เปิดร้านขายอะไรดี 2025: ธุรกิจอาหารมาแรง พร้อมเคล็ดลับสำหรับมือใหม่

เปิดร้านขายอะไรดี

การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเป็นความฝันของใครหลายคน แต่คำถามแรกที่มักผุดขึ้นมาในหัวคือ “เปิดร้านขายอะไรดี ในปี 2025?” หรือ “ ธุรกิจที่น่าสนใจ ” ในยุคนี้คืออะไร? เพราะการเลือกประเภทธุรกิจที่ใช่ตั้งแต่ต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ปี 2025 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารจะเติบโตเพียง 2.8% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า และสถิติยังระบุว่า กว่า 50% ของร้านอาหารเปิดใหม่ต้องปิดตัวลงภายในหนึ่งปีแรก ดังนั้นการเลือก ธุรกิจมาแรง ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจึงเป็นก้าวสำคัญ บทความนี้จะนำเสนอ 7 ธุรกิจที่น่าสนใจ ในธุรกิจอาหารที่น่าจับตามองในยุคที่ผู้คนมองหาความแปลกใหม่ และความสะดวกสบาย พร้อมแนวทางสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตัวเอง

 

7 ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มที่น่าลงทุนในปี 2025 นี้

1. ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) ธุรกิจมาแรงที่ต้องจับตา

เทรนด์การดูแลสุขภาพยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านอาหารที่เน้นเมนูสุขภาพได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน สลัดบาร์ ไปจนถึงอาหาร Plant-based หรืออาหารจากพืชล้วน ๆ กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อและความภักดีสูง (Loyalty) 

  • ตัวอย่าง: ร้านสลัดที่คุณสามารถเลือกวัตถุดิบ และน้ำสลัดเองได้ ร้านอาหารที่เน้นโปรตีนจากพืช
  • แนวทางการเริ่มต้น: เริ่มจากเมนูง่าย ๆ ที่ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ง่าย อาจเริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ หรือเดลิเวอรีเพื่อทดลองตลาดก่อน

 

2. ร้านกาแฟ-คาเฟ่ / Specialty Coffee / มัทฉะ

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ตลาดเครื่องดื่มอย่างกาแฟ และมัทฉะยังคงเติบโตสวนกระแส โดยเฉพาะร้านกาแฟ Specialty ที่มีราคาจับต้องได้ (ราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท) ซึ่งมีสัดส่วนตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีสัดส่วนยอดขายกาแฟในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66% ของยอดขายกาแฟทั้งหมด  (อ้างอิงจาก LINE MAN Wongnai)

นอกจากนี้ ตลาดมัทฉะ ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ มีการคาดการณ์ว่าตลาดมัทฉะทั่วโลกจะเติบโตถึง 9.44% ต่อปี (อ้างอิงจาก UnivDatos) และเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ มัทฉะลาเต้ (33%) (อ้างอิงจาก การตลาดวันละตอน) อย่างไรก็ตาม จากกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดความท้าทายด้านราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และโอกาสที่จะขาดตลาดได้ ดังนั้นการมีระบบจัดการสต็อกที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น

  • ตัวอย่าง: ร้านกาแฟที่เน้นการทำกาแฟแบบดริป ร้านที่ขายเครื่องดื่มมัทฉะหลากหลายเมนู
  • แนวทางการเริ่มต้น: ศึกษาเรื่องเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบมัทฉะให้ละเอียด สร้างแบรนด์และบรรยากาศร้านให้โดดเด่น

 

3. ร้านอาหารที่เน้นการจัดส่ง (Delivery-Focused Kitchen)

ตลาด Food Delivery ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเปิดร้านที่เน้นช่องทางนี้โดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า Cloud Kitchen จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดต้นทุนหน้าร้าน และค่าเช่าพื้นที่ โดยยอดขายของธุรกิจอาหารใน LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากเดลิเวอรี

  • ตัวอย่าง: ร้านอาหารที่ขายหลายเมนูจากครัวกลางเพียงแห่งเดียว
  • แนวทางการเริ่มต้น: วางแผนเมนูที่เหมาะกับการขนส่ง แพ็กเกจจิง (Packaging) ต้องดี และที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการออเดอร์ให้มีประสิทธิภาพ

 

4. ร้านอาหารประเภทซื้อกลับ และอาหารจานด่วนคุณภาพสูง

ในสังคมเมืองที่เร่งรีบ อาหารจานด่วนที่อร่อย และดีต่อสุขภาพกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม Quick Service Restaurants (QSRs) ที่มีการเติบโตสวนทางกับร้านอาหาร Full Service ซึ่งได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ลดการออกไปทานนอกบ้าน

  • ตัวอย่าง: ร้านข้าวกล่องเบนโตะพร้อมทาน ร้านแซนด์วิชไส้แน่นทำสดใหม่
  • แนวทางการเริ่มต้น: เน้นทำเลใกล้แหล่งชุมชน หรือออฟฟิศ ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และรสชาติให้สม่ำเสมอ

 

5. ร้านขนมหวาน และเบเกอรีโฮมเมด

ความต้องการขนมหวานอร่อย ๆ ยังคงสูงเสมอ โดยเฉพาะขนมที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพดี และมีเรื่องราว หรือขนมตามเทรนด์ที่กำลังฮิตในโซเชียลมีเดีย

  • ตัวอย่าง: ขนมเค้ก และเบเกอรีสไตล์เกาหลี ร้านที่ขายบราวนี่หลากรส
  • แนวทางการเริ่มต้น: พัฒนาสูตรที่เป็นเอกลักษณ์ หาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ และใช้ภาพถ่ายที่สวยงามดึงดูดลูกค้า

 

6. ร้านอาหารแฟรนไชส์ (Franchise)

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การซื้อแฟรนไชส์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้รับระบบการจัดการ สูตรอาหาร และการตลาดจากเจ้าของแบรนด์มาช่วยตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจ

  • ตัวอย่าง: แฟรนไชส์ชานมไข่มุก แฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาทอด
  • แนวทางการเริ่มต้น: ศึกษาแฟรนไชส์ที่น่าเชื่อถือ และมีระบบที่ดี ตรวจสอบต้นทุน และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้รอบคอบ

 

ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS เครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ

ไม่ว่าคุณจะเลือก เปิดร้านขายอะไรดี ในปี 2025 สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร้านของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน คือ การมีระบบจัดการร้านที่ดี ตั้งแต่การรับออเดอร์ การคิดเงิน ไปจนถึงการจัดการวัตถุดิบ และรายงานยอดขาย ซึ่ง FoodStory POS ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านอาหารทุกขนาด ด้วยระบบ POS ที่ครบครัน และใช้งานง่าย ช่วยให้คุณบริหารร้านได้อย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาเมนู และดูแลลูกค้ามากขึ้น

📌 เคล็ดลับการจัดการร้านให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนเปิดร้าน ควรให้ความสำคัญกับช่องทางการสั่งซื้อ และชำระเงินที่หลากหลายเพื่อเพิ่มยอดขาย เช่น ระบบ QR Ordering ที่ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37% และ Digital Payment ที่มีสัดส่วนเกินครึ่งและช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลได้ถึง 32% (อ้างอิงจาก LINE MAN Wongnai)

 

สรุป

การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีไอเดียที่ตอบโจทย์ตลาด และมีเครื่องมือจัดการร้านที่ดีอย่าง FoodStory POS ที่จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภา พและเติบโตอย่างยั่งยืน 📌 สนใจระบบ POS ร้านอาหารที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ดูรายละเอียด FoodStory POS เพิ่มเติม และติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอคำปรึกษาได้ฟรีที่นี่เลย!

