เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่ ? พร้อมเช็กลิสต์เตรียมตัวให้ปัง!

เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่

ส้มตำ…เมนูยอดนิยมที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลิ้มลอง ด้วยรสชาติที่จัดจ้านถึงใจและเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย ทำให้ธุรกิจร้านส้มตำ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่ ? และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

วันนี้ FoodStory จะมาเจาะลึกทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และแจกเช็กลิสต์ ที่จะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมสำหรับการพร้อม ขายส้มตำ รอบด้านไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ

 

แจกแจงให้ชัด! เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่ ?

การลงทุนสำหรับเปิดร้าน ขายส้มตำ จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ ค่าใช้จ่ายครั้งแรก และค่าใช้จ่ายรายเดือน ที่คุณต้องวางแผนให้รอบคอบตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง

1. ค่าใช้จ่ายครั้งแรก (ค่าลงทุนเริ่มต้น)

  • ค่าเช่า และตกแต่งร้าน:
    • ค่าเช่าพื้นที่: ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับทำเล และขนาดร้าน การเลือกทำเลที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสัญจรไปมาเยอะเป็นสิ่งสำคัญ
    • ค่าตกแต่ง และปรับปรุงร้าน: ประมาณ 20,000 – 200,000 บาท (หากเป็นร้านขนาดเล็ก)
    • ค่ามัดจำ และล่วงหน้า: 2-3 เดือนของค่าเช่า
  • ค่าอุปกรณ์ในครัว และหน้าร้าน:
    • อุปกรณ์หลัก: ครกหิน ครกไม้ สาก มีดหั่นผักสไลด์ เตาย่างไก่ หรือคอหมู ถาดสแตนเลส และอุปกรณ์อื่นๆ
    • อุปกรณ์หน้าร้าน: โต๊ะ-เก้าอี้ จาน ชาม ช้อน ส้อม และภาชนะใส่อาหาร
    • ประมาณการค่าใช้จ่าย: 50,000 – 150,000 บาท
  • ค่าวัตถุดิบและค่าแรงพนักงานช่วงเริ่มต้น:
    • ค่าวัตถุดิบชุดแรก: เตรียมเงินสำหรับซื้อวัตถุดิบหลัก เช่น มะละกอ พริก มะนาว ผักต่าง ๆ และเครื่องเคียง
    • เงินเดือนพนักงาน: จัดเตรียมเงินเดือนสำหรับ 1-2 เดือนแรก
    • ประมาณการค่าใช้จ่าย: 30,000 – 80,000 บาท

📌สรุปค่าใช้จ่ายเริ่มต้นทั้งหมด: โดยเฉลี่ยแล้ว การเปิดร้าน ขายส้มตำ ขนาดเล็กจะใช้เงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 100,000 – 400,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน และรูปแบบร้านของคุณ

2. ค่าใช้จ่ายรายเดือน (ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำ)

หลังจากลงทุนครั้งแรกไปแล้ว คุณต้องเตรียมเงินทุนหมุนเวียนสำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น

  • ค่าเช่าร้านรายเดือน: (ตามสัญญา)
  • ค่าแรงพนักงาน: ประมาณ 300-400 บาทต่อคนต่อวัน
  • ค่าวัตถุดิบ: ค่าใช้จ่ายหลักที่ผันแปรตามยอดขาย (การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบมีผลโดยตรงต่อกำไร)
  • ค่าสาธารณูปโภค: ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าการตลาด: ค่าโปรโมต ค่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดียต่า งๆ

 

เช็กลิสต์ 10 ข้อสำหรับเปิดร้าน ขายส้มตำ

เมื่อรู้เรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว มาดูสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน ขายส้มตำ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ และเพิ่มโอกาสสร้างกำไร

  1. วิเคราะห์ตลาด และคู่แข่ง: ก่อนลงมือทำธุรกิจ ควรทำความเข้าใจตลาดในพื้นที่ที่คุณสนใจ สำรวจว่ามีร้านส้มตำ คู่แข่งรายใดบ้าง และพวกเขามีจุดแข็ง-จุดอ่อนอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถสร้างจุดเด่นที่แตกต่าง และพัฒนาเมนูให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้
  2. ระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน: การรู้ว่าลูกค้าของคุณคือใคร เช่น กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ชอบความรวดเร็ว หรือกลุ่มครอบครัวที่มองหาร้านนั่งสบาย ๆ จะช่วยให้คุณวางแผนทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่การออกแบบเมนูไปจนถึงบรรยากาศร้าน
  3. เลือกทำเลที่ใช่: ทำเลคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ควรพิจารณาทำเลที่มีผู้คนพลุกพล่าน เดินทางสะดวก และมีศักยภาพในการดึงดูดลูกค้า
  4. วางแผนเมนู และราคา: ออกแบบเมนูส้มตำและอาหารอีสานอื่น ๆ ที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์ รวมถึงกำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับคุณภาพ และกลุ่มเป้าหมายของคุณ
  5. คอนเซปต์ร้าน: กำหนดรูปแบบร้าน (เน้นซื้อกลับบ้าน นั่งทานในร้าน หรือเน้นเดลิเวอรี)
  6. วัตถุดิบ และซัพพลายเออร์: หาแหล่งวัตถุดิบที่สดใหม่ และราคาเหมาะสม มีการเจรจาต่อรองที่ดี
  7. วางแผนการตลาดให้พร้อม: สร้างการรับรู้ให้กับ ร้านส้มตำ ของคุณด้วยกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ เช่น การใช้โปรโมชันในช่วงเปิดร้าน การถ่ายรูปเมนูสวยๆ เพื่อโพสต์บนโซเชียลมีเดียอย่าง  Facebook/Instagram/Tiktok  หรือการร่วมมือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี
  8. เตรียมพร้อมด้านบุคลากร: หากมีพนักงาน ควรจัดฝึกอบรมเพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในเมนูและมาตรฐานการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ
  9. เตรียมเอกสารทางกฎหมาย: จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนธุรกิจและใบอนุญาตต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและน่าเชื่อถือ
  10. เลือกระบบจัดการร้านที่มีประสิทธิภาพ: วางแผนการรับออเดอร์ การคิดเงิน และการจัดการ สต๊อก วัตถุดิบ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้ง่ายขึ้นด้วย ระบบ POS ร้านอาหาร หรือ โปรแกรม POS ร้านอาหาร

