เปิดร้านขายอะไรดี 2025: ธุรกิจอาหารมาแรง พร้อมเคล็ดลับสำหรับมือใหม่

เปิดร้านขายอะไรดี

การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเป็นความฝันของใครหลายคน แต่คำถามแรกที่มักผุดขึ้นมาในหัวคือ “เปิดร้านขายอะไรดี ในปี 2025?” หรือ “ ธุรกิจที่น่าสนใจ ” ในยุคนี้คืออะไร? เพราะการเลือกประเภทธุรกิจที่ใช่ตั้งแต่ต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ปี 2025 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารจะเติบโตเพียง 2.8% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า และสถิติยังระบุว่า กว่า 50% ของร้านอาหารเปิดใหม่ต้องปิดตัวลงภายในหนึ่งปีแรก ดังนั้นการเลือก ธุรกิจมาแรง ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจึงเป็นก้าวสำคัญ บทความนี้จะนำเสนอ 7 ธุรกิจที่น่าสนใจ ในธุรกิจอาหารที่น่าจับตามองในยุคที่ผู้คนมองหาความแปลกใหม่ และความสะดวกสบาย พร้อมแนวทางสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตัวเอง

 

7 ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มที่น่าลงทุนในปี 2025 นี้

1. ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) ธุรกิจมาแรงที่ต้องจับตา

เทรนด์การดูแลสุขภาพยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านอาหารที่เน้นเมนูสุขภาพได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน สลัดบาร์ ไปจนถึงอาหาร Plant-based หรืออาหารจากพืชล้วน ๆ กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อและความภักดีสูง (Loyalty) 

  • ตัวอย่าง: ร้านสลัดที่คุณสามารถเลือกวัตถุดิบ และน้ำสลัดเองได้ ร้านอาหารที่เน้นโปรตีนจากพืช
  • แนวทางการเริ่มต้น: เริ่มจากเมนูง่าย ๆ ที่ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ง่าย อาจเริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ หรือเดลิเวอรีเพื่อทดลองตลาดก่อน

 

2. ร้านกาแฟ-คาเฟ่ / Specialty Coffee / มัทฉะ

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ตลาดเครื่องดื่มอย่างกาแฟ และมัทฉะยังคงเติบโตสวนกระแส โดยเฉพาะร้านกาแฟ Specialty ที่มีราคาจับต้องได้ (ราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท) ซึ่งมีสัดส่วนตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีสัดส่วนยอดขายกาแฟในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66% ของยอดขายกาแฟทั้งหมด  (อ้างอิงจาก LINE MAN Wongnai)

นอกจากนี้ ตลาดมัทฉะ ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ มีการคาดการณ์ว่าตลาดมัทฉะทั่วโลกจะเติบโตถึง 9.44% ต่อปี (อ้างอิงจาก UnivDatos) และเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ มัทฉะลาเต้ (33%) (อ้างอิงจาก การตลาดวันละตอน) อย่างไรก็ตาม จากกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดความท้าทายด้านราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และโอกาสที่จะขาดตลาดได้ ดังนั้นการมีระบบจัดการสต็อกที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น

  • ตัวอย่าง: ร้านกาแฟที่เน้นการทำกาแฟแบบดริป ร้านที่ขายเครื่องดื่มมัทฉะหลากหลายเมนู
  • แนวทางการเริ่มต้น: ศึกษาเรื่องเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบมัทฉะให้ละเอียด สร้างแบรนด์และบรรยากาศร้านให้โดดเด่น

 

3. ร้านอาหารที่เน้นการจัดส่ง (Delivery-Focused Kitchen)

ตลาด Food Delivery ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเปิดร้านที่เน้นช่องทางนี้โดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า Cloud Kitchen จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดต้นทุนหน้าร้าน และค่าเช่าพื้นที่ โดยยอดขายของธุรกิจอาหารใน LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากเดลิเวอรี

  • ตัวอย่าง: ร้านอาหารที่ขายหลายเมนูจากครัวกลางเพียงแห่งเดียว
  • แนวทางการเริ่มต้น: วางแผนเมนูที่เหมาะกับการขนส่ง แพ็กเกจจิง (Packaging) ต้องดี และที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการออเดอร์ให้มีประสิทธิภาพ

 

4. ร้านอาหารประเภทซื้อกลับ และอาหารจานด่วนคุณภาพสูง

ในสังคมเมืองที่เร่งรีบ อาหารจานด่วนที่อร่อย และดีต่อสุขภาพกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม Quick Service Restaurants (QSRs) ที่มีการเติบโตสวนทางกับร้านอาหาร Full Service ซึ่งได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ลดการออกไปทานนอกบ้าน

  • ตัวอย่าง: ร้านข้าวกล่องเบนโตะพร้อมทาน ร้านแซนด์วิชไส้แน่นทำสดใหม่
  • แนวทางการเริ่มต้น: เน้นทำเลใกล้แหล่งชุมชน หรือออฟฟิศ ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และรสชาติให้สม่ำเสมอ

 

5. ร้านขนมหวาน และเบเกอรีโฮมเมด

ความต้องการขนมหวานอร่อย ๆ ยังคงสูงเสมอ โดยเฉพาะขนมที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพดี และมีเรื่องราว หรือขนมตามเทรนด์ที่กำลังฮิตในโซเชียลมีเดีย

  • ตัวอย่าง: ขนมเค้ก และเบเกอรีสไตล์เกาหลี ร้านที่ขายบราวนี่หลากรส
  • แนวทางการเริ่มต้น: พัฒนาสูตรที่เป็นเอกลักษณ์ หาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ และใช้ภาพถ่ายที่สวยงามดึงดูดลูกค้า

 

6. ร้านอาหารแฟรนไชส์ (Franchise)

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การซื้อแฟรนไชส์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้รับระบบการจัดการ สูตรอาหาร และการตลาดจากเจ้าของแบรนด์มาช่วยตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจ

  • ตัวอย่าง: แฟรนไชส์ชานมไข่มุก แฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาทอด
  • แนวทางการเริ่มต้น: ศึกษาแฟรนไชส์ที่น่าเชื่อถือ และมีระบบที่ดี ตรวจสอบต้นทุน และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้รอบคอบ

 

ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS เครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ

ไม่ว่าคุณจะเลือก เปิดร้านขายอะไรดี ในปี 2025 สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร้านของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน คือ การมีระบบจัดการร้านที่ดี ตั้งแต่การรับออเดอร์ การคิดเงิน ไปจนถึงการจัดการวัตถุดิบ และรายงานยอดขาย ซึ่ง FoodStory POS ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านอาหารทุกขนาด ด้วยระบบ POS ที่ครบครัน และใช้งานง่าย ช่วยให้คุณบริหารร้านได้อย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาเมนู และดูแลลูกค้ามากขึ้น

📌 เคล็ดลับการจัดการร้านให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนเปิดร้าน ควรให้ความสำคัญกับช่องทางการสั่งซื้อ และชำระเงินที่หลากหลายเพื่อเพิ่มยอดขาย เช่น ระบบ QR Ordering ที่ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37% และ Digital Payment ที่มีสัดส่วนเกินครึ่งและช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลได้ถึง 32% (อ้างอิงจาก LINE MAN Wongnai)

 

สรุป

การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีไอเดียที่ตอบโจทย์ตลาด และมีเครื่องมือจัดการร้านที่ดีอย่าง FoodStory POS ที่จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภา พและเติบโตอย่างยั่งยืน 📌 สนใจระบบ POS ร้านอาหารที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ดูรายละเอียด FoodStory POS เพิ่มเติม และติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอคำปรึกษาได้ฟรีที่นี่เลย!