ลงทะเบียนสั่งซื้อ FoodStory POS

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : 

เปิดร้าน Wall’s Ice Ball Café กลางสยาม ด้วย Wongnai POS Order & Pay

เปิดร้าน Wall's Ice Ball Cafe ด้วย Wongnai POS

Wall’s Thailand สร้างปรากฏการณ์ความสดชื่นครั้งใหม่ เนรมิตพื้นที่บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ เปิดร้าน Wall’s Ice Ball Café คาเฟ่ป๊อปอัปสุดพิเศษที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ไอศกรีมอย่างสนุก สดชื่น และมีชีวิตชีวา ภายใต้การออกแบบที่สื่อถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ “Wall’s Ice Ball” 

คุณดาว ทีมการตลาดจาก Wall’s Thailand เผยถึงเบื้องหลังความพิเศษของเปิดร้านคาเฟ่แห่งนี้ว่า จุดเด่นของคาเฟ่ครั้งนี้คือการออกแบบบูธในรูปทรงกลม เพื่อสื่อถึง Ice Ball ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Wall’s และการใช้โทนสีม่วงที่เป็นสีประจำรสองุ่น ภายในคาเฟ่ตกแต่งด้วยมู้ดแอนด์โทนที่ค่อนข้างให้ความสดใส ฉ่ำเย็น เพื่อเข้ากับบรรยากาศฤดูร้อนและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายในย่านสยาม ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่และทันสมัย

เมนูพิเศษของการเปิดร้าน Wall’s Ice Ball Café

4 เมนูไฮไลต์สุดปัง! เนรมิต Wall’s Ice Ball ให้กลายเป็นความอร่อยรูปแบบใหม่ที่ต้องลอง

ภายในเปิดร้านคาเฟ่ Wall’s Ice Ball Café แห่งนี้ ไม่ได้มีแค่การตกแต่งที่สะดุดตา แต่ยังมีการเสิร์ฟ เมนูพิเศษจำนวน 4 เมนู ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม และเป็นเมนูที่หาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

  • Ice Ball Bingsu – ไอศกรีมวอลล์สไอซ์บอลล์องุ่นแดงเสิร์ฟพร้อมบิงซูรสนม เนื้อเนียนละเอียดละมุนลิ้น ให้ความรู้สึกสดชื่นเต็มคำ เหมาะกับอากาศร้อน ๆ ของเมืองไทย
  • Ice Ball Dark Choco – องุ่นแดงเคลือบช็อกโกแลตเข้มข้น สำหรับคนรักช็อกโกแลต ต้องไม่พลาดไอศกรีมวอลล์สไอซ์บอลล์องุ่นแดงที่ถูกเคลือบด้วยช็อกโกแลตเข้มข้น รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว ตอบโจทย์สายหวานที่ต้องการความเข้มข้นถึงใจ
  • Ice Ball Green Choco – อีกหนึ่งเมนูช็อกโกแลตที่มาพร้อมความแปลกใหม่ ด้วยไอศกรีมวอลล์สไอซ์บอลล์องุ่นแดงเคลือบช็อกโกแลตเขียว ให้รสชาติหอมหวานสไตล์ Fruity ผสมผสานความสดชื่นและกลมกล่อมไว้ด้วยกัน
  • Ice Ball พริกแซ่บ – เมนูสุดเซอร์ไพรส์ที่เอาใจสายแซ่บโดยเฉพาะ กับไอศกรีมวอลล์สไอซ์บอลล์องุ่นเขียว เสิร์ฟพร้อมพริกเกลือ ที่จะมาสร้างประสบการณ์รสชาติที่ไม่เหมือนใคร ผสมผสานความหวานอมเปรี้ยวกับความเผ็ดร้อนได้อย่างลงตัว

เปิดร้าน Wall’s Ice Ball Café กลางสยาม

Wall’s Ice Ball Café เปิดร้านคาเฟ่กลางสยาม

ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางสยามและกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม ทำให้ Wall’s Ice Ball Café เผชิญกับจำนวนผู้เข้าร้านที่หนาแน่นตั้งแต่ช่วงเปิดร้านวันแรก ซึ่งทีมงานของ Wall’s พบว่า การบริหารจัดการออเดอร์และการรับชำระเงิน คือความท้าทายสำคัญที่ต้องควบคุมให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณดาวจาก Wall’s Thailand เล่าถึงความท้าทายที่พบว่า “ด้วยจำนวนลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดวัน ทำให้พนักงานต้องทำงานแข่งกับเวลาในการรับออเดอร์อย่างต่อเนื่อง แทบไม่มีช่วงพัก การบริหารจัดการออเดอร์จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้ความล่าช้าเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจเปลี่ยนใจไปยังร้านอื่นได้ทันที นอกจากนี้ การรับเงินก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งตอนคนเยอะ ๆ ต้องมีตัวช่วยในการชำระเงินที่แม่นยำ ไม่งั้นอาจเกิดปัญหาที่ว่าลูกค้ามีการปลอมสลิป หรือจ่ายเงินผิด ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ทำให้ร้านเสียโอกาสเป็นอย่างมาก

เปิดร้านด้วย Wongnai POS ตัวช่วยเบื้องหลังการจัดการร้านที่ราบรื่น

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ทางร้านจึงต้องหาระบบ POS ที่มาจะช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งทาง Wall’s Ice Ball Café ได้เลือกใช้ ระบบ Wongnai POS รุ่น 2 จอ ร่วมกับฟีเจอร์เสริมที่จะช่วยให้การจัดการร้านได้ดีกว่าเดิม คือฟีเจอร์ Wongnai POS Pay และ Wongnai Order & Pay เพื่อให้ร้านสามารถทำงานได้ราบรื่น แม้ในช่วงเวลาที่ลูกค้าแน่นหนาเปิดร้าน Wall’s Ice Ball Café ด้วย Wongnai POS รุ่น 2 จอ

คุณดาวอธิบายถึงเหตุผลที่เลือกระบบ Wongnai POS รุ่น 2 จอว่า “ร้านเป็นรูปแบบของ Quick Service เน้นซื้อไว จ่ายไว เลยเลือกใช้รุ่น 2 จอ เพราะชอบที่มีจอหลังแสดงรายการออเดอร์ให้ลูกค้าตรวจสอบก่อนที่จะจ่ายเงินได้ ช่วยลดข้อผิดพลาดเรื่องการคีย์ออเดอร์ผิด เพราะลูกค้าสามารถเห็นออเดอร์ที่ตัวเองสั่งได้เลยช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีทั้งฝั่งลูกค้าและพนักงาน”

Wongnai POS Pay หมดกังวลเรื่องสลิปปลอม โอนยอดผิด ประหยัดเวลาพนักงาน

ก่อนหน้านี้ Wall’s Ice Ball Café ใช้การปรินต์ QR Code รับเงิน ให้ลูกค้าสแกนจ่ายเอง แต่ก็พบปัญหาสำคัญที่ว่า ไม่มีระบบที่ช่วยตรวจสอบยอดเงิน ทำให้พนักงานจำเป็นต้องถ่ายรูปสลิปมาตรวจสอบภายหลัง จึงทำให้เกิดการเสียเวลา ทั้งตัวพนักงานเองแล้วก็ลูกค้าเอง

หลังจากเปิดใช้งาน Wongnai POS Pay ช่วยให้

  • ลูกค้าสแกนจ่าย ยอดเงินก็จะถูกล็อกและแสดงบนจอหลัง ไม่ต้องกังวลเรื่องโอนผิดยอด
  • มีระบบปิดบิลให้อัตโนมัติ พอชำระเงินสำเร็จก็จะแจ้งเตือนบนเครื่อง POS อัตโนมัติ หมดปัญหาสลิปปลอม
  • ไม่ต้องเสียเวลาถ่ายรูปสลิปลูกค้า ประหยัดเวลาทำงานของพนักงาน พร้อมรับออเดอร์ต่อๆไป

อีกทั้งฟีเจอร์ Wongnai POS Pay นี้ สามารถเปิดใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Wongnai Order & Pay ลูกค้าแฮปปี้ ร้านลื่นไหล ไม่เสียลูกค้าที่ขี้เกียจรอคิว

สำหรับร้าน Pop-up Store ที่ตั้งอยู่ใจกลางทำเลผู้คนหนาแน่นอย่างสยามเซ็นเตอร์ มักพบกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคิวที่ยาวเหยียดในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือการรับมือกับลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วและไม่อยากเสียเวลาต่อแถว สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ร้านเสียโอกาสในการขายและลูกค้าที่ “ขี้เกียจรอ” ไปอย่างน่าเสียดาย

Wongnai Order & Pay ช่วยให้ Wall’s Ice Ball Café เปิดร้านและทำงานได้ดีขึ้น

Wongnai Order & Pay จึงเป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ฟีเจอร์นี้ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยข้อดีมากมายที่ร้านกาแฟแบบ Pop-up Store ต้องการ

  • ลูกค้าสามารถสแกน QR Code ที่ป้ายหน้าร้านแล้วสั่งและจ่ายเงินผ่าน LINE ได้ทันที ไม่ต้องต่อแถวให้เสียเวลา
  • เพิ่มความสะดวกสบาย ลูกค้าสามารถไปเดินเล่นรอได้ ไม่จำเป็นต้องยืนรอหน้าร้าน เพราะระบบจะแจ้งเตือนผ่าน LINE ทันทีที่ออเดอร์พร้อมรับ
  • ลดภาระพนักงาน พนักงานสามารถโฟกัสกับการเตรียมเครื่องดื่มได้เต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลาในการรับออเดอร์และรับชำระเงิน
  • ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว ไม่อยากรอคิว ช่วยให้ร้านไม่เสียโอกาสในการขายจากลูกค้าที่อาจเปลี่ยนใจไปร้านอื่น

