เปิดร้านหมูกระทะ ลงทุนเท่าไหร่? Checklist เตรียมตัวให้พร้อม

เปิดร้านหมูกระทะ ลงทุนเท่าไหร่

 หมูกระทะ…เมนูยอดฮิตที่ครองใจคนไทยทุกยุคทุกสมัย ด้วยเอกลักษณ์ที่อร่อย กินง่าย และเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนาน ทำให้ธุรกิจร้านหมูกระทะยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ เปิดร้านหมูกระทะ ลงทุนเท่าไหร่? และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? วันนี้ FoodStory จะมาเจาะลึกทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และแจก Checklist ที่จะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมสำหรับการ เปิดร้านหมูกระทะ ได้อย่างรอบด้าน ไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ ✨

Continue reading

71 หมูกะทะ มีเคล็ดลับการบริหารร้านยังไง? ให้เป็นร้านหมูกระทะพรีเมียม ระดับตัว TOP ของวงการ

หากถามถึงเมนูที่ครองใจคนไทยมาตลอด หมูกระทะต้องติดอันดับ Top 3 อย่างไม่ต้องสงสัย! ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงครอบครัว นัดสังสรรค์กับเพื่อน หรือมื้อเย็นธรรมดา ๆ หลายคนก็พร้อมจะลุยหมูกระทะได้ทุกวัน เรียกได้ว่าหมูกระทะกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทยไปแล้ว  ร้านหมูกระทะในไทยมีให้เลือกมากมายจนแทบจะทุกหัวมุมถนน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถหาหมูกระทะอร่อย ๆ ทานได้ไม่ยาก แต่ท่ามกลางร้านมากมายนี้ มีร้านหนึ่งที่โดดเด่นและครองใจคนรักหมูกระทะมายาวนาน นั่นคือ 71 หมูกะทะ นั่นเอง แล้วอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ร้าน 71 หมูกะทะ ยังคงอยู่ในวงการและยังถูกพูดถึงเสมอกันนะ?

 

มาค้นหาความลับของร้าน 71 หมูกะทะ ที่ทำให้ใครๆ ก็ต้องร้อง “อ๋อ” เมื่อได้ยินชื่อนี้กันเลย!


ร้าน 71 หมูกะทะ มีประวัติความเป็นมายาวนาน 20 กว่าปี ซึ่งปัจจุบันบริหารโดย คุณสุพัณณิตา วงศาโรจน์ (เอมี่) ลูกสาวของเจ้าของรุ่นแรก
ซึ่งยังคงสืบสานความอร่อยและเอกลักษณ์ของร้านให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส

 

 

จุดเริ่มต้นของร้าน 71 หมูกะทะ เป็นมายังไง?

ร้าน 71 หมูกะทะ เริ่มต้นจากคุณพ่อของคุณเอมี่ที่เปิดร้านมาก่อนคุณเอมี่จะเกิดประมาณ 3 ปี ซึ่งหมายความว่าตั้งแต่เกิดมา คุณเอมี่ก็เติบโตมากับร้านนี้ ในสมัยนั้นร้านยังเป็นร้านเล็ก ๆ แบบ Local มาก ๆ มีเพียงแค่ 5 โต๊ะเท่านั้น  ซึ่งปัจจุบันร้านที่บริหารโดยคุณเอมี่เอง ก็ได้มีการพัฒนาปรับรูปแบบของร้านให้ทันสมัยมากขึ้น พรีเมียมขึ้น นำเทคโนโลยีการบริการจัดการร้านอาหารเข้ามาช่วย แต่ยังคงความอร่อยและเมนูพิเศษดั้งเดิมไว้ให้ลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ได้มาลิ้มลองกัน ซึ่งตอนนี้ร้านก็ได้ขยายสาขาถึง 3 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว สาขาบรรทัดทอง และสาขาใหม่ล่าสุดอย่าง สาขาบางนา ใครที่อยู่ใกล้สาขาไหนก็ไปสาขานั้นได้เลย

 

เคล็ดลับความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร

แน่นอนว่าแฟนพันธุ์แท้ของ 71 หมูกะทะ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “น้ำจิ้มไข่ซีฟู้ด” คือน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านสุด ๆ เพราะน้ำจิ้มซีฟู้ดของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   เป็นสูตรที่ใช้ซีฟู้ดเป็นเบส แต่ไม่ได้มาในสไตล์ซีฟู้ดจ๋าเหมือนที่ทานคู่กับอาหารทะเลทั่วไป ทางร้านปรับรสชาติให้น้ำจิ้มเข้ากับหมูกระทะได้อย่างลงตัวสุด ๆ และเมื่อใส่ไข่แดงเกรดพิเศษที่สามารถรับประทานดิบได้เข้าไป ยิ่งเพิ่มความนัวจนใครที่ได้ลองก็ต้องติดใจในความอร่อยอย่างแน่นอน!