ลงทะเบียนสั่งซื้อ FoodStory POS

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : 

บอกลาปัญหาสลิปปลอมชวนปวดหัว! ด้วย Wongnai POS Pay

ปัญหาสลิปปลอม Wongnai POS Pay

ปัญหาสลิปปลอมเป็นเรื่องที่ร้านอาหารหลายแห่งต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้งในปัจจุบัน เมื่อการโอนเงินกลายเป็นช่องทางหลักของการชำระเงินในร้านอาหาร สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ความสะดวกของลูกค้า แต่ยังมาพร้อมความเสี่ยงที่หลายร้านมองข้าม ตั้งแต่การที่ลูกค้าคีย์จำนวนเงินผิด ไปจนถึงการปลอมแปลงสลิปเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินจริง ยิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน พนักงานไม่มีเวลาตรวจสอบอย่างละเอียด หรือบางร้านอาจต้องเปิดแอปธนาคารทุกครั้งเพื่อตรวจสอบยอดด้วยตนเอง ยิ่งถ้ามีลูกค้าต่อคิวหลายโต๊ะ ปัญหาเหล่านี้ยิ่งสะสมกลายเป็น “ภาระล่องหน” ที่ทั้งกินเวลา กินแรง และอาจทำให้ร้านสูญเสียรายได้โดยไม่รู้ตัว

Wongnai POS จึงพัฒนาระบบ Wongnai POS Pay ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างตรงจุด เพียงลูกค้าสแกนจ่ายผ่าน QR Code ผ่านหน้าจอหลัง หรือท้ายสลิป เมื่อชำระเงินสำเร็จ ระบบจะแจ้งเตือนไปที่เครื่อง Wongnai POS ของร้านโดยอัตโนมัติ โดยแสดงผลการชำระเงินแบบเรียลไทม์ทันที ไม่ต้องขอถ่ายสลิป ไม่ต้องเปิดแอปเช็ก ไม่ต้องลุ้นยอดเข้า ช่วยให้ร้านลดภาระพนักงานหน้าร้าน จัดการเงินได้แม่นยำ และมั่นใจว่าทุกยอดที่โอน คือยอดที่รับจริง

 

สลิปปลอม ปัญหาสลิปปลอม บอกลาปัญหา ด้วย Wongnai POS Pay

รูปแบบการจ่ายเงินแบบเดิม อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดปัญหาสลิปปลอม!

แม้ว่าการให้ลูกค้าโอนเงินผ่านการสแกนจะดูสะดวกในสายตาหลายร้าน แต่หากไม่มีระบบที่ช่วยตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอน ก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ส่งผลกระทบกับรายได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะร้านที่ยังใช้วิธีให้ลูกค้าโอนเงิน แล้วแสดงหลักฐานการชำระเงินให้พนักงานดูทีละคน ปัญหาที่ตามมามักเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ อย่างเช่น

  • ลูกค้าเป็นคนใส่ยอดเอง เสี่ยงโอนผิดได้ง่าย
    บางคนพิมพ์ยอดไม่ครบ เลือกบัญชีผิด หรือหารบิลผิดพลาด กลายเป็นปัญหาให้ร้านต้องตามแก้ทีหลัง
  • พนักงานต้องเช็กสลิปทีละคน เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
    ทำให้การทำงานหน้าร้านช้าลง และยังเสี่ยงต่อความผิดพลาดหากดูยอดไม่ละเอียดพอ
  • ต้องเปิดแอปธนาคารทุกครั้งเพื่อดูยอด
    นอกจากจะช้า ยังเพิ่มภาระให้พนักงาน และบางร้านต้องใช้มือถือส่วนตัว เสี่ยงทั้งเรื่องข้อมูลและความปลอดภัย

และที่สำคัญที่สุดคือ ปัญหาเรื่องสลิปปลอม ที่พนักงานไม่สามารถแยกออกได้ในเวลาจำกัด และมารู้ตัวอีกทีเมื่อตรวจยอดในแต่ละวันแล้วพบว่าเงินหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดธรรมดา แต่คือช่องโหว่ที่ทำให้ร้านขาดทุนโดยไม่รู้ตัว และถ้าไม่มีระบบช่วยตรวจสอบให้แม่นยำพอ ปัญหานี้ก็พร้อมจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

รับเงินแต่ละครั้ง ไม่ควรเป็นเรื่องให้ร้านต้องปวดหัว

แค่เปิดร้านให้ดี ลูกค้าแน่น อาหารออกไว ก็เหนื่อยพอแล้ว ร้านไม่ควรต้องมาคอยลุ้นว่ายอดเงินที่ลูกค้าโอนมานั้น เข้าจริงหรือยัง หรือ สลิปที่ได้มานั้นของจริงหรือเปล่า

ระบบ POS Pay จึงเข้ามาช่วยจัดการทุกขั้นตอนของการชำระเงินให้เป็นเรื่องที่จบในขั้นตอนเดียว พนักงานไม่ต้องมานั่งเช็กสลิป ไม่ต้องเปิดแอป ไม่ต้องตามยอด จบปัญหาสลิปปลอมที่เคยปวดหัว ประหยัดทั้งเวลา และลดความเสี่ยงที่เงินจะหายไปแบบไม่รู้ตัว

 

หมดกังวลกับปัญหาสลิปปลอม! ด้วย  Wongnai POS Pay

ระบบรับชำระเงินที่ช่วยให้ร้านจัดการยอดได้แม่นยำ ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเจอสลิปปลอมอีกต่อไป

  1. มีระบบตรวจสอบยอดจ่าย แจ้งเตือนบนเครื่อง POS ทันที
    เมื่อมีการชำระเงิน ระบบจะแจ้งเตือนสถานะ “ชำระแล้ว” บนหน้าจอ POS โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ร้านมั่นใจได้ว่าได้รับเงินจริง ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องเดา และไม่ต้องกลัวโดนสลิปปลอม
  1. ล็อกยอดให้ตรงตามบิล ลูกค้าสแกนจ่ายได้ทันที
    ระบบจะกำหนดยอดตามใบสั่งซื้อไว้ให้เรียบร้อย ลูกค้าไม่ต้องกรอกตัวเลขเอง ลดโอกาสโอนผิด ทั้งในกรณีที่ลูกค้าเร่งรีบ
  1. พนักงานไม่ต้องเสียเวลากับการตรวจสลิป
    ไม่ต้องถ่ายภาพ ไม่ต้องเปิดแอปธนาคารเพื่อเช็กยอด ช่วยลดภาระพนักงาน และทำให้การทำงานหน้าร้านคล่องตัวขึ้น
  1. ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น
    ระบบยืนยันยอดให้ทันทีหลังจากชำระเงิน ลูกค้าไม่ต้องรอการตรวจสอบ ไม่ต้องส่งสลิปให้พนักงานดู ช่วยให้ขั้นตอนจ่ายเงินราบรื่น และจบได้อย่างมั่นใจ
  1. เปิดใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่ม
    ร้านที่ใช้ Wongnai POS อยู่แล้วสามารถเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ได้ทันที โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการระบบรับเงินที่ปลอดภัยและทำงานอัตโนมัติ