Wall’s Ice Ball Cafe ไม่เพียงแต่เป็นตัวอย่างของคาเฟ่ป๊อปอัปที่ประสบความสำเร็จด้านการตลาดและสร้างสรรค์เมนูได้อย่างน่าสนใจ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบจัดการหลังบ้านในยุคใหม่ที่ร้านค้าต้องให้ความสำคัญ ด้วยการใช้ Wongnai POS ร่วมกับฟีเจอร์ Wongnai Order & Pay และ Wongnai POS Pay ทำให้ Wall’s สามารถจัดการออเดอร์จำนวนมากได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาด และสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้ทั้งลูกค้าและพนักงานได้อย่างไร้ที่ติ

สำหรับใครที่อยากไปลองไปชิมไอติม และสัมผัสบรรยากาศการใช้งานจริงของ Wongnai Order & Pay แวะไปได้เลยที่
📍
Wall’s Ice Ball Cafe เปิดให้บริการที่ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ เวลา 10:00–21:00 น.  ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้น
หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook Wall’s Thailand


หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

เปิดร้านด้วย Wongnai POS

EDC ช่วยร้านค้ายุคใหม่ ลูกค้าจ่ายง่าย ร้านค้าขายคล่อง

New_Restaurant_Must_Use_EDC

ร้านค้ายุคใหม่ต้องใช้ EDC ลูกค้าจ่ายง่าย ร้านค้าขายคล่อง

ในยุคที่ชีวิตประจำวันเชื่อมต่อกับดิจิทัลแทบทุกด้าน ผู้คนพกเงินสดน้อยลง แต่ยังต้องการความสะดวก รวดเร็ว และตัวเลือกในการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น การที่ร้านค้า “รับแค่เงินสด” อย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เครื่องรูดบัตร EDC จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญของร้านยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะ “รูดบัตรได้” แต่ยังช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และความเป็นมืออาชีพของร้านที่สามารถรับรองการชำระเงินของลูกค้าได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น บัตรเดบิต เครดิต พร้อมเพย์ หรือ E-wallet

จากรายงานพบว่า ร้านอาหารที่รับบัตรเครดิต สามารถเพิ่มยอดขายได้เฉลี่ย 20% มากกว่าร้านค้าที่รองรับแค่การชำระแบบเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ลูกค้าไม่ได้มีแค่คนไทย แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยม Digital Wallet อย่าง Alipay หรือ WeChat Pay การมีระบบรองรับช่องทางเหล่านี้จึงเป็นโอกาสทองที่ร้านยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม 

EDC_New_Restaurant_Must_Use_EDC

ปัญหาที่หลายๆร้านมักจะเจอ เมื่อรับชำระแบบเดิมๆ

  • ไม่มีระบบตรวจสอบ อาจเจอการโกง หรือ สลิปปลอม
    ร้านต้องอาศัยความเชื่อใจลูกค้า หรือต้องให้พนักงานเสียเวลาในการเช็คสลิปของลูกค้า บางครั้งร้านอาจจะเจอสลิปปลอม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร้านเสียรายได้โดยไม่รู้ตัว เพราะไม่มีระบบที่สามารถตรวจสอบการชำระเงินได้
  • เสี่ยงคีย์ยอดผิด หรือลูกค้าโอนยอดผิด
    เมื่อใช้วิธีให้ลูกค้าต้องสแกนจ่าย หรือโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้า ทำให้มีสูงที่ร้านค้าจะใส่ตัวเลขจำนวนเงินผิด หรือลูกค้าโอนเงินผิดจำนวน ทำให้เสียเวลาในการตาม หรือตรวจสอบยอดการโอน
  • เสียเวลาสรุปบิลเอง
    การไม่มีระบบเก็บข้อมูลอัตโนมัติ ทำให้ร้านต้องมานั่งรวมยอดขายเองวันต่อวัน เสี่ยงยอดตกหล่น
  • เสียโอกาสทางการขาย เพราะไม่รับบัตร
    ลูกค้าหลายคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว หรือลูกค้าที่ไม่พกเงินสด มักอยากจ่ายด้วยบัตรเครดิต ถ้าร้านไม่มีระบบรองรับ อาจทำให้ลูกค้าลังเลหรือเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่น

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ปัญหาเหล่านี้ จะเห็นได้ชัดว่าระบบรับชำระเงินแบบเดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของการทำธุรกิจในปัจจุบันได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ร้านค้ารองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน การหา “ระบบรับชำระเงินที่ปลอดภัย แม่นยำ และจัดการง่าย” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ร้านยุคใหม่หลายๆร้านให้ความสำคัญ

แล้วเครื่องรูดบัตร EDC ช่วยร้านค้าอย่างไรบ้าง?

​​เครื่อง EDC ไม่ใช่แค่เครื่องรูดบัตรธรรมดาอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้ร้านค้ายกระดับการให้บริการในทุกมิติ ทั้งในด้านการเพิ่มยอดขาย เสริมภาพลักษณ์ให้ร้านดูทันสมัย รวมถึงช่วยให้การให้บริการลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเป็นมืออาชีพ 

  • รองรับการชำระเงินหลายรูปแบบ
    ลูกค้าสามารถเลือกจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต พร้อมเพย์  ไลน์เพย์ และ E-wallet ทำให้ร้านไม่พลาดทุกการขาย ไม่ว่าลูกค้าจะใช้วิธีไหนในการชำระเงินก็ตาม
  •  สร้างยอดขาย ขยายฐานลูกค้า
    เมื่อร้านรับบัตรและชำระผ่านระบบได้หลากหลาย ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มคนที่ไม่พกเงินสด ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวหลักที่มาเที่ยวประเทศไทย เช่น จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี และมาเลเซีย กว่า 15 ล้านคน จากทั้งหมด 30 ล้านคน เลือกชำระเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay การรองรับช่องทางเหล่านี้จึงช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างมหาศาล
  • เสริมภาพลักษณ์ให้ร้านค้า
    การมีเครื่องรูดบัตร EDC ช่วยให้ร้านดูทันสมัย น่าเชื่อถือ และมีความเป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือใหญ่ ก็สร้างภาพลักษณ์ที่ดูมีมาตรฐานได้
  • ชำระเงินแบบ Contactless
    รองรับการแตะบัตรหรือมือถือเพื่อจ่ายเงิน โดยไม่ต้องเสียบบัตรหรือกดรหัส ลดขั้นตอน และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น VISA ยังเผยว่า 8 ใน 10 ของคนไทยหันมาใช้จ่ายแบบ Contactless มากขึ้นแทนเงินสด และไทยกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วกว่าที่คาดถึง 4-5 ปี แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ที่ร้านค้าไม่ควรมองข้าม

ยกระดับขึ้นอีกขั้น ด้วยการใช้ EDC คู่กับ Wongnai POS

ถ้าอยากให้ทุกอย่างลื่นไหล ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและความผิดพลาดในการรับชำระ  การใช้เครื่องรูดบัตร EDC ที่เชื่อมต่อกับระบบ Wongnai POS จะช่วยให้การทำงานของร้านเป็นอัตโนมัติและแม่นยำมากขึ้น

  • เครื่อง EDC เชื่อมต่อกับ POS อัตโนมัติ
    เมื่อกดชำระเงินจากหน้าเครื่อง POS ระบบจะส่งยอดไปยังเครื่อง EDC โดยตรง ไม่ต้องคีย์ยอดเอง ลดความผิดพลาดในการกรอกตัวเลข
  • ปิดบิลอัตโนมัติทันทีหลังชำระเงิน
    เมื่อรายการชำระสำเร็จ ระบบจะปิดบิลให้อัตโนมัติ พร้อมแจ้งเตือนและบันทึกยอดลง POS ทันที ลดความเสี่ยงเรื่องบิลตกหล่นหรือเจอสลิปปลอม
  • สรุปยอดขายแบบครบถ้วนในระบบเดียว
    ระบบ POS จะรวบรวมข้อมูลการขายทั้งหมดไว้ให้ในที่เดียว แสดงผลอย่างชัดเจน ทั้งยอดขายต่อวัน วิธีชำระเงิน และสถานะบิล ช่วยประหยัดเวลาและลดปัญหาเรื่องยอดไม่ตรง

การใช้เครื่องรูดบัตร EDC ร่วมกับระบบ POS ไม่ได้แค่ช่วยอำนวยความสะดวกร้านค้าในเรื่องของการรับชำระเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงานด้วยมือ เพิ่มความเป็นมืออาชีพให้ร้าน และรองรับลูกค้าทุกกลุ่มที่มีรูปแบบการจ่ายเงินหลากหลายในปัจจุบัน


 

สำหรับร้านค้าที่สนใจสมัครใช้เครื่องรูดบัตร EDC ร่วมกับ Wongnai POS หรือยังลังเล และอยากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ลงทะเบียนได้เลยที่ได้เลยที่ 👉🏻 คลิก

LMWN Café เปิดร้านกาแฟบนออฟฟิศยังไงให้ได้ 4,000 แก้วต่อเดือน?