ทำไมถึงเลือกใช้ FoodStory POS และฟีเจอร์ Mobile Order มาเป็นตัวช่วยในการจัดการร้าน

ก่อนที่คุณเอมี่จะเข้ามาบริหารร้านเอง คุณเอมี่ก็เคยช่วยงานในร้านตั้งแต่เด็ก หนึ่งในหน้าที่ทำคือการรับออเดอร์ ซึ่งในยุคนั้นยังเป็นการจดมือทั้งหมด โดยเขียนเลขโต๊ะที่มุมขวาของกระดาษให้ลูกค้าติ๊กเลือกเมนู แต่ก็มักจะเกิดข้อผิดพลาด เช่น ลืมเขียนเลขโต๊ะหรือจดออเดอร์ผิดอยู่บ่อยครั้ง จากนั้นยังต้องนำกระดาษออเดอร์มาสรุปและเขียนบิลด้วยมืออีกด้วย

ยุคสมัยเปลี่ยน ร้านเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อให้ร้านอยู่รอด และลูกค้าก็ประทับใจ สาเหตุที่คุณเอมี่เลือก Mobile Order เข้ามาช่วยจัดการร้าน อย่างแรกก็คือช่วยในเรื่องการจัดการพนักงาน เพราะถ้ายังบริหารแบบเดิม ๆ ให้พนักงานรับออเดอร์เอง เดินเอาออเดอร์ไปส่งให้ที่ครัวเอง นอกจากจะใช้แรงงานเยอะแล้วยังเสียเวลาอีกด้วย 

บางครั้งลูกค้าก็ไม่ประทับใจ เรียกพนักงานแล้วไม่มา มองไม่เห็น ตรวจสอบเมนูไม่ได้ พอได้ใช้ Mobile Order ก็ช่วยได้เยอะ นอกจากนี้ยังเพิ่มความรวดเร็วในการเสิร์ฟอาหารอีกด้วย เมื่อลูกค้ากดสั่งอาหารเสร็จ ออเดอร์ส่งตรงเข้าครัวได้เลย แล้วก็สามารถเตรียมออเดอร์และเสิร์ฟได้ทันทีไม่มีผิดพลาด และการสรุปบิลก็ไม่ต้องจดมืออีกต่อไป จบวันรายงานยอดขายได้อย่างแม่นยำ วางแผนวันต่อไปได้แบบไม่มีสะดุด

ข้อดีของการใช้ Mobile Order แบบ Static QR Code

ทางร้านเลือกใช้ Mobile Order แบบ Static QR Code ซึ่ง QR Code ที่ไว้สำหรับให้ลูกค้าสแกนสั่งอาหารจะติดไว้ที่โต๊ะเลย ลูกค้าสามารถสแกนสั่งได้ตลอดเวลา ไม่ต้องพะวงเรื่องกระดาษ QR Code หาชาย ไม่ต้องขอ QR Code ใหม่ทุกรอบ ประหยัดเวลา ประหยัดกระดาษ ลูกค้าก็สั่งเพลิน เมื่อเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการร้าน ทำให้บริการลูกค้าได้ทั่วถึงและรวดเร็ว ลูกค้าก็ประทับใจและทำให้ลูกค้าอยากกลับมาทานอีกครั้ง ก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร้านมียอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วย

สิ่งที่คุณเอมี่อยากบอกกับคนที่ยังไม่เคยใช้ FoodStory POS และ ฟีเจอร์ Mobile Order

“คุ้มมากกกก จริง ๆ ถ้าลองหารเฉลี่ยต่อวัน มันถูกมากเลยนะคะ ถ้ามองเป็นก้อนเราอาจจะมองว่าเยอะ แต่เราลองมาเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายต่อวันดู เราจะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว การที่เราเสียเงินเท่านี้ มันคุ้มกว่าการที่เราต้องไปจ้างคนเพิ่มอีก 3-4 คน ก็อยากให้ลองก่อนค่ะ จะได้ตัดสินใจได้ว่าดีหรือไม่ดี แต่สำหรับเอมี่เองใช้แล้วรู้สึกว่าดีขึ้นค่ะ”

 

เพราะร้านอาหารที่ดี ต้องเริ่มจากระบบที่ดี FoodStory POS

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียน เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/49VlmXK หรือ แอดไลน์ https://lin.ee/JZj8g4l

หากสนใจสามารถลงทะเบียนใช้งานฟีเจอร์ Mobile Order ที่นี่ คลิก

 

5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC คู่กับ POS

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ปัจจุบันโลกของเราเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยมีตัวแปรสำคัญอย่างการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่เร่งให้ผู้คนหันมาใช้ธุรกรรมทางการเงินออนไลน์มากขึ้น

สำหรับธุรกิจร้านอาหารเอง การปรับตัวให้สามารถรองรับการชำระเงินที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อความอยู่รอดในกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตอีกด้วย หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารร้านอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ การใช้เครื่อง EDC (Electronic Data Capture) เชื่อมกับระบบ POS (Point of Sale) ของ Wongnai และ FoodStory POS ซึ่งเป็นการผสานพลังของการชำระเงินแบบไร้เงินสดเข้ากับการจัดการร้านได้อย่างมืออาชีพ  

 

มาลองพิจารณากันว่า 5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC เชื่อมกับ Wongnai POS และ FoodStory POS มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

  1. เชื่อมต่อ POS อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด และขั้นตอนในการชำระเงิน