Wongnai POS Pay ใช้ได้กับร้านทุกรูปแบบ

  •  ร้านจ่ายก่อนกิน (Quick Service)
    เช่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ ฟาสต์ฟู้ด หรือ Kiosk ระบบจะแสดง QR จ่ายเงิน บนหน้าจอหลัง ให้ลูกค้าสแกน และปิดบิลอัตโนมัติทันทีเมื่อชำระเงินสำเร็จ
  • ร้านกินก่อนจ่าย (Full Service)
    เช่น ร้านอาหารบริการเต็มรูปแบบ ลูกค้าสามารถนั่งทานที่ร้าน ระบบจะพิมพ์ QR จ่านเงิน พร้อมยอดในท้ายใบเสร็จ ให้ลูกค้าสแกนจ่ายได้เลยที่โต๊ะ พร้อมปิดบิลอัตโนมัติทันทีเมื่อชำระเงินสำเร็จ

ไม่ว่าร้านคุณจะให้บริการแบบไหน Wongnai POS Pay ก็ช่วยให้การรับเงินง่าย แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น

 


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

สลิปปลอม ปัญหาสลิปปลอม Wongnai POS Pay FoodStory

LMWN Café เปิดร้านกาแฟบนออฟฟิศยังไงให้ได้ 4,000 แก้วต่อเดือน?

Queue_Display_Testimonial_Blog_Cover_LMWN_Cafe_Passionate_Roastery

LMWN Café เปิดร้านกาแฟบนออฟฟิศยังไงให้ได้ 4,000 แก้วต่อเดือน?

หากถามถึงเครื่องดื่มที่ครองใจชาวออฟฟิศต่างๆ หรือแม้แต่ชาวออฟฟิศ LMWN เอง เมนูกาแฟต้องติดอันดับหนึ่งแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นตัวช่วยเติมพลังให้ตื่นตัวพร้อมที่จะทำงานแล้ว กาแฟยังมีเอกลักษ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งรสชาติ กลิ่นหอมของมัน และความใส่ใจในการชงกาแฟที่ทำให้ใครหลายคนหลงรักมัน

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังร้านกาแฟที่ดูเรียบง่าย กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่หลังบ้านต้องเจอ โดยในเฉพาะในช่วยเวลาที่เร่งด่วนอย่างช่วงเช้าและช่วงบ่าย ที่พนักงานบริษัท LINE MAN Wongnai แห่กันมาสั่งเครื่องดื่มคนละแก้วสองแก้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลลที่ว่า ทำไม “การจัดการคิวและออเดอร์” จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับคุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Café by Passionate Roastery ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ภายในออฟฟิศของ LINE MAN Wongnai ซึ่งสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นความราบรื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเคล็ดลับจากเทคโนโลยีในการจัดการร้าน

 

จากพนักงานประจำ สู่เจ้าของโรงคั่วกาแฟ

หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน “คุณฟ้า” เจ้าของร้าน LMWN Café by Passionate Roastey ยังเป็นเพียงพนักงานประจำที่ใช้ชีวิตวนลูปเช้าถึงเย็น จนกระทั่งช่วงโควิดเข้ามา งานที่คุณฟ้าต้องรับผิดชอบมีน้อยลง เวลาว่างที่มากขึ้นได้ถูกใช้ไปกับสิ่งที่ตัวเองรักและอยากจะทำมาตลอด นั้นก็คือ “กาแฟ” ซึ่งก่อนเป็นพนักงานประจำ คุณฟ้าก็เคยเป็นบาริสต้ามาก่อน

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe ถือแก้วกาแฟเพื่อเสิร์ฟ

โดยจุดเริ่มต้นของ “Passionate Roastery” นั้น คุณฟ้าได้เปิดโรงคั่ว และทำเมล็ดกาแฟขาย รวมถึงการสอน ฝึกอบรม เทรนนิงสำหรับบาริสต้า โดยคุณฟ้ามีความตั้งใจที่อยากจะ “ลดช่องว่างระหว่างโรงคั่ว คนคั่วกาแฟ กับบาริสต้า เพื่อที่บาริสต้าหน้าร้านจะได้ส่งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟแต่ละประเภทนั้น ให้กับลูกค้าได้อย่างชัดเจน” ซึ่งเป็นความคิดตั้งแต่คุณฟ้ายังเป็นบาริสต้า

 

จากโรงคั่วกาแฟ สู่เจ้าของร้านกาแฟสุดชิคบนออฟฟิศ “LMWN Café by Passionate Roastery”

นอกจากการทำโรงคั่ว เมล็ดกาแฟ และการสอนบาริสต้าแล้ว สิ่งที่คุณฟ้าอยากทำมาตลอดคือการเปิดร้านกาแฟ

เมื่อคุณฟ้ามีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Pitch ร้านกาแฟ LMWN Café ซึ่งเป็นร้านที่จะตั้งบนออฟฟิศของบริษัท LINE MAN Wongnai คุณฟ้าก็ไม่ลังเล เพราะนี้คือโอกาสที่จะได้แบ่งปันกาแฟแบบ Specialty ห้กับพนักงานออฟฟิศในราคาที่เข้าถึงใด้ และสามารถซื้อได้ในทุกๆวัน

จากจุดเริ่มต้นจากโรงคั่ว สู่ร้านกาแฟดีไซน์อบอุ่นบนออฟฟิศสุดชิคอย่าง LMWN Café by Passionate Roastery ที่วันนี้สามารถเสิร์ฟกาแฟเฉลี่ยนวันละ 200 แก้ว หรือราว 4,000 แก้วต่อเดือน ! และยังเป็นพื้นที่แห่ง Passion ที่ถ่ายทอดคุณค่าของกาแฟผ่านทุกแก้วอย่างแท้จริง

 

จัดการร้าน LMWN Café ให้เป็นระบบ ด้วย FoodStory POS

เมื่อคุณฟ้าได้เข้ามาเปิดร้านกาแฟบนออฟฟิศของ LINE MAN Wongnai จึงมีโอกาสได้ใช้ FoodStory POS เข้ามาช่วยจัดการร้าน ซึ่งกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การบริหารร้านกาแฟเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าที่คิด

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe กล่าวว่า "FoodStory POS ใช้งานง่าย ลดเวลาการเทรนพนักงาน ดูยอดขายผ่านมือถือ จัดการพนักงานช่วงคนเยอะๆได้ดีขึ้น แม้ไม่ได้เข้าร้านก็ยังคุมร้านได้สบาย"

สิ่งที่คุณฟ้าชื่นชอบที่สุดคือการที่สามารถเช็กยอดขายได้แบบเรียลไทม์ผ่าน POS Manager App โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร้านทุกวัน เพียงแค่เปิดมือถือก็สามารถดูยอดขาย วิเคราะห์ยอดสั่งซื้อในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นช่วง peak time หรือช่วงเวลายอดขายตก ทำให้สามารถวางแผนจัดคน วางตารางเวลาการทำงาน หรือแม้แต่พักของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ FoodStory POS ยังช่วยให้คุณฟ้าดึงข้อมูลยอดขายย้อนหลัง เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ทั้งเมนูขายดี เมนูที่ควรทำโปรโมชัน หรือเมนูที่ควรเพิ่ม-ลดจากเมนูหลัก ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยต่อยอดธุรกิจได้อย่างชัดเจน

