุ่ม Loyalty Customer ผู้ภักดีในธุรกิจร้านอาหารของคุณที่จะช่วยชี้ทางสว่างหากลยุทธ์มาผลักดันให้ร้านเติบโตได้เลย การไม่เคยฟังเสียงของลูกค้าที่แท้จริงแบบเชิงลึกนี่ล่ะที่ปลายทางอาจกลายเป็นคำว่า ‘เจ๊ง’ ได้

ขยายสาขา

3) พนักงานเติบโตไม่ทันการขยายสาขาร้านอาหาร

เพราะงานบริการอย่าง ‘ร้านอาหาร’ มักจำเป็นต้องใช้พนักงานจำนวนมาก แน่นอนว่า คนเยอะปัญหาเยอะ ยิ่งขยายสาขาด้วยแล้วยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังจากตัดสินใจขยายสาขาร้านอาหาร หากไม่ได้วางแผนและเตรียมตัวให้พร้อมก็อาจเกิดปัญหาได้ อาทิเช่น

  • สัดส่วนการทำงานของพนักงานแต่ละคนจะเป็นอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลง (ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้น)
  • การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนจำนวนงานอย่างรวดเร็วมักส่งผลกระทบถึงคุณภาพของการทำงานแน่นอน
  • งานที่เพิ่มขึ้นมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ (หากไม่เพิ่มเงินให้พนักงานคงไม่โอเคแน่นอนต้องเตรียมใจรับมือระหว่างลูกน้องขอออกหรือไม่ยอมให้ความร่วมมือ)
  • การเตรียมความพร้อมในการเทรนเพิ่มเติมทุกตำแหน่ง ตั้งแต่หัวหน้าถึงลูกน้องในทีม ยิ่งเตรียมช้ายิ่งมีโอกาสชะงักนาน

การขยายสาขาร้านอาหาร

4) ลดโอกาสได้ร่วมธุรกิจกับพาร์ทเนอร์มืออาขีพ

ธุรกิจร้านอาหารสมัยนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวแบบสมัยก่อนที่ลงมือเองตั้งแต่เริ่มต้นจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้าเองทั้งหมดแบบ 100% แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่า มีการจับมือเป็นพาร์ทเนอร์ยกระดับการให้บริการดึงลูกค้ามาสนับสนุน 2-3 องค์กรได้ในคราวเดียวกัน เพราะงั้นการเริ่มต้นไวในจังหวะที่ไม่ใช่ก็จะลดโอกาสได้ร่วมธุรกิจกับพาร์ทเนอร์มืออาชีพด้วย เหมือนพบคนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ใช่นั่นล่ะ น่าเสียดายใช่ไหมล่ะ

ขยายสาขา

5) เงินทุนหมุนเวียนมีไม่เพียงพอ

กระแสเงินสดก็เหมือนกระแสเลือดจำเป็นต้องไหลเวียนหล่อเลี้ยงธุรกิจให้เพียงพอตลอดเวลา แต่การขยายสาขาร้านอาหารจะต้องหยิบเอาเงินทุนในคลังก้อนโตออกไปใช้จ่ายทำให้เงินทุนบางส่วนหายไป กรณีเลวร้ายสุดหลายท่านคงพอเดาได้ว่า จะเป็นอย่างไร เงินทุนหมุนเวียนอาจถึงขั้นมีไม่เพียงพอจับจ่ายใช้สอยถึงขั้นต้องไปกู้หนี้ยืมสินเสียดอกเบี้ยสุดโหดให้สถาบันการเงินกลายเป็นภาระติดตัวไปกันใหญ่ แถมหากธุรกิจร้านอาหารไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้สุดท้ายปลายทางของธุรกิจคุณจะมีคำว่า ‘เจ๊ง’ รออยู่แน่นอน

การขยายสาขาร้านอาหาร

6) ทำระบบข้อมูลการ ขยายสาขา ผิดพลาด

ระบบข้อมูลหลังบ้านของร้านอาหาร แม้จะมีการพัฒนาให้จัดการได้อย่างรวดเร็วและยกระดับความเป็นมืออาชีพ แต่การทำงานที่มีประสิทธิภาพก็จำเป็นต้องอาศัยการเก็บข้อมูลการบันทึกข้อมูลตามจริงจากหน้าร้านในระยะเวลาพอสมควร และตรวจสอบความถูกต้องตรงกันกับข้อมูลหลายส่วน บ่อยครั้งที่ความรีบร้อนทำให้จัดเก็บข้อมูลผิดพลาด ไม่มีเวลาได้ตรวจสอบ หรือแม้แต่เรียนรู้ทำความเข้าใจในระบบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้ระบบเหล่านั้นจะเทพล้ำนำสมัยขนาดไหน ก็ไม่สามารถนำไปช่วยจัดการงานภายในร้านอาหารได้ หากไม่ได้ใช้งานและลงข้อมูลอย่างถูกต้องตามที่ควรจะเป็น ปัญหาคือ ถ้าระบบข้อมูลมีปัญหาสารพัดเรื่องก็จะตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องสต๊อกวัตถุดิบ ต้นทุนกำไร พนักงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่งผลให้การ ขยายสาขา ไม่เป็นไปตามที่หวัง จนสุดท้ายเจ๊งจริงไม่ติงนังตังนิงเลยนะเออ