Queue_Display_Testimonial_Blog_Cover_LMWN_Cafe_Passionate_Roastery

LMWN Café เปิดร้านกาแฟบนออฟฟิศยังไงให้ได้ 4,000 แก้วต่อเดือน?

หากถามถึงเครื่องดื่มที่ครองใจชาวออฟฟิศต่างๆ หรือแม้แต่ชาวออฟฟิศ LMWN เอง เมนูกาแฟต้องติดอันดับหนึ่งแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นตัวช่วยเติมพลังให้ตื่นตัวพร้อมที่จะทำงานแล้ว กาแฟยังมีเอกลักษ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งรสชาติ กลิ่นหอมของมัน และความใส่ใจในการชงกาแฟที่ทำให้ใครหลายคนหลงรักมัน

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังร้านกาแฟที่ดูเรียบง่าย กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่หลังบ้านต้องเจอ โดยในเฉพาะในช่วยเวลาที่เร่งด่วนอย่างช่วงเช้าและช่วงบ่าย ที่พนักงานบริษัท LINE MAN Wongnai แห่กันมาสั่งเครื่องดื่มคนละแก้วสองแก้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลลที่ว่า ทำไม “การจัดการคิวและออเดอร์” จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับคุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Café by Passionate Roastery ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ภายในออฟฟิศของ LINE MAN Wongnai ซึ่งสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นความราบรื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเคล็ดลับจากเทคโนโลยีในการจัดการร้าน

 

จากพนักงานประจำ สู่เจ้าของโรงคั่วกาแฟ

หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน “คุณฟ้า” เจ้าของร้าน LMWN Café by Passionate Roastey ยังเป็นเพียงพนักงานประจำที่ใช้ชีวิตวนลูปเช้าถึงเย็น จนกระทั่งช่วงโควิดเข้ามา งานที่คุณฟ้าต้องรับผิดชอบมีน้อยลง เวลาว่างที่มากขึ้นได้ถูกใช้ไปกับสิ่งที่ตัวเองรักและอยากจะทำมาตลอด นั้นก็คือ “กาแฟ” ซึ่งก่อนเป็นพนักงานประจำ คุณฟ้าก็เคยเป็นบาริสต้ามาก่อน

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe ถือแก้วกาแฟเพื่อเสิร์ฟ

โดยจุดเริ่มต้นของ “Passionate Roastery” นั้น คุณฟ้าได้เปิดโรงคั่ว และทำเมล็ดกาแฟขาย รวมถึงการสอน ฝึกอบรม เทรนนิงสำหรับบาริสต้า โดยคุณฟ้ามีความตั้งใจที่อยากจะ “ลดช่องว่างระหว่างโรงคั่ว คนคั่วกาแฟ กับบาริสต้า เพื่อที่บาริสต้าหน้าร้านจะได้ส่งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟแต่ละประเภทนั้น ให้กับลูกค้าได้อย่างชัดเจน” ซึ่งเป็นความคิดตั้งแต่คุณฟ้ายังเป็นบาริสต้า

 

จากโรงคั่วกาแฟ สู่เจ้าของร้านกาแฟสุดชิคบนออฟฟิศ “LMWN Café by Passionate Roastery”

นอกจากการทำโรงคั่ว เมล็ดกาแฟ และการสอนบาริสต้าแล้ว สิ่งที่คุณฟ้าอยากทำมาตลอดคือการเปิดร้านกาแฟ

เมื่อคุณฟ้ามีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Pitch ร้านกาแฟ LMWN Café ซึ่งเป็นร้านที่จะตั้งบนออฟฟิศของบริษัท LINE MAN Wongnai คุณฟ้าก็ไม่ลังเล เพราะนี้คือโอกาสที่จะได้แบ่งปันกาแฟแบบ Specialty ห้กับพนักงานออฟฟิศในราคาที่เข้าถึงใด้ และสามารถซื้อได้ในทุกๆวัน

จากจุดเริ่มต้นจากโรงคั่ว สู่ร้านกาแฟดีไซน์อบอุ่นบนออฟฟิศสุดชิคอย่าง LMWN Café by Passionate Roastery ที่วันนี้สามารถเสิร์ฟกาแฟเฉลี่ยนวันละ 200 แก้ว หรือราว 4,000 แก้วต่อเดือน ! และยังเป็นพื้นที่แห่ง Passion ที่ถ่ายทอดคุณค่าของกาแฟผ่านทุกแก้วอย่างแท้จริง

 

จัดการร้าน LMWN Café ให้เป็นระบบ ด้วย FoodStory POS

เมื่อคุณฟ้าได้เข้ามาเปิดร้านกาแฟบนออฟฟิศของ LINE MAN Wongnai จึงมีโอกาสได้ใช้ FoodStory POS เข้ามาช่วยจัดการร้าน ซึ่งกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การบริหารร้านกาแฟเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าที่คิด

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe กล่าวว่า "FoodStory POS ใช้งานง่าย ลดเวลาการเทรนพนักงาน ดูยอดขายผ่านมือถือ จัดการพนักงานช่วงคนเยอะๆได้ดีขึ้น แม้ไม่ได้เข้าร้านก็ยังคุมร้านได้สบาย"

สิ่งที่คุณฟ้าชื่นชอบที่สุดคือการที่สามารถเช็กยอดขายได้แบบเรียลไทม์ผ่าน POS Manager App โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร้านทุกวัน เพียงแค่เปิดมือถือก็สามารถดูยอดขาย วิเคราะห์ยอดสั่งซื้อในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นช่วง peak time หรือช่วงเวลายอดขายตก ทำให้สามารถวางแผนจัดคน วางตารางเวลาการทำงาน หรือแม้แต่พักของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ FoodStory POS ยังช่วยให้คุณฟ้าดึงข้อมูลยอดขายย้อนหลัง เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ทั้งเมนูขายดี เมนูที่ควรทำโปรโมชัน หรือเมนูที่ควรเพิ่ม-ลดจากเมนูหลัก ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยต่อยอดธุรกิจได้อย่างชัดเจน

ด้านหลังบ้านเองก็จัดการง่ายขึ้นมาก เพราะระบบสต็อกแบบเรียลไทม์ช่วยให้คุณฟ้าวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟหรือวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ใช้ในแต่ละวัน

ที่สำคัญ FoodStory ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวกต่อการสอนงาน เทรนพนักงานใหม่ได้รวดเร็ว ช่วยลดเวลาการเทรนและทำให้ทีมสามารถทำงานได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

 

LMWN Café จบปัญหาคิวและออเดอร์ที่แสนวุ่นวายด้วยฟีเจอร์ Queue Display

อย่างไรก็ตาม เมื่อร้านเริ่มดำเนินไป ปัญหาหนึ่งที่คุณฟ้าสังเกตเห็นได้ชัดคือ “ช่วงเวลาเร่งด่วน” ที่ลูกค้าแห่มาร้านพร้อมกัน โดยเฉพาะช่วงเช้า หรือช่วงพักกลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่พนักงาน LMWN ส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาส่วนนี้ตรงกัน ทำให้เกิดการสั่งกาแฟพร้อมกันหลายออเดอร์ในเวลาเดียว

แต่ละวันมีออเดอร์เข้ามามากกว่า 200 แก้ว ซึ่งหากไม่มีระบบจัดการที่ดีพอ ก็อาจนำไปสู่ความล่าช้า คิวสับสน หรือแม้แต่ออเดอร์ที่ตกหล่น จนกระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง จึงต้องหาทางออกที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็ได้ Queue Display ฟีเจอร์ใหม่จาก Wongnai และ FoodStory POS เข้ามาเป็นตัวช่วยร้านที่ทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe กล่าวว่า "Queue Display ช่วยให้พนักงานจัดการออเดอร์ได้ง่ายขึ้น ออเดอร์เสร็จก็แค่มากดเรียกคิวได้เลยในคลิกเดียว ลงทุนทั้งปี เทียบเท่ากับค่าจ้างพนักงาน 1 คน ในเดือนเดียว คุ้มค่ามากๆ"