📌 อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเปิดร้านอย่างละเอียด 👉🏻 ที่นี่

 

เปิดร้าน ขายส้มตำให้เป็นระบบไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

การ ขายส้มตำ ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติอาหารที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การรับออเดอร์ การคิดเงิน การจัดการสต๊อกวัตถุดิบ ไปจนถึงการทำรายงานยอดขาย ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ร้านส้มตำ โดยเฉพาะ ทำให้คุณสามารถจัดการร้านได้อย่างมืออาชีพ

  • ลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็ว: ระบบรับออเดอร์ที่แม่นยำ ไม่ต้องจดมืออีกต่อไป
  • จัดการออเดอร์เดลิเวอรีง่ายขึ้น: ระบบของ FoodStory POS สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้อย่างราบรื่น ทำให้คุณจัดการออเดอร์จาก LINE MAN ได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่ง
  • ควบคุมสต๊อกแม่นยำ: ติดตามวัตถุดิบแบบ Real-time ลดปัญหาของขาดหรือของเหลือทิ้ง ทำให้ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สรุปยอดขายทันที: ดูรายงานยอดขายได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปฯ FoodStory POS Manager ช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

เริ่มต้นวางแผนธุรกิจร้านส้มตำ ของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงตั้งแต่วันนี้ และให้ FoodStory POS เป็นตัวช่วยจัดการงานที่ยุ่งยากให้ง่ายยิ่งขึ้น

📌 ดูรายละเอียด และฟีเจอร์เด็ดของ FoodStory POS เพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือลงทะเบียนที่นี่ เพื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายฟรี!

ลงทะเบียนสั่งซื้อ FoodStory POS เพื่อเปิดร้าน ขายส้มตำ

เปิดร้านขายอะไรดี 2025: ธุรกิจอาหารมาแรง พร้อมเคล็ดลับสำหรับมือใหม่

เปิดร้านขายอะไรดี

การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเป็นความฝันของใครหลายคน แต่คำถามแรกที่มักผุดขึ้นมาในหัวคือ “เปิดร้านขายอะไรดี ในปี 2025?” หรือ “ ธุรกิจที่น่าสนใจ ” ในยุคนี้คืออะไร? เพราะการเลือกประเภทธุรกิจที่ใช่ตั้งแต่ต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ปี 2025 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารจะเติบโตเพียง 2.8% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า และสถิติยังระบุว่า กว่า 50% ของร้านอาหารเปิดใหม่ต้องปิดตัวลงภายในหนึ่งปีแรก ดังนั้นการเลือก ธุรกิจมาแรง ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจึงเป็นก้าวสำคัญ บทความนี้จะนำเสนอ 7 ธุรกิจที่น่าสนใจ ในธุรกิจอาหารที่น่าจับตามองในยุคที่ผู้คนมองหาความแปลกใหม่ และความสะดวกสบาย พร้อมแนวทางสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตัวเอง

 

7 ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มที่น่าลงทุนในปี 2025 นี้

1. ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) ธุรกิจมาแรงที่ต้องจับตา

เทรนด์การดูแลสุขภาพยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านอาหารที่เน้นเมนูสุขภาพได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน สลัดบาร์ ไปจนถึงอาหาร Plant-based หรืออาหารจากพืชล้วน ๆ กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อและความภักดีสูง (Loyalty) 

  • ตัวอย่าง: ร้านสลัดที่คุณสามารถเลือกวัตถุดิบ และน้ำสลัดเองได้ ร้านอาหารที่เน้นโปรตีนจากพืช
  • แนวทางการเริ่มต้น: เริ่มจากเมนูง่าย ๆ ที่ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ง่าย อาจเริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ หรือเดลิเวอรีเพื่อทดลองตลาดก่อน

 

2. ร้านกาแฟ-คาเฟ่ / Specialty Coffee / มัทฉะ

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ตลาดเครื่องดื่มอย่างกาแฟ และมัทฉะยังคงเติบโตสวนกระแส โดยเฉพาะร้านกาแฟ Specialty ที่มีราคาจับต้องได้ (ราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท) ซึ่งมีสัดส่วนตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีสัดส่วนยอดขายกาแฟในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66% ของยอดขายกาแฟทั้งหมด  (อ้างอิงจาก LINE MAN Wongnai)