ด้านหลังบ้านเองก็จัดการง่ายขึ้นมาก เพราะระบบสต็อกแบบเรียลไทม์ช่วยให้คุณฟ้าวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟหรือวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ใช้ในแต่ละวัน

ที่สำคัญ FoodStory ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวกต่อการสอนงาน เทรนพนักงานใหม่ได้รวดเร็ว ช่วยลดเวลาการเทรนและทำให้ทีมสามารถทำงานได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

 

LMWN Café จบปัญหาคิวและออเดอร์ที่แสนวุ่นวายด้วยฟีเจอร์ Queue Display

อย่างไรก็ตาม เมื่อร้านเริ่มดำเนินไป ปัญหาหนึ่งที่คุณฟ้าสังเกตเห็นได้ชัดคือ “ช่วงเวลาเร่งด่วน” ที่ลูกค้าแห่มาร้านพร้อมกัน โดยเฉพาะช่วงเช้า หรือช่วงพักกลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่พนักงาน LMWN ส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาส่วนนี้ตรงกัน ทำให้เกิดการสั่งกาแฟพร้อมกันหลายออเดอร์ในเวลาเดียว

แต่ละวันมีออเดอร์เข้ามามากกว่า 200 แก้ว ซึ่งหากไม่มีระบบจัดการที่ดีพอ ก็อาจนำไปสู่ความล่าช้า คิวสับสน หรือแม้แต่ออเดอร์ที่ตกหล่น จนกระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง จึงต้องหาทางออกที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็ได้ Queue Display ฟีเจอร์ใหม่จาก Wongnai และ FoodStory POS เข้ามาเป็นตัวช่วยร้านที่ทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe กล่าวว่า "Queue Display ช่วยให้พนักงานจัดการออเดอร์ได้ง่ายขึ้น ออเดอร์เสร็จก็แค่มากดเรียกคิวได้เลยในคลิกเดียว ลงทุนทั้งปี เทียบเท่ากับค่าจ้างพนักงาน 1 คน ในเดือนเดียว คุ้มค่ามากๆ"

หลังจากเริ่มใช้งาน Queue Display อย่างแรกที่คุณฟ้าประทับใจเลยคือ Queue Display นั้นใช้งานง่าย เพราะเชื่อมต่อกับ FoodStory POS อัตโนมัติ เมื่อมีออเดอร์เข้าหรือพนักงานรับออเดอร์เสร็จแล้ว ออเดอร์จะแสดงบนหน้าจอ Queue Display ทันที และเมื่อพนักงานกดเรียกคิวบน Android Tablet จอ Queue Display ก็เรียกคิวให้เลย

โดยคุณฟ้าเล่าว่า ความประทับใจนั้น ไม่ได้มีแค่จากคุณฟ้าอย่างเดียว แต่ยังมีเสียงตอบรับทั้งจากลูกค้าและพนักงาน ลูกค้าหลายคนบอกว่ารู้สึก “อุ่นใจ” เพราะสามารถเห็นคิวของตัวเองแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องคอยถามพนักงานว่า “คิวถึงไหนแล้ว?” หรือกลัวว่าออเดอร์ตัวเองจะหล่นหาย เพราะเมื่อออเดอร์เสร็จ พนักงานเพียงแค่กดเรียกคิวผ่านหน้าจอ ระบบก็จะขึ้นแสดงผลพร้อมเสียงแจ้งเตือนให้ลูกค้าไปรับออเดอร์ได้ทันที พนักงานจึงมีเวลามากขึ้นในการดูแลกระบวนการอื่นในร้าน เพราะไม่ต้องเสียคน และเสียเวลามานั่งเรียกคิวตลอดเวลา

นอกจากนั้น ระบบ Queue Display ยังช่วยให้ร้านออกออเดอร์รวดเร็วขึ้นมาก จากเดิมที่อาจใช้เวลาต่อแก้ว 10-30 วินาที เหลือเพียง 5 วินาทีต่อออเดอร์ ทำให้รองรับลูกค้าในช่วงพีคได้ดีขึ้นกว่าเดิม

คุณฟ้า เจ้าของร้าน LMWN Cafe กล่าวว่า "ตั้งแต่ใช้ Queue Display ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจมากขึ้นที่เห็นคิวตัวเอง ไม่ต้องมาถามคิวซ้ำๆ ปัญหาการหยิบแก้วผิดที่เคยมีก็หมดไป สามารถลดค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปได้ถึง15% เลย"

หนึ่งในปัญหาใหญ่ๆ ที่ร้านกาแฟ หรือร้าน Quick Service (ร้านจ่ายก่อนกิน) ต้องเจอ คือปัญหาการหยิบออเดอร์ผิด ยิ่งในเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งร้าน LMWN Café ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน

“ปัญหาการหยิบแก้วผิดที่เคยเจอก็หมดไป ลดค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่าจากออเดอร์ผิดได้ถึง 15%” 

คุณฟ้าเล่าว่า Queue Display นั้น สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ไม่ใช่แค่ให้ลดลง แต่ทำให้ปัญหานี้หมดไปเลย 

 

ความคุ้มค่าในการลงทุนระบบจัดการร้านอาหาร

“ถ้าต้องจ้างพนักงาน 1 คน ค่าแรงเดือนละ 20,000 บาท แต่เราลงทุนแค่ 20,000 บาทต่อปีให้กับระบบ POS และ Queue Display ที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้เรา รู้สึกคุ้มค่ามากค่ะ”

คุณฟ้าบอกถึงความคุ้มค่าของการใช้ระบบจัดการร้านแทนการเพิ่มพนักงาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน Queue Display เปรียบเสมือนพนักงานอีก 1 คน ที่ช่วยจัดคิวอย่างเป็นระบบ ไม่มีเหนื่อย ไม่มีหลุด จนสามารถลดภาระของทีมงานได้จริง

📌สุดท้ายนี้ หากใครอยากที่จะเปิดร้านกาแฟ สามารถติดต่อ Passionate Roastery ที่มีบริการ Set up ร้านกาแฟและคาเฟ่ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ได้ที่ Facebook : Passionate Roastery&Trainning

 

 


สำหรับร้านที่สนใจ Queue Display ไปจัดการคิวและเรียกคิวหน้าร้าน ลงทะเบียนได้เลยที่ 👉🏻 คลิก
หรือหากยังลังเล และอยากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระบบ POS แอด LINE ปรึกษาฟรีได้เลยที่ 👉🏻
คลิก

 

 

หมายเหตุ :
Queue Display ต้องใช้ร่วมกับ Wongnai POS หรือ FoodStory POS พร้อมแพ็กเกจ Quick Service
ราคานี้ไม่รวมอุปกรณ์ POS (เริ่มต้นเพียง 8,900.-) และระบบซอฟต์แวร์ POS
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LMWN_Cafe_Fah_Passionate_Roastery_Queue_Display_Testimonial_Quote_End

Wongnai POS Pay รับชำระ QR Promptpay ล็อกยอด ปิดบิลอัตโนมัติ

Wongnai POS Pay รับชำระ QR Promptpay ล็อกยอด ปิดบิลอัตโนมัติ ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Wongnai POS  โดยเฉพาะที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจากการรับชำระด้วย Thai QR Code หรือ QR Promptpay  เช่น การโอนยอดชำระผิด การเสียเวลาตรวจสอบสลิป และปัญหาสลิปปลอม โดยร้านอาหารสามารถเปิดใช้ Wongnai POS Pay ได้เลยบน Wongnai POS ทุกรุ่น โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