หลังจากเริ่มใช้งาน Queue Display อย่างแรกที่คุณฟ้าประทับใจเลยคือ Queue Display นั้นใช้งานง่าย เพราะเชื่อมต่อกับ FoodStory POS อัตโนมัติ เมื่อมีออเดอร์เข้าหรือพนักงานรับออเดอร์เสร็จแล้ว ออเดอร์จะแสดงบนหน้าจอ Queue Display ทันที และเมื่อพนักงานกดเรียกคิวบน Android Tablet จอ Queue Display ก็เรียกคิวให้เลย

โดยคุณฟ้าเล่าว่า ความประทับใจนั้น ไม่ได้มีแค่จากคุณฟ้าอย่างเดียว แต่ยังมีเสียงตอบรับทั้งจากลูกค้าและพนักงาน ลูกค้าหลายคนบอกว่ารู้สึก “อุ่นใจ” เพราะสามารถเห็นคิวของตัวเองแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องคอยถามพนักงานว่า “คิวถึงไหนแล้ว?” หรือกลัวว่าออเดอร์ตัวเองจะหล่นหาย เพราะเมื่อออเดอร์เสร็จ พนักงานเพียงแค่กดเรียกคิวผ่านหน้าจอ ระบบก็จะขึ้นแสดงผลพร้อมเสียงแจ้งเตือนให้ลูกค้าไปรับออเดอร์ได้ทันที พนักงานจึงมีเวลามากขึ้นในการดูแลกระบวนการอื่นในร้าน เพราะไม่ต้องเสียคน และเสียเวลามานั่งเรียกคิวตลอดเวลา

นอกจากนั้น ระบบ Queue Display ยังช่วยให้ร้านออกออเดอร์รวดเร็วขึ้นมาก จากเดิมที่อาจใช้เวลาต่อแก้ว 10-30 วินาที เหลือเพียง 5 วินาทีต่อออเดอร์ ทำให้รองรับลูกค้าในช่วงพีคได้ดีขึ้นกว่าเดิม

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe กล่าวว่า "ตั้งแต่ใช้ Queue Display ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจมากขึ้นที่เห็นคิวตัวเอง ไม่ต้องมาถามคิวซ้ำๆ ปัญหาการหยิบแก้วผิดที่เคยมีก็หมดไป สามารถลดค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปได้ถึง15% เลย"

หนึ่งในปัญหาใหญ่ๆ ที่ร้านกาแฟ หรือร้าน Quick Service (ร้านจ่ายก่อนกิน) ต้องเจอ คือปัญหาการหยิบออเดอร์ผิด ยิ่งในเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งร้าน LMWN Café ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน

“ปัญหาการหยิบแก้วผิดที่เคยเจอก็หมดไป ลดค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่าจากออเดอร์ผิดได้ถึง 15%” 

คุณฟ้าเล่าว่า Queue Display นั้น สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ไม่ใช่แค่ให้ลดลง แต่ทำให้ปัญหานี้หมดไปเลย 

 

ความคุ้มค่าในการลงทุนระบบจัดการร้านอาหาร

“ถ้าต้องจ้างพนักงาน 1 คน ค่าแรงเดือนละ 20,000 บาท แต่เราลงทุนแค่ 20,000 บาทต่อปีให้กับระบบ POS และ Queue Display ที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้เรา รู้สึกคุ้มค่ามากค่ะ”

คุณฟ้าบอกถึงความคุ้มค่าของการใช้ระบบจัดการร้านแทนการเพิ่มพนักงาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน Queue Display เปรียบเสมือนพนักงานอีก 1 คน ที่ช่วยจัดคิวอย่างเป็นระบบ ไม่มีเหนื่อย ไม่มีหลุด จนสามารถลดภาระของทีมงานได้จริง

📌สุดท้ายนี้ หากใครอยากที่จะเปิดร้านกาแฟ สามารถติดต่อ Passionate Roastery ที่มีบริการ Set up ร้านกาแฟและคาเฟ่ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ได้ที่ Facebook : Passionate Roastery&Trainning

 

 


สำหรับร้านที่สนใจ Queue Display ไปจัดการคิวและเรียกคิวหน้าร้าน ลงทะเบียนได้เลยที่ 👉🏻 คลิก
หรือหากยังลังเล และอยากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระบบ POS แอด LINE ปรึกษาฟรีได้เลยที่ 👉🏻
คลิก

 

 

หมายเหตุ :
Queue Display ต้องใช้ร่วมกับ Wongnai POS หรือ FoodStory POS พร้อมแพ็กเกจ Quick Service
ราคานี้ไม่รวมอุปกรณ์ POS (เริ่มต้นเพียง 8,900.-) และระบบซอฟต์แวร์ POS
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LMWN_Cafe_Fah_Passionate_Roastery_Queue_Display_Testimonial_Quote_End

6 ขั้นตอนง่ายๆ ร้านค้าสามารถออก E-Receipt ให้ลูกค้าได้ผ่าน POS

6 ขั้นตอนง่ายๆ ร้านค้าสามารถออก E-Receipt ให้ลูกค้าได้ผ่าน POS

การที่ร้านค้าสามารถออก E-Receipt ให้ลูกค้าได้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันที แต่ยังช่วยให้ร้านค้าบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ โดยร้านค้าที่ใช้เครื่อง FoodStory POS สามารถออกE-Receipt ให้ลูกค้าได้ง่ายๆ มีขั้นตอนอะไรบ้าง มาดูกันเลย


1. ธุรกิจที่เข้าเงื่อนไข

ร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจบริการต่าง ๆ ยกเว้นธุรกิจบางประเภท เช่น สุรา หรือยาสูบ เป็นต้น


2. ร้านค้าต้องสมัคร ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

โดยร้านค้าสามารถสมัครยื่นคำขอใช้บริการ e-Tax Invoice by Time Stamp (ชื่อเดิม e-Tax Invoice by Email) ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ที่ www.rd.go.th โดยรอการอนุมัติจากกรมสรรพากร


3. ต้องมี โปรแกรมบัญชี

ร้านค้าสามารถสมัครใช้โปรแกรมที่ช่วยออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยเฉพาะโปรแกรม FlowAccount (ต้องเป็นแพ็กเกจ Premium ขึ้นไป) ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง FoodStory POS ได้เลย เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ และในอนาคตอันใกล้ FlowAccount จะสามารถเชื่อมต่อกับ Wongnai POS ได้ด้วย

ร้านค้าสามารถสมัคร FlowAccount ได้ด้วยตัวเองที่ ttps://www.flowaccount.com/

หมายเหตุ : (ถ้าเป็นโปรแกรมอื่นๆ เช่น PEAK, TRCLOUND ร้านค้าต้องออกใบกำกับภาษีผ่านโปรแกรมของทั้ง 2 เจ้าเอง จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง FoodStory POS ได้)

4. เชื่อมต่อ FlowAccount กับ FoodStory POS

ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่ใช้งานทั้งระบบร้านอาหาร FoodStory POS และ ระบบบัญชี FlowAccount (แพ็กเกจ Premium ขึ้นไป) สามารถเชื่อมต่อทั้งสองระบบ เพื่อออกเอกสารและทำบัญชีได้
โดยมีขั้นตอนดังนี้
          ขั้นตอนที่ 1 : Log in เข้าใช้งาน FoodStory ด้วยลิงก์นี้ https://owner.foodstory.co/ ด้วยอีเมลและพาสเวิร์ดที่คุณสมัครใช้งานไว้
          ขั้นตอนที่ 2 : ดูที่แทปเมนูชื่อ “อื่นๆ” และเลือกไปที่ “เชื่อมต่อโปรแกรม”
          ขั้นตอนที่ 3 : เลือกสาขาที่ต้องการเชื่อมต่อ และกดที่ “เชื่อมต่อ FlowAccount”

ท่านสามารถดูวิธีการเชื่อมต่อ FlowAccount กับ FoodStory เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก


5. ร้านอาหารออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าบนเครื่อง POS โดยมีขั้นตอนดังนี้