เมื่อกดชำระเงินบนระบบ POS และเลือกวิธีชำระผ่านเครื่อง EDC ยอดบิลจะถูกส่งตรงไปยังเครื่อง EDC โดยอัตโนมัติ เจ้าของร้านหรือพนักงานไม่จำเป็นต้องคีย์ยอดบิลด้วยตนเอง การทำงานที่เป็นอัตโนมัตินี้ไม่เพียงช่วยลดเวลาในการดำเนินการ แต่ยังช่วยให้ลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน และช่วยให้การทำงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  1. ป้องกันการทุจริตในการชำระเงิน

การชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ไม่ได้เพียงเพิ่มความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินอีกด้วย เมื่อลูกค้าชำระเงินผ่านเครื่อง EDC เรียบร้อยแล้ว ระบบจะปิดบิล และบันทึกยอดบิลบนเครื่อง POS อัตโนมัติ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาบิลตกหล่นหรือสลิปปลอมที่อาจส่งผลต่อยอดขายและความน่าเชื่อถือของร้านของคุณ  ช่วยให้เจ้าของร้านอาหารมั่นใจได้ว่าทุกการทำรายการจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง

  1. รองรับการชำระเงินได้ทุกรูปแบบ

ในยุคที่ลูกค้ามีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย การรองรับวิธีการชำระเงินที่ครบครันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเครื่อง EDC นี้ สามารถรองรับการชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay พร้อมเพย์ และ e-wallet ชั้นนำมากมาย ทั้ง WeChat Pay และ Alipay plus 

  1. เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้า

การรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่อาจใช้วิธีชำระเงินแตกต่างกัน การเพิ่มช่องทางการชำระเงินจึงเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า และทำให้ร้านอาหารของคุณ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

  1. สรุปทุกยอดบิลในระบบ POS อย่างครบถ้วน

หลังจบวันทำการ การตรวจสอบและสรุปยอดขายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเครื่อง EDC ที่เชื่อมต่อกับ ระบบ POS จะช่วยรวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว  เจ้าของร้านสามารถตรวจสอบรายงานยอดขายผ่าน POS Manager App และ จากเครื่อง EDC ได้ทันที รายละเอียดการชำระเงินทุกประเภทจะถูกรวบรวมและแสดงผลอย่างครบถ้วน ทำให้หมดกังวลเรื่องยอดขายไม่ตรง และช่วยประหยัดเวลาในการจัดการบัญชี และเพิ่มความมั่นใจในความถูกต้องของรายงานยอดขายประจำวัน

 

สรุป

การใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการทำงานและข้อผิดพลาด แต่ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งยังช่วยให้การจัดการร้านเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับธุรกิจร้านอาหาร การเลือกใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม!


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

พิเศษ! สำหรับลูกค้าปัจจุบัน Wongnai POS และ FoodStory POS รับสิทธิ์ใช้งานเครื่องรูดบัตร EDC ได้ก่อนใคร สมัครเลยที่นี่      

edc ย่อมาจาก เครื่อง EDC

Namba Shabu ร้านชาบูที่มีแรงบันดาลใจจากย่านนัมบะ ประเทศญี่ปุ่น ทำยังไงถึงมัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด?

เมื่อพูดถึง Namba Shabu หลายคนคงนึกถึงร้านชาบูที่ถ่ายทอดบรรยากาศและรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ได้อย่างลงตัว เสมือนยกย่านนัมบะ ประเทศญี่ปุ่น มาไว้ในเมืองไทย ปัจจุบันร้าน Namba Shabu มีสองสาขาที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ได้แก่ สาขาธรรมศาสตร์รังสิต และ สาขาบรรทัดทอง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านของกินยอดนิยมที่เป็นจุดหมายปลายทางของคนรุ่นใหม่

แต่เคยสงสัยไหมว่า อะไรที่ทำให้ Namba Shabu มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด ท่ามกลางร้านชาบูในไทยที่มีมากมาย? อะไรคือจุดที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมบอกต่อความประทับใจให้กับคนรอบตัว? ไปหาคำตอบกันเลย!

 

คุณภัทรพล บุญมี (เพียว) หุ้นส่วนร้าน Namba Shabu

คุณภัทรพล บุญมี (เพียว) หุ้นส่วนร้าน Namba Shabu

  • อะไรคือแรงบันดาลใจในการเปิดร้าน Namba Shabu 

Namba (นัมบะ) จริง ๆ แล้วเป็นชื่อย่านดังที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ย่านนี้คือขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหารเยอะมาก มีแต่ร้านสวย ๆ ทั้งนั้น ไอเดียของเราคืออยากอยากทำร้านอาหารสักร้านที่ ราคาไม่แพง อาหารดี คุณภาพดี บริการดี และร้านสวยที่ให้กลิ่นอายญี่ปุ่นจริง ๆ ตั้งแต่รสชาติอาหารไปจนถึงบรรยากาศในร้าน เราตั้งใจแต่งร้านให้เป็นธีมญี่ปุ่นหมดเลย พอคนเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนได้นั่งกินชาบูอยู่ในญี่ปุ่น แถมยังได้แรงบันดาลใจจากย่าน Namba ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อร้านด้วย