นอกจากนี้ ตลาดมัทฉะ ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ มีการคาดการณ์ว่าตลาดมัทฉะทั่วโลกจะเติบโตถึง 9.44% ต่อปี (อ้างอิงจาก UnivDatos) และเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ มัทฉะลาเต้ (33%) (อ้างอิงจาก การตลาดวันละตอน) อย่างไรก็ตาม จากกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดความท้าทายด้านราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และโอกาสที่จะขาดตลาดได้ ดังนั้นการมีระบบจัดการสต็อกที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น

  • ตัวอย่าง: ร้านกาแฟที่เน้นการทำกาแฟแบบดริป ร้านที่ขายเครื่องดื่มมัทฉะหลากหลายเมนู
  • แนวทางการเริ่มต้น: ศึกษาเรื่องเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบมัทฉะให้ละเอียด สร้างแบรนด์และบรรยากาศร้านให้โดดเด่น

 

3. ร้านอาหารที่เน้นการจัดส่ง (Delivery-Focused Kitchen)

ตลาด Food Delivery ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเปิดร้านที่เน้นช่องทางนี้โดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า Cloud Kitchen จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดต้นทุนหน้าร้าน และค่าเช่าพื้นที่ โดยยอดขายของธุรกิจอาหารใน LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากเดลิเวอรี

  • ตัวอย่าง: ร้านอาหารที่ขายหลายเมนูจากครัวกลางเพียงแห่งเดียว
  • แนวทางการเริ่มต้น: วางแผนเมนูที่เหมาะกับการขนส่ง แพ็กเกจจิง (Packaging) ต้องดี และที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการออเดอร์ให้มีประสิทธิภาพ

 

4. ร้านอาหารประเภทซื้อกลับ และอาหารจานด่วนคุณภาพสูง

ในสังคมเมืองที่เร่งรีบ อาหารจานด่วนที่อร่อย และดีต่อสุขภาพกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม Quick Service Restaurants (QSRs) ที่มีการเติบโตสวนทางกับร้านอาหาร Full Service ซึ่งได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ลดการออกไปทานนอกบ้าน

  • ตัวอย่าง: ร้านข้าวกล่องเบนโตะพร้อมทาน ร้านแซนด์วิชไส้แน่นทำสดใหม่
  • แนวทางการเริ่มต้น: เน้นทำเลใกล้แหล่งชุมชน หรือออฟฟิศ ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และรสชาติให้สม่ำเสมอ

 

5. ร้านขนมหวาน และเบเกอรีโฮมเมด

ความต้องการขนมหวานอร่อย ๆ ยังคงสูงเสมอ โดยเฉพาะขนมที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพดี และมีเรื่องราว หรือขนมตามเทรนด์ที่กำลังฮิตในโซเชียลมีเดีย

  • ตัวอย่าง: ขนมเค้ก และเบเกอรีสไตล์เกาหลี ร้านที่ขายบราวนี่หลากรส
  • แนวทางการเริ่มต้น: พัฒนาสูตรที่เป็นเอกลักษณ์ หาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ และใช้ภาพถ่ายที่สวยงามดึงดูดลูกค้า

 

6. ร้านอาหารแฟรนไชส์ (Franchise)

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การซื้อแฟรนไชส์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้รับระบบการจัดการ สูตรอาหาร และการตลาดจากเจ้าของแบรนด์มาช่วยตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจ

  • ตัวอย่าง: แฟรนไชส์ชานมไข่มุก แฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาทอด
  • แนวทางการเริ่มต้น: ศึกษาแฟรนไชส์ที่น่าเชื่อถือ และมีระบบที่ดี ตรวจสอบต้นทุน และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้รอบคอบ

 

ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS เครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ

ไม่ว่าคุณจะเลือก เปิดร้านขายอะไรดี ในปี 2025 สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร้านของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน คือ การมีระบบจัดการร้านที่ดี ตั้งแต่การรับออเดอร์ การคิดเงิน ไปจนถึงการจัดการวัตถุดิบ และรายงานยอดขาย ซึ่ง FoodStory POS ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านอาหารทุกขนาด ด้วยระบบ POS ที่ครบครัน และใช้งานง่าย ช่วยให้คุณบริหารร้านได้อย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาเมนู และดูแลลูกค้ามากขึ้น

📌 เคล็ดลับการจัดการร้านให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนเปิดร้าน ควรให้ความสำคัญกับช่องทางการสั่งซื้อ และชำระเงินที่หลากหลายเพื่อเพิ่มยอดขาย เช่น ระบบ QR Ordering ที่ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37% และ Digital Payment ที่มีสัดส่วนเกินครึ่งและช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลได้ถึง 32% (อ้างอิงจาก LINE MAN Wongnai)

 

สรุป

การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีไอเดียที่ตอบโจทย์ตลาด และมีเครื่องมือจัดการร้านที่ดีอย่าง FoodStory POS ที่จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภา พและเติบโตอย่างยั่งยืน 📌 สนใจระบบ POS ร้านอาหารที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ดูรายละเอียด FoodStory POS เพิ่มเติม และติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอคำปรึกษาได้ฟรีที่นี่เลย!