Continue reading

ใหม่แกะกล่อง! Wongnai POS FLEX เล็ก แรง ครบ จบทุกการใช้งาน

ใหม่แกะกล่อง! Wongnai POS FLEX เล็ก แรง ครบ จบทุกการใช้งาน

Wongnai POS FLEX ตัวช่วยบริหารจัดการร้านอาหารขนาดเล็ก หน้าจอเพียง 10 นิ้ว ดีไซน์สวย ทันสมัย มาพร้อมระบบจัดการร้านอาหารครบจบ และฟีเจอร์ที่ไม่แพ้เครื่องใหญ่ ช่วยให้คุณบริหารร้านได้ลื่นไหล รวดเร็ว และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นรุ่นแรกที่มีแบตเตอรี่ในตัว และยังสามารถใส่ซิมการ์ดได้ ไม่ต้องง้อ WiFi พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ธุรกิจของคุณจะต้องเจอ

เช็กลิสต์ อุปกรณ์ที่คุณจะได้ภายในกล่อง

  1. ตัวเครื่อง Wongnai POS FLEX
  2. ม้วนกระดาษใบเสร็จขนาด 80×40 มม.
  3. อะแดปเตอร์แปลงไฟ
  4. สายชาร์จ
  5. สายประคองมือ 

ขั้นตอนการเปิดใช้งานเครื่องเบื้องต้น

  1. อะแดปเตอร์แปลงไฟเสียบเข้ากับสายชาร์จ จากนั้นเสียบเข้ากับเครื่อง Wongnai POS FLEX
  2. กดปุ่มเปิดเครื่องบริเวณด้านข้างตัวเครื่อง Wongnai POS FLEX
  3. เริ่มต้นใช้งานเครื่องตามคู่มือ

 

ส่วนประกอบหลักของเครื่อง Wongnai POS FLEX

Wongnai POS FLEX มาพร้อมกับหน้าจอ ขนาด 10.1 นิ้ว มีความคมชัดสูงถึง 1280 x 800 พิกเซล ประหยัดพื้นที่ด้วยขนาดตัวเครื่องเพียง 24.6 x 23 ซม. โดยรอบข้างของตัวเครื่องจะมี ลำโพง กำลัง 1.2 W  และมาพร้อมกับพรินต์เตอร์ในตัว ไม่ต้องซื้อเครื่องพรินต์แยก โดยมีช่องใส่กระดาษความร้อน ขนาด 80 x 40 มม.

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่สำคัญ

Wongnai POS FLEX มีระบบปฏิบัติการ Android 13 ที่มาพร้อมกับ CPU hexa-Core, 2.4/2.0 GHz โดยมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 4GB RAM และ 32GB ROM รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้ง WIFI และอินเตอร์เน็ตจาก Sim Card นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ได้ผ่านระบบ Bluetooth เหนือกว่านั้น Wongnai POS FLEX ยังเป็นรุ่นแรกที่มีแบตเตอรี่ในตัว ขนาด 2600mAh ไม่ต้องเสียบสายชาร์จตลอดเวลา

 

ปุ่มและช่องต่อสายภายนอก

จากภาพจะเห็นว่า Wongnai POS FLEX นั้น นอกจากแค่ปุ่มและช่องเชื่อมต่อแล้ว แต่ Wongnai POS FLEX ยังมาพร้อมฟังก์ชันพิเศษที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพให้กับการใช้งาน

  • รองรับ SD Card และ SIM Card ช่วยให้การทำงานราบรื่น โดยไม่ต้องพึ่งพา WiFi หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ร้าน 
  • เป็น Wongnai POS รุ่นแรกที่มีแบตเตอรี่ในตัว ไม่ต้องเสียบสายชาร์จตลอดเวลา ใช้งานได้ต่อเนื่อง เหมาะกับร้านพื้นที่จำกัด, Food Truck, หรือร้านที่ออกบูธในพื้นที่มีไฟฟ้าจำกัด
  • ตัวเลือกการชาร์จหลากหลาย สามารถรองรับทั้งพอร์ต USB A และ USB C รวมถึงชาร์จผ่านฐาน Rotating Base เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
  • พกพาสะดวก ด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัดและมีที่ใส่สายประคองมือ เพื่อความปลอดภัย คุณสามารถยกเครื่อง Wongnai POS FLEX ไปรับออเดอร์ถึงโต๊ะลูกค้า หรือย้ายตำแหน่งใช้งานได้อย่างง่ายดาย


ฐานตั้ง FLEX (Rotating Base)

Rotating Base ไม่ใช่แค่ฐานตั้งธรรมดา แต่เป็นตัวช่วยสำคัญที่เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน Wongnai POS FLEX ให้ครบครันและสะดวกยิ่งขึ้น

  • เป็นแท่นชาร์จในตัว โดย Rotating Base สามารถชาร์จ Wongnai POS FLEX ได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องเสียบสายชาร์จแยก
  • สามารถหมุนได้ 180 องศา ช่วยให้คุณหมุนจอ Wongnai POS FLEX เพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบรายการออเดอร์หรือรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะเป็นลิ้นชักเก็บเงิน, สาย LAN, หรือสาย USB คุณสามารถเชื่อมต่อกับ Rotating Base ได้ทันที เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเครื่อง Wongnai POS FLEX

 

ฟีเจอร์เทียบเท่า POS ขนาดใหญ่

ถึงแม้ว่า Wongnai POS FLEX จะมีจุดเด่นที่มีขนาดกเล็กะทัดรัด แต่ก็เต็มไปด้วยความสามารถที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการร้านอาหารได้อย่างเต็มรูปแบบ ฟีเจอร์ครบครันเทียบเท่า POS รุ่นใหญ่ เช่น 

  • เชื่อมต่อกับ Wongnai และ LINE MAN: ขยายช่องทางการขายออนไลน์ พร้อมรองรับออเดอร์เดลิเวอรีได้แบบไม่มีสะดุด
  • จัดการร้านได้ทุกที่ผ่าน Manager App: สะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถดูแลและจัดการร้านของคุณได้ทันที
  • รองรับฟีเจอร์ Mobile Order ระบบสแกนอาหารผ่าน QR Code ที่เชื่อมต่อออเดอร์อัตโนมัติสู่ระบบ POS ทันที ช่วยให้ลดปัญหาออเดอร์ผิดพลาด  ประหยัดเวลาในการรับออเดอร์ และยังลดขั้นตอนการทำงานของพนักงาน และเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าได้อีกด้วย
  • เชื่อมต่อเครื่องรูดบัตร EDC ผ่านเครื่อง POS ได้อัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งคีย์ตัวเลขเอง เพื่อให้ลูกค้าจ่าย ลดข้อผิดพลาด ไม่ต้องกังวลเรื่องยอดไม่ตรง และปัญหาธุรจริต จ่ายปุ๊บบันทึกในระบบ POS ทันทีแจ้งเตือนทุกยอดจ่าย พร้อมปิดบิลอัตโนมัติเชื่อมต่อง่าย ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมอื่น อีกทั้งยังรองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเพิ่มยอดขาย และขยายฐานลูกค้า รองรับทั้งลูกค้าไทย และต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงได้
  • ระบบจัดการวัตถุดิบและคืนทุน: ช่วยควบคุมต้นทุนและการจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เช็กยอดขายได้แบบ Real-time: อัปเดตยอดขายทันทีทุกวินาที ให้คุณติดตามข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา

ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครัน Wongnai POS FLEX จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับร้านอาหารยุคใหม่!