  • เมนูขายดีของร้าน ที่ทำให้ลูกค้าสั่งเยอะ และสั่งซ้ำมากที่สุด

ที่ร้านขายเป็นแพ็คเกจแบบุฟเฟต์มีราคาเริ่มต้นที่ 249.- ไปจนถึง 399.- ราคาย่อมเยาแต่วัตถุดิบคุณภาพที่แนะนำอยากให้ลองเลยก็คือ เนื้อลายมันของออสเตรเลีย และเนื้อวากิว เป็นเมนูเนื้อที่ขายดีมาก ลูกค้าสั่งบ่อยและสั่งซ้ำมากที่สุด นอกจากนี้ ก็ยังมีเมนูของทอดต่าง ๆ และผลไม้เพิ่มความสดชื่นอย่าง เมล่อนญี่ปุ่นอีกด้วย

  • ทำไมถึงเลือกใช้ FoodStoyPOS มาช่วยจัดการร้าน

สำหรับการทำร้านบุฟเฟต์ ถ้าไม่มีระบบ POS ช่วยจัดการเนี่ย ต้องใช้แรงพนักงานเยอะมากจริง ๆ ครับ แต่พอได้ใช้ FoodStory POS ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย ระบบนี้ตอบโจทย์มาก เพราะใช้งานง่าย แถมไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการสั่งอาหารเท่านั้นนะครับ แต่ยังทำได้หลากหลาย อย่างเช็กบิล ชำระเงิน ไปจนถึงรายงานยอดขายแบบละเอียด และสรุปยอดขายของร้านได้ครบถ้วนทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเจ้าของร้านอย่างผม FoodStory Manager App ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ เพราะทำให้ผมสามารถดูรายงานผลต่าง ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเข้าร้านก็ยังบริหารจัดการได้สะดวกมาก เราเลยมั่นใจที่จะเลือกใช้ FoodStory POS ตั้งแต่เปิดร้านมาเลยครับ

  • Mobile Order ตอบโจทย์ร้านบุฟเฟต์ยังไงบ้าง ? 

Mobile Order เป็นตัวช่วยที่ทำให้การทำงานในร้านสะดวกขึ้นมากจริง ๆ ครับ ระบบนี้ช่วยลดภาระพนักงานในการรับออร์เดอร์จากลูกค้าทีละโต๊ะได้เยอะมาก แถมยังส่งออร์เดอร์ไปยังครัวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากจะช่วยลดระยะเวลาในการรออาหารแล้ว ยังช่วยลดความผิดพลาดในการสั่งออร์เดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยครับ

ที่สำคัญ Mobile Order ยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพราะลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้ด้วยตัวเองสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอพนักงาน และการได้รับอาหารเร็วขึ้นก็ทำให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้นครับ

ถ้าคุณกำลังมองหาชาบูที่ให้บรรยากาศและรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น เพราะเรายก พิกัดร้านชาบูจากญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่แล้ว ไม่ควรพลาด! Namba Shabu บุฟเฟ่ต์ชาบูเนื้อวากิวสไตล์ญี่ปุ่น!

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

FoodStory POS และ Wongnai POS 

หากสนใจสามารถลงทะเบียนใช้งานฟีเจอร์ Mobile Order ที่นี่ คลิก 

“หมูสองชั้น หมูกระทะ” หมูกระทะยอดนิยมของเมืองเชียงใหม่ ดังไกลจนเปิดสาขาในกรุงเทพ!

เคยเป็นกันไหม ? เปิดร้านบุฟเฟ่ต์กันทั้งทีแต่ต้องเจอกับปัญหาการรับออร์เดอร์จากลูกค้าที่ทำให้สับสนกันไปมา นอกจากจะทำให้ลูกค้าได้รับอาหารล่าช้าแล้ว ยังอาจจะทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับทางร้านอีก

Continue reading

เจ๊งแน่! ถ้าหาก เปิดร้านบุฟเฟ่ต์ แล้วไม่ทำ 6 สิ่งนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ร้านบุฟเฟ่ต์

เจ๊งแน่! ถ้าหาก เปิดร้านบุฟเฟ่ต์
แล้วไม่ทำ 6 สิ่งนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ร้านบุฟเฟ่ต์ ร้านยอดฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่ ที่ใคร ๆ ก็ชอบความคุ้มค่าคุ้มราคา รวมไปถึงการเลือกอาหารได้หลากหลายตามใจชอบโดยที่จ่ายราคาเดียว ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาทยอย เปิดร้านบุฟเฟ่ต์ กันเป็นจำนวนมาก โดยที่หลาย ๆ ร้านก็โด่งดังมีชื่อเสียง เป็นที่ฮือฮาสำหรับสายกิน แต่ก็ยังมีหลากหลายร้านที่เปิดตัวมาแล้วหายเงียบไปตามกาลเวลา อะไรเป็นเคล็ดลับในการอยู่รอดของกิจการประเภทนี้ บทความในวันนี้จะมาแชร์ 6 สิ่งที่เจ้าของกิจการร้านบุฟเฟ่ต์ควรทำ เพื่อดึงลูกค้าให้อยู่หมัด