ลงทะเบียนสั่งซื้อ FoodStory POS

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : 

โปรแกรม POS ร้านอาหาร : เจาะลึก! ทำไม FoodStory POS เหนือกว่า

เจาะลึก ! ทำไม FoodStory POS เหนือกว่าโปรแกรม POS ทั่วไป!

ในยุคดิจิทัลที่ร้านอาหารต้องปรับตัว ผู้ประกอบการหลายท่านจึงเริ่มมองหา โปรแกรม POS ร้านอาหาร เพื่อช่วยบริหารจัดการร้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายคนอาจค้นหา โปรแกรม POS ที่สามารถ “ดาวน์โหลด” มาติดตั้งใช้งานได้ง่าย ๆ หรือเพียงแค่ เครื่องคิดเงิน POS ที่เน้นฟังก์ชันพื้นฐาน แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ซอฟต์แวร์ POS ทั่วไปจะตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของธุรกิจร้านอาหารได้อย่างครบวงจรจริงหรือ?

Continue reading

How-to เลือกระบบ POS แบบมือโปรฯ ที่เจ้าของร้านต้องรู้! [อัปเดต 2025]

วิธีเลือกระบบ POS ร้านอาหาร

ในยุคที่การเปิดร้านอาหารไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติหรือการตกแต่งร้าน “ระบบบริหารจัดการหลังบ้าน” กลายเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบ POS ร้านอาหาร ที่ช่วยให้เจ้าของร้านควบคุมยอดขาย และต้นทุน รวมถึงบริการลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ แต่คำถามคือ...จะเลือก POS แบบไหนดี ? เลือกระบบ POS ยังไงให้คุ้มค่า และเหมาะกับร้านของคุณจริง ๆ? บทความนี้จะพาคุณไปดูวิธีเลือกระบบ POS ทีละขั้นตอน พร้อมเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วตัดสินใจได้ทันที

Continue reading

เพื่อบริการที่ดียิ่งขึ้น ! FoodStory POS ขอแจ้งการเปลี่ยนขั้นตอนการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่านโทรศัพท์

เพื่อบริการที่ดียิ่งขึ้น ! FoodStory POS ขอแจ้งการเปลี่ยนขั้นตอนการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่านโทรศัพท์โดยสามารถแจ้งปัญหาที่ต้องการติดต่อได้ 2 ช่องทางคือ FoodStory App Owner(บนเครื่อง POS) และ FoodStory Manager App(บนโทรศัพท์มือถือ)

ช่องทางที่ 1 : FoodStory App Owner (บนเครื่อง POS) ติดต่อง่ายเพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าไปที่เมนู และกดเลือกหัวข้อ “ช่วยเหลือ” จากนั้นกด “ติดต่อเจ้าหน้าที่”

ขั้นตอนที่ 2 : เลือกหัวข้อปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่ 3 : หลังจากเลือกหัวข้อปัญหาที่ต้องการ ระบบจะแสดง QR Code ให้คุณสแกน เมื่อสแกนแล้ว ระบบจะนำคุณไปยังช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็น 2 ช่องทางหลัก 

  1. Live Chat ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านแชต สะดวกและรวดเร็ว 
  2. Call Center โทรหาเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อการช่วยเหลือทันที

โดยระบบจะเลือกช่องทางที่เหมาะสมตามประเภทปัญหาที่คุณแจ้ง เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ช่องทางที่ 2 : FoodStory Manager App (บนโทรศัพท์มือถือ) ติดต่อง่ายเพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าไปที่หน้าแรก และกดเลือกหัวข้อ “ศูนย์ช่วยเหลือ”

ขั้นตอนที่ 2 : เลือกหัวข้อปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่ 3 : หลังจากเลือกหัวข้อปัญหาที่ต้องการ ระบบจะนำคุณไปยังช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็น 2 ช่องทางหลัก 

  1. Live Chat ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านแชต สะดวกและรวดเร็ว 
  2. Call Center โทรหาเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อการช่วยเหลือทันที

โดยระบบจะเลือกช่องทางที่เหมาะสมตามประเภทปัญหาที่คุณแจ้ง เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Wongnai POS Pay รับชำระ QR Promptpay ล็อกยอด ปิดบิลอัตโนมัติ

Wongnai POS Pay รับชำระ QR Promptpay ล็อกยอด ปิดบิลอัตโนมัติ ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Wongnai POS  โดยเฉพาะที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจากการรับชำระด้วย Thai QR Code หรือ QR Promptpay  เช่น การโอนยอดชำระผิด การเสียเวลาตรวจสอบสลิป และปัญหาสลิปปลอม โดยร้านอาหารสามารถเปิดใช้ Wongnai POS Pay ได้เลยบน Wongnai POS ทุกรุ่น โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

Continue reading

EASY E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000.-* เมื่อซื้อ Wongnai POS หรือ FoodStory POS

 

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ไม่เพียงแต่ต้องการระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ด้านภาษีอีกด้วย วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารมาแจ้ง กับโปรโมชันพิเศษ EASY E-Receipt 2.0

EASY E-Receipt 2.0 คืออะไร?