 

Wongnai POS FLEX เหมาะกับร้านอาหารแบบไหน ? 

คำตอบคือ Wongni POS FLEX เหมาะกับทุกรูปแบบร้านอาหาร ไม่ว่าคุณจะเป็นร้าน

  • ร้านอาหารประเภทจ่ายก่อนกิน และร้านอาหารประเภทกินก่อนจ่าย
  • ร้านอาหารพื้นที่จำกัด ที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง

Wongnai POS FLEX ก็เอาอยู่! ด้วยฟังก์ชันที่ครบครันและการออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

 

สรุป Wongnai POS FLEX เล็ก แรง ครบ จบทุกการใช้งาน

Wongnai POS FLEX รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสเปคที่แรงขึ้น ฟังก์ชันที่ครอบคลุม และความสะดวกในการใช้งาน อย่าพลาดโอกาสพัฒนาร้านของคุณให้ล้ำหน้ากว่าคู่แข่ง!

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาระบบ POS ที่ครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง ตอนนี้ Wongnai POS FLEX พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาสุดคุ้ม!

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียเพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย หรือแอดไลน์ได้ที่นี่ : https://lin.ee/77JucY9

5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC คู่กับ POS

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ปัจจุบันโลกของเราเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยมีตัวแปรสำคัญอย่างการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่เร่งให้ผู้คนหันมาใช้ธุรกรรมทางการเงินออนไลน์มากขึ้น

สำหรับธุรกิจร้านอาหารเอง การปรับตัวให้สามารถรองรับการชำระเงินที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อความอยู่รอดในกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตอีกด้วย หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารร้านอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ การใช้เครื่อง EDC (Electronic Data Capture) เชื่อมกับระบบ POS (Point of Sale) ของ Wongnai และ FoodStory POS ซึ่งเป็นการผสานพลังของการชำระเงินแบบไร้เงินสดเข้ากับการจัดการร้านได้อย่างมืออาชีพ  

 

มาลองพิจารณากันว่า 5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC เชื่อมกับ Wongnai POS และ FoodStory POS มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

  1. เชื่อมต่อ POS อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด และขั้นตอนในการชำระเงิน

เมื่อกดชำระเงินบนระบบ POS และเลือกวิธีชำระผ่านเครื่อง EDC ยอดบิลจะถูกส่งตรงไปยังเครื่อง EDC โดยอัตโนมัติ เจ้าของร้านหรือพนักงานไม่จำเป็นต้องคีย์ยอดบิลด้วยตนเอง การทำงานที่เป็นอัตโนมัตินี้ไม่เพียงช่วยลดเวลาในการดำเนินการ แต่ยังช่วยให้ลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน และช่วยให้การทำงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  1. ป้องกันการทุจริตในการชำระเงิน

การชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ไม่ได้เพียงเพิ่มความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินอีกด้วย เมื่อลูกค้าชำระเงินผ่านเครื่อง EDC เรียบร้อยแล้ว ระบบจะปิดบิล และบันทึกยอดบิลบนเครื่อง POS อัตโนมัติ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาบิลตกหล่นหรือสลิปปลอมที่อาจส่งผลต่อยอดขายและความน่าเชื่อถือของร้านของคุณ  ช่วยให้เจ้าของร้านอาหารมั่นใจได้ว่าทุกการทำรายการจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง

  1. รองรับการชำระเงินได้ทุกรูปแบบ

ในยุคที่ลูกค้ามีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย การรองรับวิธีการชำระเงินที่ครบครันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเครื่อง EDC นี้ สามารถรองรับการชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay พร้อมเพย์ และ e-wallet ชั้นนำมากมาย ทั้ง WeChat Pay และ Alipay plus 

  1. เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้า

การรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่อาจใช้วิธีชำระเงินแตกต่างกัน การเพิ่มช่องทางการชำระเงินจึงเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า และทำให้ร้านอาหารของคุณ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

  1. สรุปทุกยอดบิลในระบบ POS อย่างครบถ้วน

หลังจบวันทำการ การตรวจสอบและสรุปยอดขายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเครื่อง EDC ที่เชื่อมต่อกับ ระบบ POS จะช่วยรวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว  เจ้าของร้านสามารถตรวจสอบรายงานยอดขายผ่าน POS Manager App และ จากเครื่อง EDC ได้ทันที รายละเอียดการชำระเงินทุกประเภทจะถูกรวบรวมและแสดงผลอย่างครบถ้วน ทำให้หมดกังวลเรื่องยอดขายไม่ตรง และช่วยประหยัดเวลาในการจัดการบัญชี และเพิ่มความมั่นใจในความถูกต้องของรายงานยอดขายประจำวัน

 

สรุป

การใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการทำงานและข้อผิดพลาด แต่ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งยังช่วยให้การจัดการร้านเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับธุรกิจร้านอาหาร การเลือกใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม!


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

พิเศษ! สำหรับลูกค้าปัจจุบัน Wongnai POS และ FoodStory POS รับสิทธิ์ใช้งานเครื่องรูดบัตร EDC ได้ก่อนใคร สมัครเลยที่นี่      

edc ย่อมาจาก เครื่อง EDC

เจาะลึก Wongnai POS FLEX ใหม่ ปะทะ POS ตัวเก่า แตกต่างกันอย่างไร ทำไม FLEX ถึงตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่?

เจาะลึก Wongnai POS FLEX ใหม่ ปะทะ POS ตัวเก่า แตกต่างกันอย่างไร ทำไม FLEX ถึงตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่?

Wongnai POS FLEX ตัวใหม่ แรงกว่าเดิม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ในยุคที่ร้านอาหารต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และความสะดวกในการจัดการ ระบบจัดการร้าน (Point of Sale) หรือที่เรียกสั้นๆว่า POS จึงกลายเป็นผู้ช่วยมือขวาที่ขาดไม่ได้! และตอนนี้ Wongnai POS FLEX รุ่นใหม่ มาแบบ “จัดเต็ม” ตอบโจทย์เจ้าของร้านอาหารแบบครบทุกฟังก์ชัน แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ… รุ่นนี้ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างไร? วันนี้เราจะมาดูจุดเด่น แบบ “หมัดต่อหมัด” กัน!

ตารางเปรียบเทียบ Wongnai POS FLEX และ Wongnai POS Mini

จากตารางเราจะเห็นสิ่งที่เหมือนกัน คือ ขนาดหน้าจอที่เล็กกระทัดรัด การรองรับซิมการ์ด ฟีเจอร์ที่เทียบเท่าเครื่องใหญ่ และการมีพรินเตอร์ในตัว แต่สิ่งที่ Wongnai POS FLEX นั้นสามารถทำได้เหนือกว่า คือ
1. สเปคที่แรงกว่า ทำงานลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ถ้าเปรียบ POS เป็นหัวใจในการจัดการร้านอาหาร Wongnai POS FLEX ตัวใหม่นี้ก็เปรียบเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วและแรงขึ้นกว่าเดิม เพราะมาพร้อมสเปคสุดแรง

  • ชิพตัวใหม่ที่แรงขึ้นกว่าเดิม กับ 4GB RAM + 32GB ROM Memory ช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการรับออเดอร์ คิดเงิน หรือดูรายงานการขาย ทุกอย่างทำได้รวดเร็ว ตอบสนองลูกค้าได้ทันใจสุด ๆ

ในขณะที่รุ่น Mini อาจมีข้อจำกัดด้วย RAM 2GB และหน่วยความจำ 16GB ที่เหมาะกับร้านเล็ก ๆ เท่านั้น

2. มีแบตเตอรี่ในตัว + รองรับซิมการ์ด

อีกหนึ่งจุดแข็งที่เจ้าของร้านจะต้องหลงรักคือ FLEX มีแบตเตอรี่ในตัว! 