เปิดร้านบุฟเฟ่ต์

1.วัตถุดิบ ที่มาของความอร่อย

ใจกลางของความอร่อยของอาหารทุกชนิด ส่วนหนึ่งมาจากวัตถุดิบ การคัดสรรวัตถุดิบที่ดี สะอาด นอกจากจะทำให้อาหารที่ทานมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่มาทานได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถชูจุดเด่นของวัตถุดิบที่เรามีในการดึงลูกค้าให้สนใจมาใช้บริการได้ตัวอย่างเช่น การมีเนื้อวากิวออสเตรเลียลายสวยคุณภาพดีเป็นจุดชูโรง รวมไปถึงมีเนื้ออื่นๆ ที่น่าสนใจ ส่วนผู้ที่ไม่ทานเนื้อก็ยังมี หมู, ไก่ รวมไปถึงซีฟู้ด ให้สามารถเลือกทานกับเพื่อนฝูง หรือจะครอบครัว ก็สามารถทานได้อย่างมีความสุข แถมกระตุ้นความอยากทานให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ร้านบุฟเฟ่ต์

2.พนักงาน อีกหนึ่งหัวใจหลักของธุรกิจร้านอาหาร

สิ่งหนึ่งที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับร้านบุฟเฟต์เลยก็คือพนักงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านบุฟเฟ่ต์แบบบริการตัวเองก็ตาม พนักงานก็ยังถือเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจร้านอาหาร ถ้าพนักงานได้รับการดูแลที่ไม่ดี หรือขาดมาตรการในการบริการ ก็สามารถทำให้ร้านเสียลูกค้าได้ รวมไปถึงการเสียชื่อเสียงของร้านจากการโดนรีวิวในแง่ลบได้เลยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่จะทำให้พนักงานเต็มที่กับการดูแลลูกค้า และการจัดเตรียมของต่าง ๆ ภายในร้าน ผู้ประกอบการจะต้องมีการดูแลสวัสดิการต่าง ๆ และค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล รวมไปถึงการเทรนนิ่งมาตรฐานการทำงานต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการได้อย่างเต็มที่ด้วยความพึงพอใจ ส่งผลให้เกิดความอยากกลับมาใช้บริการซ้ำอีกเรื่อย ๆ นั่นเอง

ร้านบุฟเฟ่ต์

3.แผนสำรองรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ

การทำสิ่งใดด้วยความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีแผนสำรองรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งเรื่องของวัตถุดิบที่ขาดแคลน หรือวัตถุดิบที่เราเลือกใช้เกิดขึ้นราคาอย่างหนัก รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่อาจะเกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น สถานการณ์โควิดที่ผ่านมา หากเรามีแผนสำรองในการดำเนินธุรกิจ และปรับตัวกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ กันไว้ดีกว่าแก้ย่อมดีกว่าเสมอในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ดังนั้นใครที่กำลังคิดจะ เปิดร้านบุฟเฟ่ต์ ก็อาจจะต้องลองมองให้กว้างมากขึ้นว่าในวัตถุดิบและแรงงานที่เรามีอยู่นั้น สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าหรือบริการอะไรได้บ้าง เช่น สามารถจัดเซ็ตสำหรับ Delivery ได้หรือไม่ หรือวัตถุดิบบางอย่างสามารถแบ่งขายกลับบ้านได้ไหม เป็นต้น

ร้านบุฟเฟ่ต์

4.การตลาดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

หากวัตถุดิบเราดีแล้ว พนักงานเรายินดีปรีดาพร้อมที่จะให้การบริการอย่างเต็มที่ รวมไปถึงมีแผนสำรองในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เพียบพร้อม แต่ขาดการทำการตลาดที่ดี ก็ทำให้กิจการบุฟเฟ่ต์ของเราไปต่อได้ยาก เพราะไม่มีใครรู้จัก หรือไม่มีใครรู้ว่าของเราดีนั่นเอง ดังนั้นการทำการตลาด ทั้งในส่วนของออฟไลน์ หรือการตลาดออนไลน์ ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็ล้วนสำคัญและส่งผลให้ลูกค้ารู้จักเรามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่ามีของดีก็ต้องนำออกมาโชว์ให้ผู้คนรับรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รู้จัก และสร้างความสนใจในการเข้ามาลองทานบุฟเฟ่ต์ของเรา

เปิดร้านบุฟเฟ่ต์

5.ลูกค้าเก่าก็สำคัญไม่แพ้กัน

การมีลูกค้ามากหน้าหลายตามาลองทานเป็นสิ่งที่ดี แต่การที่มีลูกค้าเก่ามาทานซ้ำ ก็ย่อมดียิ่งกว่า เพราะหมายความว่าเค้าติดใจในการบริการ รวมไปถึงรสชาติของร้านเรา ดังนั้นลูกค้าเก่าเราก็จะต้องดูแลอย่าปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด การจูงใจลูกค้าให้ติดใจในการใช้บริการ นอกจากเรื่องรสชาติและการบริการแล้ว ระบบต่าง ๆ ภายในร้านก็มีส่วนช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสะดวก เช่น การที่ลูกค้าสามารถสั่งออเดอร์เองผ่านโทรศัพท์ ช่วยป้องกันการตกหล่นของอาหาร และลูกค้าไม่ต้องเสียเวลารอเรียกพนักงานที่กำลังปฏิบัติงานต่างๆ อยู่เพื่อสั่งออเดอร์ โดยสามารสั่งได้ทันที ประหยัดเวลา และลดต้นทุนในส่วนของกระดาษและปากกาในการจดออเดอร์ รวมไปถึงลดความเสี่ยงในการที่ใบออเดอร์จะปลิวหายไปอีก แค่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการสั่งออเดอร์ ก็มีส่วนช่วยในการจูงใจลูกค้าให้ติดใจในการใช้บริการของทางร้านได้แล้ว