โครงการ “Easy E-Receipt 2.0” จากกรมสรรพากร เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี จากการซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งสามารถนำใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ไปใช้ลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้ง่าย โดยระบบจะส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ไปยังอีเมลของคุณ และส่งข้อมูลตรงถึงกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระการเก็บใบเสร็จและการกรอกข้อมูลด้วยตัวเอง

รายละเอียดของโครงการมีดังนี้:

  • ระยะเวลา: ระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568
  • วงเงินลดหย่อนภาษี: สามารถหักลดหย่อนรวมสูงสุด 50,000 บาท แบ่งเป็น:
    • ไม่เกิน 30,000 บาท: สำหรับการซื้อสินค้าและบริการทั่วไป
    • เพิ่มเติมไม่เกิน 20,000 บาท: สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการจากกลุ่มเฉพาะ เช่น ร้านวิสาหกิจชุมชน SMEs และ OTOP

ประโยชน์ของ EASY E-Receipt 2.0

  1. ช่วยประหยัดเวลา: ลดขั้นตอนการจัดการเอกสารและการส่งมอบใบเสร็จให้ลูกค้า
  2. เพิ่มความสะดวกสบาย: ลูกค้าสามารถรับใบเสร็จผ่านช่องทางออนไลน์
  3. ลดต้นทุน: ลดการใช้กระดาษและหมึกพิมพ์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
  4. รองรับมาตรฐานสรรพากร: มั่นใจได้ว่าเอกสารทุกใบเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

Wongnai และ FoodStory POS มีสินค้าอะไรเข้าร่วม EASY E-Receipt 2.0 บ้าง ?

  • อุปกรณ์เสริม: ได้แก่ เครื่องพรินต์, ลิ้นชักเก็บเงิน ขาตั้ง POS และอุปกรณ์ที่ซื้อขาดอื่น ๆ  

ทั้งนี้ จะไม่รวมค่าบริการระบบ POS (ซอฟต์แวร์) และฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้แก่ ค่าบริการเครื่อง EDC, แพ็กเกจ Mobile Order, Mobile Staff และ ระบบ CRM เป็นต้น

ซื้อสินค้า  Wongnai POS หรือ FoodStory  จะสามารถเข้าร่วมโปรฯ EASY E-Receipt 2.0 ได้อย่างไร ?

  1. สามารถลงทะเบียนสนใจ Wongnai POS หรือ FoodStory POS โดยคลิกที่นี่ 
  2. จากนั้นเซลล์จะติดต่อกลับไปเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบ POS และรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ผู้ซื้อต้องการทราบ
  3. เมื่อสั่งซื้อ Wongnai POS หรือ FoodStory POS พร้อมชำระเงินสำเร็จ ในระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่จะส่งใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ให้ทางอีเมล

 

หมายเหตุ: ในการออกใบกำกับภาษี ผู้ซื้อจะต้องมีข้อมูลต่อไปนี้อย่างครบถ้วน 

  • ชื่อ – นามสกุล
  • ที่อยู่
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน)

 

ตรวจสอบอัตราการคืนภาษีปี 2568 ได้ที่นี่เลย

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียเพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย หรือแอดไลน์ได้ที่นี่ : https://lin.ee/N2IahNX

ปีนี้รวย! 10 วิธีเพิ่มยอดขายให้พุ่งชัวร์

10_ways_to_boost_order

อยากเริ่มต้นปีใหม่แบบปัง ๆ พร้อมยอดขายที่พุ่งทะลุเป้าหมายกันไหม? มาทางนี้เลย! เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการลงมือทำอย่างถูกต้อง มีเป้าหมายที่ชัดเจน และที่สำคัญคือความตั้งใจล้วน ๆ ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มต้นสร้างปีแห่งความสำเร็จไปด้วยกันเถอะ! เพราะปีนี้จะเป็นปีของเรา

10 วิธีเพิ่มยอดขายให้พุ่งชัวร์ มีอะไรบ้าง? ไปค้นหาคำตอบกันเลย

 

1. จัดการร้านอาหารอย่างมืออาชีพด้วยระบบ POS

Wongnai และ FoodStory POS นับได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญมาก ในการบริหารการจัดการร้านอาหารของคุณให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการออเดอร์ การบริหารสต็อกสินค้า การจัดการข้อมูลลูกค้า และการสรุปยอดขาย Wongnai POS และ FoodStory POS ก็สามารถช่วยจัดการได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างครอบคลุม

2. สร้างโปรโมชั่นที่ใช่ ให้โดนใจลูกค้า

โปรโมชั่นที่ดีจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น เจ้าของร้านควรวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และสร้างข้อเสนอที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความตื่นเต้น ซึ่งเราสามารถสร้างโปรโมชั่นบน Wongnai POS และ FoodStory POS ได้ เช่น โปรโมชั่น 1 แถม 1 ส่วนลดเมนูยอดฮิต จับเซตคู่สุดคุ้ม หรือโปรโมชั่นพิเศษตามเทศกาลสำคัญต่าง ๆ เช่น ปีใหม่ วาเลนไทน์ ตรุษจีน สงกรานต์ เป็นต้น

 

 