  • ไม่ต้องกลัวไฟดับหรือระบบสะดุดกลางคัน เพราะแบตเตอรี่จะทำให้เครื่องยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
  • รองรับซิมการ์ด ใช้งานได้แม้ไม่มี Wi-Fi ช่วยให้การรับออเดอร์หรือการขายเดินหน้าได้ทุกที่ ไม่ต้องกังวลกับอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร

เหมาะมากสำหรับร้านที่ต้องการความคล่องตัว หรือร้านที่ไม่มี Wifi เช่น ร้านฟู๊ดทรัค หรือร้านที่ไปออกบูธตามงานต่างๆ 

3.ขนาดเล็ก พกพาง่าย รับออเดอร์ได้ถึงโต๊ะลูกค้า

Wongnai POS FLEX ตัวใหม่นี้ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด และสามารถยกไปใช้งานที่ไหนก็ได้ในร้าน ไม่ต้องนั่งประจำอยู่แค่เคาน์เตอร์เหมือน POS เครื่องใหญ่แบบดั้งเดิม

  • พนักงานสามารถถือเครื่องไป รับออเดอร์ถึงโต๊ะลูกค้า ได้เลย ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้บริการเร็วขึ้น

เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการความคล่องตัว เช่น ร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ด หรือร้านอาหารที่พื้นที่จำกัด

4.ครบทุกฟังก์ชัน เมื่อใช้งานคู่กับ Rotating Base 

Wongnai POS FLEX จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อใช้คู่กับ Rotating Base หรือฐานตั้งที่ออกแบบมาเฉพาะ

  • หมุนได้ 180 องศา สามารถหมุนจอให้ลูกค้าตรวจสอบออเดอร์ที่สั่งได้ 
  • เป็นแท่นชาร์จในตัว ชาร์จ FLEX ได้เลยแบบไม่ต้องยุ่งยาก
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ลิ้นชักเก็บเงิน และ สาย LAN ได้ง่าย ๆ

Rotating Base จึงไม่ใช่แค่ฐานตั้งธรรมดา แต่เป็นผู้ช่วยที่ยกระดับการทำงานของ FLEX ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

5.เหมาะกับทุกรูปแบบร้านอาหาร

ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านแบบไหน

  • ร้านอาหารจ่ายก่อนกิน เช่น คาเฟ่ ร้านขนม หรือฟาสต์ฟู้ด
  • ร้านอาหารพื้นที่จำกัด ที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง

Wongnai POS FLEX ก็เอาอยู่! ด้วยฟังก์ชันที่ครบครันและการออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

 

สรุป Wongnai POS FLEX เร็ว แรง คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

Wongnai POS FLEX รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านอาหารยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสเปคที่แรงขึ้น ฟังก์ชันที่ครอบคลุม และความสะดวกในการใช้งาน อย่าพลาดโอกาสพัฒนาร้านของคุณให้ล้ำหน้ากว่าคู่แข่ง!

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาระบบ POS ที่ครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง ตอนนี้ Wongnai POS FLEX พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาสุดคุ้ม! 

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียเพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย หรือแอดไลน์ได้ที่นี่ : https://lin.ee/2K18I44

เทคนิค เพิ่มยอดขาย ให้เติบโตหลายเท่าตัวด้วยระบบ POS จัดการร้านอาหาร!

เพิ่มยอดขายร้านอาหาร

เพิ่มยอดขาย ให้เติบโตหลายเท่าตัว
ด้วยระบบการจัดการร้านอาหารที่พร้อม Support!

‘ ร้านอาหารขายดีแค่มีอาหารอร่อยหรือคนเก่งมาช่วยบริหารอย่างเดียวก็รุ่งได้ ’ จริงหรอ? ก่อนที่ธุรกิจร้านอาหารชื่อดังลูกค้าปัจจุบันของ FoodStory จะเข้ามาทดลองใช้ระบบก็เคยตั้งแนวคิดแบบนี้เช่นกัน แต่เหตุผลอะไรที่ทำให้เขาเปิดใจลองปรับเปลี่ยนมุมมอง พร้อมหยิบระบบการจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ไปใช้จริงจนสามารถกระตุ้นเพิ่มยอดขายมากกว่าก่อนวางระบบหลายเท่าตัว ไม่ควรพลาดบทความนี้ พร้อมบอก 4 วิธีการจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองเพื่อ เพิ่มยอดขาย ให้สำเร็จกัน


FoodStory POS เพิ่มยอดขาย

4 การจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองให้สำเร็จ

ปัญหาของการจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองให้สำเร็จ บางครั้งไม่จำเป็นเลยว่า ร้านของคุณจะต้องอร่อยที่สุดในย่าน หรือต้องหาคนเก่งบริหารจัดการร้านอาหารแบบขั้นเทพ เพียงแค่จัดการตาม 4 ข้อนี้ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

1) เข้าใจตัวคุณและลูกค้า

ตามสถิติจากสสส. พบว่า คนกรุงเทพฯ ที่มีอายุระหว่าง 13 – 49 ปี ทานอาหารนอกบ้านเฉลี่ยถึง 21 ครั้งต่อเดือน ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยกลุ่มลูกค้าได้ตามอายุและพฤติกรรมการบริโภคได้อีก หากต้องการจัดการร้านอาหารให้สำเร็จก็จำเป็นจะต้องเข้าใจลูกค้าและตัวคุณเองว่า มีความสามารถพอจะรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากน้อยขนาดไหน ดูจากงบประมาณ, ขนาดพื้นที่, ความสามารถและจำนวนคนภายในทีม ฯลฯ

2) คำนวณรายรับ – รายจ่ายให้เห็นภาพรวม

ปกติการจัดการร้านอาหารให้รอดสู่การไปถึงจุดที่เรียกว่า รุ่ง จะขึ้นอยู่กับการคำนวณรายรับ-รายจ่าย ให้เห็นภาพรวมและสามารถนำไปบริหารจัดการต่อได้ โดยอาจมีรายจ่ายหลักที่ต้องจัดทุนสำรองตลอด ดังนี้

ค่าแรงพนักงานภายในร้าน : การจัดการร้านอาหารส่วนใหญ่จะต้องลงทุนไปกับพนักงาน เพราะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในธุรกิจร้านอาหาร ไหนจะรายได้หลัก โอที เงินพิเศษ และสวัสดิการอื่นๆ ถ้าไม่จัดการอย่างเหมาะสมก็อาจขาดทุนได้