ระบบจัดการร้านอาหาร

6.มีระบบจัดการที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การมีระบบต่าง ๆ ที่จะมาช่วยอำนวยความสำดวกทั้งลูกค้า และพนักงาน สามารถช่วยลดขั้นตอนในการทำงานภายในร้านอย่างระบบไม่ว่าจะเป็นการรันคิวลูกค้า การจับเวลา การแยกประเภทแพคเกจบุฟเฟ่ต์ การรับออเดอร์ หรือแม้กระทั่งการที่ลูกค้าสามารถสั่งอาหารด้วยตัวเอง (ช่วยลดแรงงานพนักงานได้)

FoodStory POS สามารถเข้ามาช่วยบริการจัดการร้านบุฟเฟ่ต์ หรือร้านอาหารอื่น ๆ ในส่วนของการบริการลูกค้า การวางกลยุทธ์ในการจัดทำโปรโมชั่น รวมไปถึงการวิเคราะห์คลังวัตถุดิบต่างๆ และยังช่วยทำงานแทนในส่วนของพนักงานได้หลาย ๆ จุดอีดด้วย ช่วยเพิ่มการจัดการให้มีประสิทธิภาพ และสะดวกมากยิ่งขึ้น จะมีสาขาเดียว หรือจะมีหลายสาขา แค่มีไอแพด หรือคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ผู้ประกอบการก็สามารถบริหารได้ง่ายสุดๆ ระบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจสำหรับ FoodStory POS เช่น

  • Mobile Order ตัวลูกค้าสามารถสั่งออเดอร์ต่างๆ ได้เองผ่านโทรศัพท์มือถือส่วนตัว เพื่อลดเวลาในการรอเรียกพนักงานเพื่อสั่งอาหาร
  • FoodStory Staff ตัวพนักงานสามารถรับออเดอร์ตรงผ่านโทรศัพท์ส่วนตัวของพนักงาน เพื่อลดปัญหาการจดออเดอร์ไม่ทัน หรือใบออเดอร์ลูกค้าตกหล่น
  • Inventory Management จัดการต้นทุน ทั้งต้นทุนจริง (Actual Cost) และ ต้นทุนต่อจาน (Ideal Cost), กำไรของแต่ละเมนู รวมไปถึงอัปเดตสต็อกสินค้าต่างๆ
  • Queue Management ตัวช่วยในการรันคิวลูกค้า ต่อให้ลูกค้าจะเข้าพร้อมกันหลายๆกลุ่ม ก็สามารถช่วยบริหารจัดการได้อย่างทันท่วงที
  • ระบบจับเวลาที่แม่นยำ ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะระบุเวลาการเข้า และการหมดเวลาอย่างชัดเจน พนักงานก็จะเหนื่อยน้อยลงอีกด้วย

เคล็ดลับความสำเร็จ อยู่ที่ตัวช่วยที่ดี การมีระบบที่ช่วยเราได้หลายอย่าง ทั้งลดต้นทุน และช่วยให้การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็อย่าลืมที่จะคัดสรรวัตถุดิบที่ดี, รักษาพนักงานให้สามารถบริการได้อย่างเต็มที่, เตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้, ทำการตลาดดึงให้คนมาสนใจ และรักษาลูกค้านั้น ๆ ให้ติดใจกลับมาใช้บริการของเราอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญอย่าลืมตัวช่วยที่จะทำให้ทุกอย่างดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่าง FoodStory POS เท่านี้ คุณก็สามารถ เปิดร้านบุฟเฟ่ต์ ให้ประสบความสำเร็จและไม่จมหายไปตามกาลเวลาได้นั่นเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อรับคำปรึกษาการใช้งานระบบ FoodStory POS และ Wongnai POS ได้ที่นี่เลย! 


ระบบจัดการร้านอาหาร

FoodStory POS

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่เลย!

คลิกเพื่อโทรติดต่อฝ่ายขาย

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

เคล็ด(ไม่)ลับ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ บริหารอย่างไรให้ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่ง!

เคล็ด(ไม่)ลับ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์
บริหารยังไงให้ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่ง!

หนึ่งในเทรนด์ร้านอาหารมาแรงไม่แพ้คาเฟ่คงต้องยกให้ ‘ร้านบุฟเฟ่ต์’ อิ่มคุ้มอร่อยครบจ่ายจบลูกค้าฟินจุก ๆ แต่ผู้ประกอบการก็อาจจุกได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าไม่มีการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้ FoodStory POS เลยขอมาแชร์เคล็ด(ไม่)ลับ กับ การ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ บริหารอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในความคุ้ม แต่ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่งได้อีก!