3. เพิ่มช่องทางขายเดลิเวอรี

การเพิ่มช่องทางการขายผ่านเดลิเวอรีจะช่วยให้ร้านของคุณเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ซึ่ง Wongnai และ FoodStory POS สามารถเชื่อมต่อกับ LINE MAN เดลิเวอรี ได้อัตโนมัติ สะดวก และจัดการออเดอร์ได้ง่ายมาก 

4. รู้จักใช้การโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็น

การโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นร้านอาหารของคุณได้ ซึ่งเจ้าของร้านอาหารยุคใหม่ ควรศึกษาการลงทุนโฆษณาเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ เช่น การโฆษณาบน LINE MAN เดลิเวอรี นอกจากรูปภาพที่สวยงามน่าดึงดูดแล้ว การเลือกใช้โฆษณาก็มีผลต่อการเพิ่มการเข้าถึงได้มากเช่นกัน

 

5. ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียให้โดดเด่น

โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่ทรงพลังในการสื่อสารกับลูกค้า ควรหมั่นสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เช่น ภาพถ่ายเมนูสวย ๆ รีวิวจากลูกค้า หรือคลิปวิดีโอเบื้องหลังการทำงานในร้าน เพื่อสร้างความประทับใจและลูกค้าเกิดความอยากกิน จนกดสั่งอาหารทันที

6. กระตุ้นให้ลูกค้าทำการรีวิว

รีวิวจากลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหาร หาวิธีกระตุ้นให้ลูกค้าที่พอใจกับบริการช่วยรีวิวร้านของคุณบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น แอปฯ เดลิเวอรี  Facebook Google Maps หรือ แอปฯ Wongnai ด้วยข้อเสนอ รับส่วนลดครั้งถัดไป หรือการให้ของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ  

รีวิวที่ดีก็ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้าน ซึ่ง Wongnai และ FoodStory POS นั้นสามารถเชื่อมต่อกับ แอปฯ Wongnai ได้ ลูกค้าจึงสามารถค้นหาร้านของคุณได้ง่ายขึ้น พร้อมตามรีวิวมาชิมได้ทันที

 

7. อัปเกรดบริการให้ประทับใจด้วยฟีเจอร์ Mobile Order

ฟีเจอร์ Mobile Order ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยลูกค้าสามารถสแกน QR Code สั่งอาหารผ่านมือถือได้ง่าย ๆ ช่วยลดเวลาและข้อผิดพลาดในการสั่งอาหาร เพราะออเดอร์ถูกส่งตรงเข้าครัวทันที ไม่ต้องยกมือเรียกพนักงานให้เสียเวลา เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และช่วยให้พนักงานไม่ต้องเดินรับออเดอร์ จดมือทีละโต๊ะ สามารถช่วยลดต้นทุนและลดขั้นตอนการทํางานของพนักงานได้มาก

Mobile Order ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้ดียิ่งกว่าที่เคย เพราะเวลาลูกค้าสแกนสั่งอาหารได้เอง ทำให้สั่งเพลินไม่สะดุด ส่งผลให้ยอดขายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มขึ้นถึง 18%  เมนูแนะนำยอดขายดีขึ้น 18%  และจำนวนโต๊ะลูกค้าต่อวันเยอะขึ้น 15% 

8. เพิ่มการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายด้วยเครื่อง EDC

จากผลสำรวจอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างของร้าน Wongnai POS และ FoodStory POS ที่ใช้เครื่อง EDC พบว่า ร้านที่รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต และ e-wallet  มียอดขายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มขึ้นถึง 32%  แน่นอนว่าการรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบ ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม

การเพิ่มช่องทางการชำระเงินจึงเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง เครื่อง EDC นั้นสามารถเชื่อมต่อกับ POS อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด และขั้นตอนในการชำระเงิน สามารถรองรับการชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay พร้อมเพย์ และ e-wallet ชั้นนำมากมาย ทั้ง WeChat Pay และ Alipay plus

 

 

9. ใส่ใจดูแลลูกค้าประจำด้วยระบบ CRM

ระบบ CRM เชื่อมต่อกับ Wongnai และ FoodStory POS โดยตรง ทำให้เราสามารถเข้าถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าดียิ่งขึ้นด้วยข้อมูลที่จำเป็น เช่น ประวัติการใช้บริการ หรือ ยอดคะแนนสะสม เป็นกลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้มาเป็นลูกค้าขาประจำ และทำให้ลูกค้าขาประจำกลับมาซื้อซ้ำ ด้วยการส่งข้อความ หรือ รูปภาพเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น และส่วนลดใหม่ ๆ ได้ทันทีผ่าน LINE OA ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลสมาชิกลูกค้า

10. วิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน เพื่อปรับกลยุทธ์การขาย

การวิเคราะห์ข้อมูล Sales Report จากระบบหลังบ้านของ Wongnai และ FoodStory POS  เช่น ดูยอดขายรายวัน เมนูที่ขายดี หรือช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้านบ่อยที่สุด จะช่วยให้คุณปรับปรุงกลยุทธ์การขายให้เหมาะสมได้ นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ได้ด้วยว่า โปรโมชั่นที่เราจัดไปนั้นมีลูกค้ามาใช้เยอะแค่ไหน เป็นโปรโมชั่นที่ผลตอบรับดีหรือไม่ แล้วครั้งต่อไปควรจะปรักลยุทธ์ยังไงให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านเล็ก ๆ หรือกำลังบริหารร้านขนาดใหญ่ การทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคช่วย แต่ต้องอาศัยการวางแผน การปรับตัว และการลงมือทำอย่างจริงจัง เคล็ดลับทั้ง 10 ข้อนี้เป็นเหมือนแผนที่นำทางที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความท้าทายและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