          ขั้นตอนที่ 1 : เมื่อคุณได้รับออร์เดอร์จากลูกค้าแล้วต้องการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สามารถกดเก็บเงินโดยเลือกเป็น Credit หรือ Cash ก็ได้
ขั้นตอนที่ 2 : จากนั้นติ๊กเลือกในช่อง “Full TAX invoice” (ดังภาพ) และกด Finish
ขั้นตอนที่ 3 :แอปพลิเคชั่นจะให้คุณใส่ข้อมูลของลูกค้า โดยมีข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการออกเอกสารใบกำกับเต็มรูปแบบดังนี้
– เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก
– ชื่อบุคคล
– ที่อยู่
เมื่อใส่ข้อมูลเรียบร้อยแล้วสามารถกด Print เอกสารได้เลย

6. ออก e-Tax Invoice บน FlowAccount ให้ลูกค้า

เอกสารข้อมูลใบกำกับภาษีดังกล่าวที่ออกจาก POS ตามข้อ 5 จะถูกซิงค์มายังระบบ FlowAccount โดยอัตโนมัติ
โดยที่ร้านค้าสามารถ ออกใบกำกับภาษีพร้อมส่งออกอีเมล e-Tax Invice by Time Stamp จาก Flow Account ให้ลูกค้าได้เลย โดยมีขั้นตอนดังนี้
          ขั้นตอนที่ 1 : เข้าสู่ระบบ FlowAccount ที่เชื่อมต่อ FoodStory POS ไว้ ใน https://auth.flowaccount.com/th
          ขั้นตอนที่ 2 : ไปที่หน้าเอกสารขาย และเลือกเอกสารใบกำกับกาษีที่ท่านต้องการส่ง (ท่านสามารถส่งอีเมล e-Tax Invoice กับเอกสารใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ และใบเพิ่มหนี้เท่านั้น)
          ขั้นตอนที่ 3 : คลิกที่ปุ่มจุดสามจุด ท้ายเอกสารที่ท่านต้องการส่ง และเลือกตัวเลือก “ส่งอีเมล e-Tax Invoice”

ขั้นตอนที่ 4 : ระบบจะแสดงจอสำหรับการส่งอีเมลเอกสารใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
          ขั้นตอนที่ 5 : กรอกอีเมลผู้รับ (ได้เพียง 1 อีเมลเท่านั้น) และข้อความอีเมลที่ท่านต้องการส่ง และกดปุ่ม “ส่งอีเมล”

ท่านสามารถอ่านบทความเพิ่มเติมสำหรับ วิธีการใช้งาน e-Tax Invoice by Email บน FlowAccount ได้ที่นี่ คลิก

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถออก E-Receipt ได้สำเร็จ

การใช้ระบบ POS และโปรแกรมบัญชีอย่าง FlowAccount ช่วยให้ร้านค้าสามารถออก E-Receipt และบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดข้อผิดพลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในยุคดิจิทัล

 

ปีนี้รวย! 10 วิธีเพิ่มยอดขายให้พุ่งชัวร์

10_ways_to_boost_order

อยากเริ่มต้นปีใหม่แบบปัง ๆ พร้อมยอดขายที่พุ่งทะลุเป้าหมายกันไหม? มาทางนี้เลย! เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการลงมือทำอย่างถูกต้อง มีเป้าหมายที่ชัดเจน และที่สำคัญคือความตั้งใจล้วน ๆ ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มต้นสร้างปีแห่งความสำเร็จไปด้วยกันเถอะ! เพราะปีนี้จะเป็นปีของเรา

10 วิธีเพิ่มยอดขายให้พุ่งชัวร์ มีอะไรบ้าง? ไปค้นหาคำตอบกันเลย

 

1. จัดการร้านอาหารอย่างมืออาชีพด้วยระบบ POS

Wongnai และ FoodStory POS นับได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญมาก ในการบริหารการจัดการร้านอาหารของคุณให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการออเดอร์ การบริหารสต็อกสินค้า การจัดการข้อมูลลูกค้า และการสรุปยอดขาย Wongnai POS และ FoodStory POS ก็สามารถช่วยจัดการได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างครอบคลุม

2. สร้างโปรโมชั่นที่ใช่ ให้โดนใจลูกค้า

โปรโมชั่นที่ดีจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น เจ้าของร้านควรวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และสร้างข้อเสนอที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความตื่นเต้น ซึ่งเราสามารถสร้างโปรโมชั่นบน Wongnai POS และ FoodStory POS ได้ เช่น โปรโมชั่น 1 แถม 1 ส่วนลดเมนูยอดฮิต จับเซตคู่สุดคุ้ม หรือโปรโมชั่นพิเศษตามเทศกาลสำคัญต่าง ๆ เช่น ปีใหม่ วาเลนไทน์ ตรุษจีน สงกรานต์ เป็นต้น

 

 

3. เพิ่มช่องทางขายเดลิเวอรี

การเพิ่มช่องทางการขายผ่านเดลิเวอรีจะช่วยให้ร้านของคุณเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ซึ่ง Wongnai และ FoodStory POS สามารถเชื่อมต่อกับ LINE MAN เดลิเวอรี ได้อัตโนมัติ สะดวก และจัดการออเดอร์ได้ง่ายมาก 

4. รู้จักใช้การโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็น

การโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นร้านอาหารของคุณได้ ซึ่งเจ้าของร้านอาหารยุคใหม่ ควรศึกษาการลงทุนโฆษณาเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ เช่น การโฆษณาบน LINE MAN เดลิเวอรี นอกจากรูปภาพที่สวยงามน่าดึงดูดแล้ว การเลือกใช้โฆษณาก็มีผลต่อการเพิ่มการเข้าถึงได้มากเช่นกัน

 

5. ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียให้โดดเด่น

โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่ทรงพลังในการสื่อสารกับลูกค้า ควรหมั่นสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เช่น ภาพถ่ายเมนูสวย ๆ รีวิวจากลูกค้า หรือคลิปวิดีโอเบื้องหลังการทำงานในร้าน เพื่อสร้างความประทับใจและลูกค้าเกิดความอยากกิน จนกดสั่งอาหารทันที

6. กระตุ้นให้ลูกค้าทำการรีวิว

รีวิวจากลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหาร หาวิธีกระตุ้นให้ลูกค้าที่พอใจกับบริการช่วยรีวิวร้านของคุณบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น แอปฯ เดลิเวอรี  Facebook Google Maps หรือ แอปฯ Wongnai ด้วยข้อเสนอ รับส่วนลดครั้งถัดไป หรือการให้ของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ  

รีวิวที่ดีก็ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้าน ซึ่ง Wongnai และ FoodStory POS นั้นสามารถเชื่อมต่อกับ แอปฯ Wongnai ได้ ลูกค้าจึงสามารถค้นหาร้านของคุณได้ง่ายขึ้น พร้อมตามรีวิวมาชิมได้ทันที

 

7. อัปเกรดบริการให้ประทับใจด้วยฟีเจอร์ Mobile Order

ฟีเจอร์ Mobile Order ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยลูกค้าสามารถสแกน QR Code สั่งอาหารผ่านมือถือได้ง่าย ๆ ช่วยลดเวลาและข้อผิดพลาดในการสั่งอาหาร เพราะออเดอร์ถูกส่งตรงเข้าครัวทันที ไม่ต้องยกมือเรียกพนักงานให้เสียเวลา เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และช่วยให้พนักงานไม่ต้องเดินรับออเดอร์ จดมือทีละโต๊ะ สามารถช่วยลดต้นทุนและลดขั้นตอนการทํางานของพนักงานได้มาก

Mobile Order ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้ดียิ่งกว่าที่เคย เพราะเวลาลูกค้าสแกนสั่งอาหารได้เอง ทำให้สั่งเพลินไม่สะดุด ส่งผลให้ยอดขายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มขึ้นถึง 18%  เมนูแนะนำยอดขายดีขึ้น 18%  และจำนวนโต๊ะลูกค้าต่อวันเยอะขึ้น 15% 

8. เพิ่มการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายด้วยเครื่อง EDC

จากผลสำรวจอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างของร้าน Wongnai POS และ FoodStory POS ที่ใช้เครื่อง EDC พบว่า ร้านที่รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต และ e-wallet  มียอดขายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มขึ้นถึง 32%  แน่นอนว่าการรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบ ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม

การเพิ่มช่องทางการชำระเงินจึงเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง เครื่อง EDC นั้นสามารถเชื่อมต่อกับ POS อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด และขั้นตอนในการชำระเงิน สามารถรองรับการชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay พร้อมเพย์ และ e-wallet ชั้นนำมากมาย ทั้ง WeChat Pay และ Alipay plus