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

1) บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ทั้งเมนูและค่าใช้จ่ายแบบรายวัน

จุดเด่นของการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์คือ สามารถวางแผนและปรับเปลี่ยนเมนูได้แบบวันต่อวัน (กว่า 35-60% ของรายจ่ายแต่ละวันมาจากต้นทุนอาหาร) หากเมนูไหนไม่โดนใจก็เปลี่ยนได้ หรือหากเมนูไหนอยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตราคาไม่สูง ก็น่าหยิบมาวางให้ลูกค้าได้เลือกทานสลับกับเมนูอื่นได้เหมือนกัน เพราะงั้นเรื่องบริหารการตัดต้นทุนให้ทุกเมนูในแต่ละวัน รวมกันแล้วสามารถสร้างกำไรได้คงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีระบบ FoodStory POS หรือทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายเป็นประจำ ป้องกันการรั่วไหลของต้นทุน และสอดคล้องกับจำนวนลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอุดหนุน

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

2) วางมาตรการลดโอกาสสิ้นเปลือง

เมื่อลูกค้าก้าวเข้าร้านบุฟเฟ่ต์ สิ่งที่พวกเขาคิดคือ วันนี้จะเอาชนะร้านบุฟเฟ่ต์ให้ได้หลังจากไม่ได้แวะมานาน แต่บางครั้งก็วางแผนพลาดไปนิดทำให้ตักหรือสั่งอาหารมาเหลือทิ้ง หากบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ไม่ดี ขาดมาตรการจัดการลูกค้าที่สั่งอาหารแล้วเหลือทิ้งก็จะสร้างภาระให้ทางร้านมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการสิ้นเปลืองงบและอาหาร (ไม่ใช่แค่เคสเดียวแน่นอน), การกำจัดขยะเหลือทิ้ง ไปจนถึงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะงั้นเลยอาจวางมาตรการลดโอกาสเกิดการสิ้นเปลืองอาหารเหลือทิ้ง เช่น หากสั่งมาเหลือทิ้งต้องจ่ายค่าปรับ, ให้บริการแบบสั่งแล้วใส่แบบพอดีคำในแต่ละถาดประมาณ 3-5 ชิ้น เป็นต้น

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

3) ลดต้นทุน แต่ไม่ลดคุณภาพ

อย่ายึดติดกับคำว่า ลดต้นทุน จนทำให้คุณเผลอตัดคุณภาพตามไปด้วย เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่า ขาดทุน (ทั้งที่เหตุผลในการเลือกมาร้านบุฟเฟ่ต์ของลูกค้าคือ คุ้มค่า ให้เลือกหลากหลาย อยากกินต้องได้กิน!) จะสังเกตได้ว่า สมัยนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์ให้เลือกเยอะมาก หลากหลายราคาตั้งแต่ไม่ถึงร้อยไปจนถึงหลักพัน แต่ถึงบางร้านจะมีค่าบริการราคาสูงก็ยังมีคนนิยมทานกันจนแน่นร้าน เพราะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังการซื้อ ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงานที่มีกำลังซื้อนิยมทานบุฟเฟ่ต์ที่มีคุณภาพมากกว่าราคาถูกอย่างเดียว แต่คุณภาพด้อยกว่าจนรู้สึกทานแล้วไม่คุ้ม

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

4) วัตถุดิบราคาแพงให้วางด้านในหรือเติมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษ

ด้วยความที่การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์จะเป็นลักษณะการผสมผสานระหว่างของราคาแพงบ้าง ถูกบ้างสลับกันไปแล้วมาเฉลี่ยหากำไรกันอีกครั้ง ในส่วนของวัตถุดิบราคาแพงที่เอามา กระตุ้นให้ลูกค้าเข้าร้านอาจวางไว้ด้านในสุดให้ลูกค้าไล่เรียงหยิบคละกันไปแทนที่จะมุ่งตรงมาหาของแพงเพียงอย่างเดียว หรือหากมีจำนวนจำกัดจริงๆ อาจเติมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษมีการเติมสต๊อกลงพื้นที่ให้ตักเป็นรอบแทนการวางติดกับถาดให้เติมได้ตลอดก็จะลดต้นทุนวัตถุดิบลงได้อีกเล็กน้อย

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

5) ให้บริการน้ำเปล่าฟรีและหมั่นให้บริการเติมแก้วตลอด

สำหรับลูกค้าเวลาทานอาหารปริมาณมากจะต้องดื่มน้ำลดอาการฝืดคอ ซึ่งเป็นผลดีกับการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ เพราะระหว่างที่จิบน้ำลูกค้าจะรู้สึกอิ่มไวมากขึ้น อีกหนึ่งเคล็ด(ไม่)ลับที่ FoodStory อยากแนะนำคือ ให้บริการน้ำเปล่าฟรีแล้วหมั่นเติมน้ำลงแก้วลูกค้าตลอด ก็จะช่วยให้ลูกค้าทานในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายไม่อัดหรือแน่นจนเกินไป และค่าใช้จ่ายน้ำเปล่าสะอาดที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำภายในร้านอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนเยอะแต่อย่างใด

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

6) เก็บข้อมูลการบริโภคของลูกค้าแล้วมาปรับแผนตลอด

การบริหารบุฟเฟ่ต์อาจคาดเดาะไม่ได้ว่า แต่ละวันลูกค้าจะทานอะไร อย่างไร จำนวนเท่าไหร่บ้าง แต่การเก็บข้อมูลสมาชิก การบริโภค สต๊อกวัตถุดิบภายในร้าน และอื่นๆ ทั้งหมดจะทำให้มีคลังข้อมูลขนาดใหญ่เพียงพอกับการนำไปประมวลผลวิเคราะห์ก่อนจะนำมาปรับแผนการคัดสรรวัตถุดิบ พนักงาน และการให้บริการแบบเรียลไทม์ได้ทุกวัน เหมาะกับการพัฒนาการให้บริการภายในร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สุด ๆ