เริ่มต้นจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการร้าน การสร้างความประทับใจให้ลูกค้าผ่านโปรโมชั่นและการบริการที่ยอดเยี่ยม ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล เจ้าของร้านทุกท่านสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ทันที และปีนี้เองจะเป็นปีของคุณ


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

15 เทคนิคการเพิ่มยอดขาย Wongnai POS FoodStory POS

5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC คู่กับ POS

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ปัจจุบันโลกของเราเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยมีตัวแปรสำคัญอย่างการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่เร่งให้ผู้คนหันมาใช้ธุรกรรมทางการเงินออนไลน์มากขึ้น

สำหรับธุรกิจร้านอาหารเอง การปรับตัวให้สามารถรองรับการชำระเงินที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อความอยู่รอดในกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตอีกด้วย หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารร้านอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ การใช้เครื่อง EDC (Electronic Data Capture) เชื่อมกับระบบ POS (Point of Sale) ของ Wongnai และ FoodStory POS ซึ่งเป็นการผสานพลังของการชำระเงินแบบไร้เงินสดเข้ากับการจัดการร้านได้อย่างมืออาชีพ  

 

มาลองพิจารณากันว่า 5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC เชื่อมกับ Wongnai POS และ FoodStory POS มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

  1. เชื่อมต่อ POS อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด และขั้นตอนในการชำระเงิน

เมื่อกดชำระเงินบนระบบ POS และเลือกวิธีชำระผ่านเครื่อง EDC ยอดบิลจะถูกส่งตรงไปยังเครื่อง EDC โดยอัตโนมัติ เจ้าของร้านหรือพนักงานไม่จำเป็นต้องคีย์ยอดบิลด้วยตนเอง การทำงานที่เป็นอัตโนมัตินี้ไม่เพียงช่วยลดเวลาในการดำเนินการ แต่ยังช่วยให้ลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน และช่วยให้การทำงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  1. ป้องกันการทุจริตในการชำระเงิน

การชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ไม่ได้เพียงเพิ่มความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินอีกด้วย เมื่อลูกค้าชำระเงินผ่านเครื่อง EDC เรียบร้อยแล้ว ระบบจะปิดบิล และบันทึกยอดบิลบนเครื่อง POS อัตโนมัติ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาบิลตกหล่นหรือสลิปปลอมที่อาจส่งผลต่อยอดขายและความน่าเชื่อถือของร้านของคุณ  ช่วยให้เจ้าของร้านอาหารมั่นใจได้ว่าทุกการทำรายการจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง

  1. รองรับการชำระเงินได้ทุกรูปแบบ

ในยุคที่ลูกค้ามีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย การรองรับวิธีการชำระเงินที่ครบครันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเครื่อง EDC นี้ สามารถรองรับการชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay พร้อมเพย์ และ e-wallet ชั้นนำมากมาย ทั้ง WeChat Pay และ Alipay plus 

  1. เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้า

การรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่อาจใช้วิธีชำระเงินแตกต่างกัน การเพิ่มช่องทางการชำระเงินจึงเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า และทำให้ร้านอาหารของคุณ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

  1. สรุปทุกยอดบิลในระบบ POS อย่างครบถ้วน

หลังจบวันทำการ การตรวจสอบและสรุปยอดขายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเครื่อง EDC ที่เชื่อมต่อกับ ระบบ POS จะช่วยรวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว  เจ้าของร้านสามารถตรวจสอบรายงานยอดขายผ่าน POS Manager App และ จากเครื่อง EDC ได้ทันที รายละเอียดการชำระเงินทุกประเภทจะถูกรวบรวมและแสดงผลอย่างครบถ้วน ทำให้หมดกังวลเรื่องยอดขายไม่ตรง และช่วยประหยัดเวลาในการจัดการบัญชี และเพิ่มความมั่นใจในความถูกต้องของรายงานยอดขายประจำวัน

 

สรุป

การใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการทำงานและข้อผิดพลาด แต่ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งยังช่วยให้การจัดการร้านเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับธุรกิจร้านอาหาร การเลือกใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม!


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

พิเศษ! สำหรับลูกค้าปัจจุบัน Wongnai POS และ FoodStory POS รับสิทธิ์ใช้งานเครื่องรูดบัตร EDC ได้ก่อนใคร สมัครเลยที่นี่      

edc ย่อมาจาก เครื่อง EDC

เจาะลึก Wongnai POS FLEX ใหม่ ปะทะ POS ตัวเก่า แตกต่างกันอย่างไร ทำไม FLEX ถึงตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่?

เจาะลึก Wongnai POS FLEX ใหม่ ปะทะ POS ตัวเก่า แตกต่างกันอย่างไร ทำไม FLEX ถึงตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่?