 

 

9. ใส่ใจดูแลลูกค้าประจำด้วยระบบ CRM

ระบบ CRM เชื่อมต่อกับ Wongnai และ FoodStory POS โดยตรง ทำให้เราสามารถเข้าถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าดียิ่งขึ้นด้วยข้อมูลที่จำเป็น เช่น ประวัติการใช้บริการ หรือ ยอดคะแนนสะสม เป็นกลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้มาเป็นลูกค้าขาประจำ และทำให้ลูกค้าขาประจำกลับมาซื้อซ้ำ ด้วยการส่งข้อความ หรือ รูปภาพเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น และส่วนลดใหม่ ๆ ได้ทันทีผ่าน LINE OA ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลสมาชิกลูกค้า

10. วิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน เพื่อปรับกลยุทธ์การขาย

การวิเคราะห์ข้อมูล Sales Report จากระบบหลังบ้านของ Wongnai และ FoodStory POS  เช่น ดูยอดขายรายวัน เมนูที่ขายดี หรือช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้านบ่อยที่สุด จะช่วยให้คุณปรับปรุงกลยุทธ์การขายให้เหมาะสมได้ นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ได้ด้วยว่า โปรโมชั่นที่เราจัดไปนั้นมีลูกค้ามาใช้เยอะแค่ไหน เป็นโปรโมชั่นที่ผลตอบรับดีหรือไม่ แล้วครั้งต่อไปควรจะปรักลยุทธ์ยังไงให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านเล็ก ๆ หรือกำลังบริหารร้านขนาดใหญ่ การทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคช่วย แต่ต้องอาศัยการวางแผน การปรับตัว และการลงมือทำอย่างจริงจัง เคล็ดลับทั้ง 10 ข้อนี้เป็นเหมือนแผนที่นำทางที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความท้าทายและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

เริ่มต้นจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการร้าน การสร้างความประทับใจให้ลูกค้าผ่านโปรโมชั่นและการบริการที่ยอดเยี่ยม ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล เจ้าของร้านทุกท่านสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ทันที และปีนี้เองจะเป็นปีของคุณ


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

15 เทคนิคการเพิ่มยอดขาย Wongnai POS FoodStory POS

เจาะลึก Butterbear เส้นทางสู่ดาวของน้องหมีเนย

เจาะลึก Butterbear เพราะนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักน้องหมีเนยสุดคิวท์ ขวัญใจแม่ยกขนมหวานทั้งประเทศ ปลุกกระแส Mascot Marketing ให้กับแบรนด์ Butterbear เพราะไม่ว่าน้องหมีเนยจะโชว์ตัวเมื่อไหร่ ที่ไหน ก็จะรายล้อมไปด้วยบรรดาแฟนคลับจากหลายหลากประเทศ โดยเฉพาะแฟนคลับตัวยงอย่างชาวจีนและชาวเกาหลีใต้ ที่ต่างก็โดนตกด้วยความน่ารักเกินต้าน บวกกับลีลาการเต้นที่โดนใจ ทำเอาห้าง Emsphere เกือบแตกมาแล้ว แถมที่ยอดวิวในโลกโซเชียลก็พุ่งทะลุหลักล้านไปหลายคลิปเช่นกัน 

Continue reading

เบื้องหลัง ความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสด ของร้านอาหารในปี 2023

เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสดของร้านอาหารในปี 2023

ในปัจจุบันปี 2023 สังคมไร้เงินสดเป็นสิ่งที่กำลังก้าวข้ามเขตของการซื้อขายและการให้บริการของหลากหลายธุรกิจในท้องตลาด ร้านอาหารก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการชำระเงินที่ทันสมัยและทันเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและส่งเสริมให้กับธุรกิจในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วันนี้ FoodStory เอาข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆผู้ประกอบการร้านอาหารเพื่อสามารถเข้าใจถึงการเปลี่ยงแปลงสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นมาฝากกันค่ะ

เทคโนโลยีการชำระเงินแบบอัตโนมัติ : การทำรายการชำระเงินในร้านอาหารในปี 2023 มีความสะดวกสบายและรวดเร็วกว่าที่เคย ร้านค้านำเสนอระบบการชำระเงินอัตโนมัติที่มีความเชื่อถือสูง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องคอยเสียเวลาในการรอคิวหรือรับเงินทอน

ความปลอดภัยในการชำระเงิน : ความปลอดภัยเป็นหัวใจของระบบชำระเงิน ร้านอาหารใช้เทคโนโลยีการชำระเงินที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มั่นคง ป้องกันการขโมยข้อมูลและการทำธุรกรรมที่เป็นอันตรายต่อลูกค้า

การใช้บริการจากแอปพลิเคชัน : แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการสั่งอาหารและชำระเงินเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเลือกอาหารและทำรายการชำระเงินโดยใช้สมาร์ทโฟนของตนเอง ทำให้สะดวกสบายและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของร้านอาหาร

ระบบการสะสมแต้มหรือสิทธิประโยชน์ : การสะสมแต้มหรือสิทธิประโยชน์จากการชำระเงินเป็นสิ่งที่พบมากขึ้น ร้านอาหารนำเสนอโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าที่ใช้ระบบ cashless เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและสร้างความภูมิใจในการเป็นสมาชิกของร้านค้า

การรวมการตัดสินใจ : ร้านอาหารได้รับประโยชน์จากการรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบ cashless อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สถิติการขาย รีวิวลูกค้า และรายการอาหารที่นิยม การใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ร้านค้าตัดสินใจในการพัฒนาเมนู โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ อย่างมีเสถียรภาพ

ในปี 2023 การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสดของร้านอาหารเป็นเรื่องที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ การใช้ระบบ cashless เพื่อชำระเงินให้สะดวกสบายและปลอดภัยนำไปสู่ประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า ร้านอาหารสามารถเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้กับธุรกิจเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ไม่มีเงินสดอย่างมั่นคงและยั่งยืน


เครื่อง edc contactless payment เครื่องรูดบัตรกสิกรไทย

ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกท่านคงจะเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นว่าว่าปัจจุบันการรับชำระเงินโดยไร้เงินสดนั้นช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายเป็นอย่างมากและหากจะเสริมบริการจัดเต็มครบสูตรอย่าลืมศึกษาระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS บริหารร้านอาหารอย่างมืออาชีพที่มีฟีเจอร์จำเป็นมากกว่า 200 ฟีเจอร์ รวมถึงการรับชำระค่าบริการร้านอาหารทุกรูปแบบผ่านช่องทางหลากหลาย เช่น เงินสด, Thai QR Payment, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, Alipay, WeChat pay ฯลฯ ใช้ร่วมกับ เครื่อง EDC A920Pro รูดบัตรเครดิตรุ่นใหม่ ไร้สาย ทันสมัย สะดวก ครอบคลุมรูปแบบการชำระเงินที่มากกว่าเดิม พร้อมตรวจสอบและบันทึกข้อมูลบิลอัตโนมัติ ตอบโจทย์ร้านอาหารทุกรูปแบบขั้นสุด!


FoodStory POS

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่เลย!

คลิกเพื่อโทรติดต่อฝ่ายขาย

เตรียมพร้อม! 4 ไอเดียบุกตลาด ขายอาหารออนไลน์ หนทางสร้างรายได้นอกเหนือจากหน้าร้าน

ขายออนไลน์

เตรียมพร้อม! 4 ไอเดีย ขายอาหารออนไลน์
หนทางสร้างรายได้ที่นอกเหนือจากการขายหน้าร้าน

ลากยาวตั้งแต่ช่วงโควิดเริ่มจนถึงช่วงหลังโควิดแบบช่วงนี้ ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องทำการปรับตัวเป็นอย่างมากแน่นอนว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปยากจะหวนคืนก็คือพฤติกรรมผู้บริโภคของคนส่วนใหญ่ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารต่าง ๆ ไม่สามารถขายหน้าร้านได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องหันมาเรียนรู้การขายแบบ Delivery เพิ่มเข้ามา อย่างไรก็เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง การวางแผนกลยุทธ์เพื่อพร้อมรับมือกับพฤติกรรมใหม่ ๆ เหล่านี้อยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ วันนี้ FoodStory จะพาทุกคนมาดูไอเดียใหม่ ๆ ในการบุกตลาด ขายอาหารออนไลน์ ไปด้วยกัน

Continue reading

ระบบสะสมแต้ม อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะ CRM ที่ดีต้องวิเคราะห์และทำการตลาดเฉพาะบุคคลได้

ระบบสะสมแต้ม

ระบบสะสมแต้ม เพื่อเพิ่มกำไรคงไม่พอ
เพราะ CRM ที่ดี ต้องวิเคราะห์โปรโมชั่น
และทำการตลาดไปหาลูกค้ารายบุคคลได้

“คุณลูกค้ามีสมาชิกกับทางร้านไหมคะ รบกวนบอกเบอร์สมาชิกเพื่อทำการสะสมแต้มได้เลยค่ะ” เราคงเคยได้ยินประโยคทำนองนี้กันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ, ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ รวมไปถึงร้านค้าปลีกในห้างทั่วไป ว่าแต่ทำไมกันล่ะ เรามี ระบบสะสมแต้ม ไปเพื่ออะไร ร้านค้าได้อะไรจากการสมัครสมาชิกของเหล่าลูกค้าและผู้ใช้บริการกันบ้าง FoodStory POS มีคำตอบ

ระบบสะสมแต้ม

ระบบสะสมแต้ม คืออะไร?