ค่าวัตถุดิบ : ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพนักงาน แต่ระดับผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการร้านอาหารก็จำเป็นต้องทราบสูตรอาหารทุกเมนูภายในร้าน เพื่อนำไปคำนวณและวางแผนวัตถุดิบให้คุ้มสุดตามเกรดที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด นอกจากนี้ หากมีช่องทางอื่น เช่น แบบ Delivery ก็จำเป็นจะต้องคำนวณในส่วนของบรรจุภัณฑ์ด้วย เป็นต้น

ค่าเช่าร้านและระบบสาธารณูปโภค : สำหรับการจัดการร้านอาหารที่ดำเนินธุรกิจผ่านทางหน้าร้านเป็นหลัก ค่าเช่าร้านและระบบสาธารณูปโภค ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนก็ต้องกำหนดขอบเขตและวางแผนทุกเดือนเช่นกัน

ค่าการตลาด : ไม่ควรคิดว่า การลงทุนไปกับหน้าร้านจะเน้นแค่ลูกค้าละแวกใกล้เคียง ไม่ต้องเน้นทำการตลาด เพราะการจัดการร้านอาหารให้คนรู้จักผ่านทางออนไลน์ก็ถือว่า จำเป็น เพราะเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าที่ไม่ใช่ผู้อาศัยในพื้นที่ละแวกนั้นได้มีโอกาสแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนมากขึ้น รวมถึงการก

ค่าใช้จ่ายอื่น : เพราะการจัดการร้านอาหารบางครั้งก็อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้เสมอ เช่น ของหายจากการถูกขโมย, ของเสียหรือหมดอายุ, ของไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น เลยอาจเกิดโอกาสเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เหมือนกันระตุ้นให้เกิดยอดขายผ่านทางออนไลน์ด้วย

3) ฝึกลงมือทำและสอนงานให้ได้ทุกตำแหน่ง

หากเปรียบตำแหน่งผู้ประกอบการหรือผู้บริหารเป็นหัว พนักงานก็เป็นแขนทั้งสองข้างที่ไม่สามารถขาดหรือหายไปได้ การจัดการร้านอาหารอย่างมีคุณภาพ แม้ไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง แต่ควรเข้าใจทุกจุด เพราะเป็นเรื่องปกติที่วันหนึ่งลูกน้องคนเก่งอาจออกจากทีมไปเดินทางตามความฝันเลยต้องสอนงานให้ได้ทุกตำแหน่ง สิ่งที่ดีที่สุดที่ Foodstory อยากแนะนำคือ การฝึกลงมือทำเรียนรู้และเข้าใจในทุกตำแหน่ง เพราะมีข้อดีอีกมหาศาลรอคุณอยู่ ทั้งในเรื่องของการเลือกคนเข้ารับหน้าที่ในแต่ละตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม, บริหารจัดการควบคุมต้นทุนได้ทุกจุด เป็นต้น

4) การเก็บเอกสารให้ครบถ้วน

หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของการจัดการร้านอาหารให้เป็นระบบคือ การเก็บเอกสาร เพราะแค่ทำหน้าที่แต่ละตำแหน่งก็ทำแทบจะไม่ทัน แต่รู้หรือไม่ว่า การเก็บข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการทำบัญชีและจัดการภาษี แต่ยังไปพัฒนาแผนต่อยอดได้อีกด้วย เช่น จัดทำโปรโมชั่นตามโอกาสพิเศษได้บ่อย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกระทบผลกำไร, มีงบเพียงพอต่อการขยายสาขาเพิ่มรายได้หลายเท่า เป็นต้น

FoodStory POS เพิ่มยอดขาย

เคล็ดลับการจัดการร้านอาหารให้ยอดขายพุ่งหลายเท่าอยู่ที่ระบบ POS!

มากกว่าการจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองแล้ว ต้องไม่ลืมว่า ในแต่ละวันเราจะต้องพบเจอและจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลจากบัญชีรายรับรายจ่าย, ข้อมูลสมาชิกของลูกค้า, ข้อมูลสต็อกวัตถุดิบ เป็นต้น ทำให้บางครั้งอาจเกินขีดจำกัดความสามารถของคนเรา และไม่สามารถหยิบไปต่อยอด เพิ่มยอดขาย ในอนาคตได้ ระบบ POS เลยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านอาหารที่มีหน้าร้านมาก Foodstory POS กว่า 500 ฟีเจอร์ เลยเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับร้านอาหารทุกรูปแบบ เช่น


FoodStory POS เพิ่มยอดขาย

  • จัดการบริหารร้านได้ง่ายขึ้น
  • สร้างเมนูได้หลากหลาย สูงสุด 500 รายการ
  • รองรับการจำหน่ายอาหารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อ Lineman Delivery โดยตรง
  • มีระบบ Sale Channel ช่วยกำหนดราคาขาย การคิดค่า GP และยังสามารถบันทึกรายงานการขาย ช่องทางอื่นๆเพิ่มเติมได้
  • มีระบบ Inventory ที่ช่วยจัดการสต็อกได้อย่างละเอียด สามารถเปิดใบ PR PO GR และตัดสต็อกได้อย่างแม่นยำ
  • มีระบบจัดการโปรโมชั่น เพิ่มยอดขาย สามารถดู Sale Report เพื่อประเมินรายงานยอดขายและนำไปต่อยอดวิเคราะห์โปรโมชั่นได้ครอบคลุม
  • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้ไม่มีพลาด

การจัดการร้านอาหารที่ดีให้มียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว บางครั้งแค่อาศัยรสชาติของอาหารหรือคนเก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมีตัวช่วยพร้อมซัพพอร์ตให้การจัดการสามารถทำได้เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เหมือนนักรบที่ลงสนามจากการใช้มือเปล่ามาเป็นอาวุธครบมือ ย่อมมีโอกาสชนะและ เพิ่มยอดขาย ได้มากกว่า สนใจสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory POS หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ …


FoodStory

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

✅ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่

คลิกเพื่อโทรติดต่อฝ่ายขาย

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

แจก 10 เคล็ดลับ เปิดร้านอาหารอย่างไรให้สามารถ เพิ่มสาขา ได้ภายใน 1 ปี!

ขยายสาขา

แจก 10 เคล็ดลับ เปิดร้านอาหารอย่างไร
ให้สามารถ เพิ่มสาขา ได้ภายใน 1 ปี!

เคล็ดลับที่ร้านประสบความสำเร็จไม่เคยบอกใคร และติวเตอร์ที่ไหนก็ไม่เคยแจกฟรี แต่ FoodStory พร้อมมาบอกต่อ 10 เคล็ดลับ ‘เปิดร้านอาหารอย่างไร ให้ขยายสาขาได้ภายใน 1 ปี!’ ที่นี่ที่เดียว ผู้ประกอบการท่านไหนที่กำลังหาวิธี เพิ่มสาขา ร้านอาหารอยู่รีบกดเซฟหรือแชร์เก็บไว้ ด่วน!

Continue reading

‘เปิดร้านเหล้า’ ยังไง ? ให้ยอดขายพุ่งทุกวัน คนแวะเข้าร้านทุกคืน

หากอยากทำธุรกิจ ให้เริ่มต้นจากสิ่งที่ตัวเองชอบ ‘การเปิดร้านเหล้า’ เลยเป็นหนึ่งในคำตอบที่โผล่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ เพราะชอบพบปะเพื่อนฝูงดื่มแอลกอฮอล์กันเป็นทุนเดิม

Continue reading