Wongnai POS FLEX ตัวใหม่ แรงกว่าเดิม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ในยุคที่ร้านอาหารต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และความสะดวกในการจัดการ ระบบจัดการร้าน (Point of Sale) หรือที่เรียกสั้นๆว่า POS จึงกลายเป็นผู้ช่วยมือขวาที่ขาดไม่ได้! และตอนนี้ Wongnai POS FLEX รุ่นใหม่ มาแบบ “จัดเต็ม” ตอบโจทย์เจ้าของร้านอาหารแบบครบทุกฟังก์ชัน แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ… รุ่นนี้ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างไร? วันนี้เราจะมาดูจุดเด่น แบบ “หมัดต่อหมัด” กัน!

ตารางเปรียบเทียบ Wongnai POS FLEX และ Wongnai POS Mini

จากตารางเราจะเห็นสิ่งที่เหมือนกัน คือ ขนาดหน้าจอที่เล็กกระทัดรัด การรองรับซิมการ์ด ฟีเจอร์ที่เทียบเท่าเครื่องใหญ่ และการมีพรินเตอร์ในตัว แต่สิ่งที่ Wongnai POS FLEX นั้นสามารถทำได้เหนือกว่า คือ
1. สเปคที่แรงกว่า ทำงานลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ถ้าเปรียบ POS เป็นหัวใจในการจัดการร้านอาหาร Wongnai POS FLEX ตัวใหม่นี้ก็เปรียบเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วและแรงขึ้นกว่าเดิม เพราะมาพร้อมสเปคสุดแรง

  • ชิพตัวใหม่ที่แรงขึ้นกว่าเดิม กับ 4GB RAM + 32GB ROM Memory ช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการรับออเดอร์ คิดเงิน หรือดูรายงานการขาย ทุกอย่างทำได้รวดเร็ว ตอบสนองลูกค้าได้ทันใจสุด ๆ

ในขณะที่รุ่น Mini อาจมีข้อจำกัดด้วย RAM 2GB และหน่วยความจำ 16GB ที่เหมาะกับร้านเล็ก ๆ เท่านั้น

2. มีแบตเตอรี่ในตัว + รองรับซิมการ์ด

อีกหนึ่งจุดแข็งที่เจ้าของร้านจะต้องหลงรักคือ FLEX มีแบตเตอรี่ในตัว! 

  • ไม่ต้องกลัวไฟดับหรือระบบสะดุดกลางคัน เพราะแบตเตอรี่จะทำให้เครื่องยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
  • รองรับซิมการ์ด ใช้งานได้แม้ไม่มี Wi-Fi ช่วยให้การรับออเดอร์หรือการขายเดินหน้าได้ทุกที่ ไม่ต้องกังวลกับอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร

เหมาะมากสำหรับร้านที่ต้องการความคล่องตัว หรือร้านที่ไม่มี Wifi เช่น ร้านฟู๊ดทรัค หรือร้านที่ไปออกบูธตามงานต่างๆ 

3.ขนาดเล็ก พกพาง่าย รับออเดอร์ได้ถึงโต๊ะลูกค้า

Wongnai POS FLEX ตัวใหม่นี้ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด และสามารถยกไปใช้งานที่ไหนก็ได้ในร้าน ไม่ต้องนั่งประจำอยู่แค่เคาน์เตอร์เหมือน POS เครื่องใหญ่แบบดั้งเดิม

  • พนักงานสามารถถือเครื่องไป รับออเดอร์ถึงโต๊ะลูกค้า ได้เลย ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้บริการเร็วขึ้น

เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการความคล่องตัว เช่น ร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ด หรือร้านอาหารที่พื้นที่จำกัด

4.ครบทุกฟังก์ชัน เมื่อใช้งานคู่กับ Rotating Base 

Wongnai POS FLEX จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อใช้คู่กับ Rotating Base หรือฐานตั้งที่ออกแบบมาเฉพาะ

  • หมุนได้ 180 องศา สามารถหมุนจอให้ลูกค้าตรวจสอบออเดอร์ที่สั่งได้ 
  • เป็นแท่นชาร์จในตัว ชาร์จ FLEX ได้เลยแบบไม่ต้องยุ่งยาก
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ลิ้นชักเก็บเงิน และ สาย LAN ได้ง่าย ๆ

Rotating Base จึงไม่ใช่แค่ฐานตั้งธรรมดา แต่เป็นผู้ช่วยที่ยกระดับการทำงานของ FLEX ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

5.เหมาะกับทุกรูปแบบร้านอาหาร

ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านแบบไหน

  • ร้านอาหารจ่ายก่อนกิน เช่น คาเฟ่ ร้านขนม หรือฟาสต์ฟู้ด
  • ร้านอาหารพื้นที่จำกัด ที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง

Wongnai POS FLEX ก็เอาอยู่! ด้วยฟังก์ชันที่ครบครันและการออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

 

สรุป Wongnai POS FLEX เร็ว แรง คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

Wongnai POS FLEX รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสเปคที่แรงขึ้น ฟังก์ชันที่ครอบคลุม และความสะดวกในการใช้งาน อย่าพลาดโอกาสพัฒนาร้านของคุณให้ล้ำหน้ากว่าคู่แข่ง!

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาระบบ POS ที่ครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง ตอนนี้ Wongnai POS FLEX พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาสุดคุ้ม! 

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียเพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย หรือแอดไลน์ได้ที่นี่ : https://lin.ee/2K18I44