ขยายสาขา

ข้อดีของการ ขยายสาขาร้านอาหาร อย่างรวดเร็ว

ทั้ง 6 เรื่องราวที่แชร์มาอาจฟังดูน่ากลัวจนหลายท่านคงคิดแล้วคิดอีกแน่ๆ แต่ก็ยังมีข้อดีสำหรับการขยายสาขาร้านอาหารอย่างรวดเร็วอยู่นะ แต่จำเป็นต้องอาศัยความรอบคอบและเตรียมพร้อมให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนขยายสาขาด้วย อาทิเช่น

  • เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างกำไรได้มากกว่า จากการลุยตลาดเร็ว รวมถึงการปั้นลูกค้า Loyalty Customer
  • จับมือกับพาร์ทเนอร์คุณภาพ เพราะพาร์ทเนอร์ธุรกิจบางรูปแบบไม่ค่อยลงทุนในธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อกระจายโอกาสในการสร้างกำไรมากกว่า ดังนั้น หากสำเร็จไวและมีความน่าสนใจก็เพิ่มโอกาสได้เจอพาร์ทเนอร์ร่วมสนับสนุนให้ก้าวไปได้ไกลขึ้น
  • เพิ่มโอกาสได้จับจองพื้นที่ทำเลดีกว่าคู่แข่งที่ยังไม่ลุยในพื้นที่โซนนั้น
  • ฯลฯ

เพราะงั้นก่อนตัดสินใจขยายสาขาร้านอาหาร อย่าลืมเช็คให้มั่นใจว่า เราพร้อมที่จะขยายร้านแล้วจริงๆ (หากไม่มั่นใจว่า ดูอย่างไร สามารถเช็คได้ตามบทความ ‘เช็ค 8 สัญญาณฯ’) เมื่อเตรียมพร้อมจนถึงเวลาขยับขยายกระจายสาขาหรือจัดทำแฟรนไชส์เพิ่มการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ‘ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS’ จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งสิ้นกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการบริการร้านอาหารโดยเฉพาะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อรับคำปรึกษาการใช้งานระบบ FoodStory POS และ Wongnai POS ได้ที่นี่เลย! 

 


FoodStory

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

✅ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่

คลิกเพื่อโทรติดต่อฝ่ายขาย

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

ใครว่าร้านเล็กอยากขยายสาขาไม่ได้? มาดู 6 วิธีขยายสาขาของร้านอาหารขนาดเล็ก!

ขยายสาขา

การขยายสาขาไม่ใช่การสร้างความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย ถ้าเราวางแผนและดำเนินธุรกิจอย่างดี แม้เป็นร้านเล็กก็สามารถขยายสาขาได้

Continue reading

ชวนแชร์! เปิดร้านในตลาดคนเดินและงานแฟร์สตรีทฟู้ดคุ้มไหม?

งานแฟร์สตรีทฟู้ด

เปรียบเทียบ ‘จุดแข็ง’ และ ‘จุดอ่อน’ เปิดร้านในตลาดคนเดินหรืองานแฟร์สตรีทฟู้ด จุดเริ่มต้นของคนมีฝันอยากทำธุรกิจร้านอาหาร

Continue reading

how To วางแผน คอนเซ็ปต์ร้านอาหาร ให้ดีก็มีชัยกว่าครึ่ง

คอนเซ็ปต์ร้านอาหาร

ปัจจุบันการเปิดร้านอาหาร การวางคอนเซ็ปต์ร้านอาหารถือว่ามีผลต่ออนาคตของร้านอย่างมาก อย่าลืมว่าคู่แข่งในวงการนี้ก็สูงไม่แพ้ธุรกิจอื่น

Continue reading

เรียนรู้ความเป็น “ เป็ดที่ดี ” เพื่อพัฒนาศักยภาพ

เรียนรู้ความเป็นเป็ด

“เป็ด” หมายถึงความสามารถที่มีหลากหลาย แต่กลับไม่เก่งสักทาง แต่ “เป็ดที่ดี” คือนำความรู้รอบหลายด้านที่ตัวเองมีไปต่อยอด นำไปใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา

Continue reading

POS101 สิ่งทีควรรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ “เครื่อง POS”

ระบบ POS หรือ เครื่อง POS ในปัจจุบัน มีหลากหลายแบบให้เลือกแล้วเราจะเลือกแบบไหน เพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา? บทความนี้ มีคำตอบ

Continue reading

การระบาย “วัตถุดิบร้านอาหาร” เมื่อต้องหยุดขายกะทันหัน

วัตถุดิบร้านอาหาร FoodStory

FoodStory ขอแนะนำ แนวทางการระบาย ” วัตถุดิบร้านอาหาร ” สู้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกับธุรกิจร้านอาหารอย่างเราๆ ต่างได้รับผลกระทบตามๆ กัน

Continue reading