ระบบสะสมแต้ม คือระบบที่ช่วยสนับสนุนในเรื่องของการทำการตลาดของร้านค้าต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาส และดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ สร้างระบบความจงรักภักดี หรือที่เรียกกันว่า Loyalty Program ซึ่งวิธีดังกล่าวส่งผลให้เรามีโอกาสในการได้เงินจากการใช้จ่ายของลูกค้า และตอบแทนกลับไปในรูปแบบของแต้มสะสม โดยแต้มนั้นสามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ แล้วแต่รูปแบบการตลาดของแต่ละเจ้า เช่น แลกแต้มสะสมกับส่วนลดในการซื้อสินค้าภายในร้าน, แลกแต้มสะสมกับสินค้าของแถมสุด Exclusive หรือแลกแต้มสะสมกับสินค้าฟรี (ซื้อชานมครบ 10 แก้ว ฟรี 1 แก้ว) เป็นต้น

ซึ่งระบบการตลาดแบบนี้จะแตกต่างจากการตลาดอื่นๆ อย่างการทำการตลาดออนไลน์ หรือการตลาดออฟไลน์อื่นๆ ที่เราจะต้องลงทุนไปก่อน แล้วค่อยดูผลลัพธ์ภายหลัง ซึ่งเหมาะกับการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) แต่ระบบสะสมแต้ม เหมาะกับการนำข้อมูลการซื้อสินค้าและบริการ ไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรม หรือลักษณะนิสัยในการจับจ่าย (Customer Behavior Detection) เพื่อต่อยอดการตลาดอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย ซึ่งทั่วไปแล้วเรามักเห็นร้านค้าทำระบบสะสมแต้ม และแลกแต้มไปแค่เพียงหวังในการสร้าง ระบบความจงรักภักดี (Loyalty Program) เท่านั้น

ระบบของ FoodStory CRM สามารถสร้างระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management) เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการสะสมแต้ม ไปวิเคราะห์พฤติกรรมในการซื้อของสมาชิก เพื่อช่วยในการคิดวิเคราะห์โปรโมชั่น เพื่อจัดทำโปรโมชั่นที่สามารถตอบโจทย์รายบุคคลได้อีกด้วย

ระบบสะสมแต้ม FoodStory CRM

ประโยชน์ของระบบสะสมแต้ม

ระบบสะสมแต้มนั้นมีประโยชน์ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ซื้อเองหากใช้บริการบ่อยๆ ก็สามารถได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น ส่วนลด หรือสินค้าของแถม เป็นต้น จากการเป็นลูกค้าประจำ (Loyalty) ส่วนผู้ขายเองก็ได้ลูกค้าที่จะมาใช้จ่ายสินค้าและบริการซ้ำเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการรู้จักตัวลูกค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นจากข้อมูลที่มี สามารถสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อในการซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดในส่วนของการนำข้อมูลที่ได้จากการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้า มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

ระบบสะสมแต้ม FoodStory CRM

เหตุผลที่ต้องมีระบบสะสมแต้ม

สำหรับการมีระบบสะสมแต้มไว้ในการทำกิจการค้าขายสินค้าและบริการต่างๆ มีเหตุผลอยู่ด้วยกันถึง 5 ข้อที่ว่า ทำไมเราควรจะต้องมีระบบสะสมแต้มดังนี้

  • เพื่อกระตุ้นการขาย และเพิ่มโอกาสในการหมุนเวียนรายได้ เนื่องจากเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อสินค้าและบริการต่อไป เพื่อทำการสะสมแต้มแลกสิทธิพิเศษต่างๆ
  • สร้างความรู้สึกพิเศษ เช่น ความรู้สึกในการเป็นคนพิเศษ ที่จะได้ส่วนลด หรือได้แต้มจากการจับจ่ายใช้สอย เหนือกว่าคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในระบบสะสมแต้ม และมีโอกาสที่จะกลับมาใช้บริการบ่อยๆ
  • สร้างการรับรู้ (Brand Awareness) ระบบสะสมแต้มสามารถกระตุ้น และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าลองสินค้าและบริการชนิดใหม่ โดยอาจจะสร้างจุดดึงดูดที่ว่า “ซื้อไก่ทอดรสใหม่ รับแต้มเพิ่ม 2 เท่า” เป็นต้น
  • สร้างกระแสในการจับจ่าย ตัวระบบสะสมแต้มสามารถดึงดูดให้ลูกค้าเชิญชวนเพื่อน คนรอบตัว หรือครอบครัว มาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มเติม เพื่อที่ตัวลูกค้าที่เป็นสมาชิก ได้รับคะแนนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ถูกใจลูกค้า เพิ่มกำไรให้กับร้านค้าได้อีกด้วย
  • รู้จักข้อมูลของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยระบบการเก็บข้อมูลของระบบสะสมแต้มนั้น สามารถช่วยให้ร้านค้าสามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ในการขาย หรือปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นให้เหมาะสมได้

ระบบสะสมแต้ม

FoodStory CRM ระบบที่สามารถสนับสนุนระบบ สะสมแต้ม ให้สามารถผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FoodStory CRM เป็นระบบจัดการสมาชิก ที่จะช่วยสนับสนุน ระบบสะสมแต้มให้สามารถจัดการข้อมูลและระบบสะสมแต้มได้อย่างแม่นยำ และ เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีข้อดีดังนี้

  • การสมัครสมาชิกสามารถทำได้ง่าย
  • ตั้งค่าคะแนนได้อย่างอิสระ
  • มีข้อมูลเชิงลึกทั้งในเรื่องของ อายุ เพศ รวมไปถึงลักษณะการใช้จ่าย พร้อมทั้งการติดแท็กเพื่อจัดกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างโปรโมชั่นได้อย่างหลากหลาย
  • แจ้งคะแนนคงเหลือท้ายใบเสร็จ เพื่อสร้างความสะดวกให้กับลูกค้า
  • สามารถแลก-รับ คะแนนสาขาใดก็ได้ ( กรณีที่ร้านมีมากกว่า 1 สาขา )
  • มีระบบความปลอดภัยในการดูแลจัดการข้อมูลของลูกค้า
  • สามารถรองรับการตลาดออนไลน์ เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account เพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าและผู้ติดตามได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • มีระบบการรายงานภาพรวมของสมาชิก และคะแนนต่างๆ รวมไปถึงโปรโมชั่น ผ่านหน้าต่าง Dashboard ที่สามารถจัดการ และดูภาพรวมได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้จะมีหลากหลายสาขา เพื่อสามารถปรับกลยุทธ์ในการจัดทำโปรโมชั่น และกลยุทธ์ในการจัดการการตลาดได้อย่างดี และมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตามสามารถสำเร็จได้ หากมีความเข้าใจ และมีข้อมูลของพฤติกรรมของลูกค้าที่ชัดเจน และการปรับกลยุทธ์ต่างๆ ให้เข้ากับพฤติกรรมนั้นๆ นอกจากนี้การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง นอกเหนือจากระบบสะสมแต้ม ทั้งในเรื่องของการบริการ และคุณภาพของสินค้า รวมไปถึงระบบในการจัดการสิ่งต่างๆ ดังนั้น การเลือกระบบที่เหมาะสมในการทำธุรกิจ ทั้งสามารถช่วยจัดการทั้งข้อมูลเชิงลึกได้อย่างดี และสามารถอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับลูกค้า และเจ้าของกิจการนั้นๆ ได้อีกด้วย


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

ระบบสะสมแต้ม Wongnai POS FoodStory POS