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

7) ให้บริการอย่างรวดเร็วทันใจ

ไม่ว่าจะร้านอาหารทั่วไป คาเฟ่ หรือแม้แต่การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ก็ตาม การให้บริการอย่างรวดเร็วทุกขั้นตอนตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้าร้าน รับออเดอร์ เสิร์ฟ ไปจนถึงชำระเงิน จะช่วยลดเวลา และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากที่นั่งว่างเหล่านั้น แทบทุกร้านเลยกำหนดให้ลูกค้าสามารถเลือกทานอาหารตามแพ็กเกจได้ในระยะเวลาจำกัด (รวมถึงอบรมให้พนักงานต้องทำงานแบบมีประสิทธิภาพ ด้วยความรอบคอบ และรวดเร็วเท่าที่จะทำได้)

นอกจากเคล็ด(ไม่)ลับเกี่ยวกับการ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ แล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ‘ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS’ จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการปรับระบบให้รองรับการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์มากขึ้น เช่น


เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

  • มีระบบ Inventory ที่ช่วยจัดการสต็อกได้อย่างละเอียด สามารถเปิดใบ PR PO GR และตัดสต๊อกได้อย่างแม่นยำ
  • ระบบ POS จัดการร้านค้า ให้บริการสะดวกด้วย iPad สูงสุด 5 เครื่อง
  • ลูกค้าสามารถใช้ Mobile Order สแกนสั่งอาหารเองได้เพื่อประหยัดเวลาและรวดเร็ว
  • พนักงานสามารถใช้ Mobile Staff ( Android ) รับออเดอร์เอง เปิดโต๊ะเอง สั่งอาหารเองได้
  • ระบบจัดรูปแบบโต๊ะภายในร้านตาม Layout จริง เพื่อลดข้อผิดพลาด
  • ระบบจัดการเปิด-ปิด เมนูได้แบบเรียลไทม์
  • ระบบจัดการคิว และระบบจับเวลาเข้ารับบริการ
  • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้อย่างง่ายดาย
  • รองรับการชำระเงินหลากหลายช่องทาง ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการสแกน QR Code จากสมาร์ทโฟน
  • ระบบรายงานยอดขายและผลเชิงลึก สามารถวิเคราะห์ต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขายและกำไรมากขึ้น

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ ในยุคปัจจุบัน อาจจะพบเจอปัญหาในเรื่องของต้นทุน ค่าใช้จ่าย ที่เป็นยอดค่อนข้างสูง FoodStory POS สามารถช่วยลดต้นทุน ลดความผิดพลาด ในการรับออเดอร์ได้ด้วยระบบสแกนสั่งอาหาร Mobile Order ที่จะช่วยให้พนักงานเหนื่อยน้อยลง และประหยัดเวลาในการรับลูกค้าอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อรับคำปรึกษาการใช้งานระบบ FoodStory POS และ Wongnai POS ได้ที่นี่เลย! 


FoodStory

FoodStory POS ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี คลิก!

เพิ่ม FoodStory เป็นเพื่อนใน LINE เพื่อปรึกษาฟรี: https://lin.ee/zAdDsCr

แจก 10 เคล็ดลับ เปิดร้านอาหารอย่างไรให้สามารถ เพิ่มสาขา ได้ภายใน 1 ปี!

ขยายสาขา

แจก 10 เคล็ดลับ เปิดร้านอาหารอย่างไร
ให้สามารถ เพิ่มสาขา ได้ภายใน 1 ปี!

เคล็ดลับที่ร้านประสบความสำเร็จไม่เคยบอกใคร และติวเตอร์ที่ไหนก็ไม่เคยแจกฟรี แต่ FoodStory พร้อมมาบอกต่อ 10 เคล็ดลับ ‘เปิดร้านอาหารอย่างไร ให้ขยายสาขาได้ภายใน 1 ปี!’ ที่นี่ที่เดียว ผู้ประกอบการท่านไหนที่กำลังหาวิธี เพิ่มสาขา ร้านอาหารอยู่รีบกดเซฟหรือแชร์เก็บไว้ ด่วน!

Continue reading

ใครว่าร้านเล็กอยากขยายสาขาไม่ได้? มาดู 6 วิธีขยายสาขาของร้านอาหารขนาดเล็ก!

ขยายสาขา

การขยายสาขาไม่ใช่การสร้างความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย ถ้าเราวางแผนและดำเนินธุรกิจอย่างดี แม้เป็นร้านเล็กก็สามารถขยายสาขาได้

Continue reading

how To วางแผน คอนเซ็ปต์ร้านอาหาร ให้ดีก็มีชัยกว่าครึ่ง

คอนเซ็ปต์ร้านอาหาร

ปัจจุบันการเปิดร้านอาหาร การวางคอนเซ็ปต์ร้านอาหารถือว่ามีผลต่ออนาคตของร้านอย่างมาก อย่าลืมว่าคู่แข่งในวงการนี้ก็สูงไม่แพ้ธุรกิจอื่น

Continue reading