6 ขั้นตอนง่ายๆ ร้านค้าสามารถออก E-Receipt ให้ลูกค้าได้ผ่าน POS

6 ขั้นตอนง่ายๆ ร้านค้าสามารถออก E-Receipt ให้ลูกค้าได้ผ่าน POS

การที่ร้านค้าสามารถออก E-Receipt ให้ลูกค้าได้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันที แต่ยังช่วยให้ร้านค้าบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ โดยร้านค้าที่ใช้เครื่อง FoodStory POS สามารถออกE-Receipt ให้ลูกค้าได้ง่ายๆ มีขั้นตอนอะไรบ้าง มาดูกันเลย


1. ธุรกิจที่เข้าเงื่อนไข

ร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจบริการต่าง ๆ ยกเว้นธุรกิจบางประเภท เช่น สุรา หรือยาสูบ เป็นต้น


2. ร้านค้าต้องสมัคร ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

โดยร้านค้าสามารถสมัครยื่นคำขอใช้บริการ e-Tax Invoice by Time Stamp (ชื่อเดิม e-Tax Invoice by Email) ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ที่ www.rd.go.th โดยรอการอนุมัติจากกรมสรรพากร


3. ต้องมี โปรแกรมบัญชี

ร้านค้าสามารถสมัครใช้โปรแกรมที่ช่วยออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยเฉพาะโปรแกรม FlowAccount (ต้องเป็นแพ็กเกจ Premium ขึ้นไป) ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง FoodStory POS ได้เลย เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ และในอนาคตอันใกล้ FlowAccount จะสามารถเชื่อมต่อกับ Wongnai POS ได้ด้วย

ร้านค้าสามารถสมัคร FlowAccount ได้ด้วยตัวเองที่ ttps://www.flowaccount.com/

หมายเหตุ : (ถ้าเป็นโปรแกรมอื่นๆ เช่น PEAK, TRCLOUND ร้านค้าต้องออกใบกำกับภาษีผ่านโปรแกรมของทั้ง 2 เจ้าเอง จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง FoodStory POS ได้)

4. เชื่อมต่อ FlowAccount กับ FoodStory POS

ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่ใช้งานทั้งระบบร้านอาหาร FoodStory POS และ ระบบบัญชี FlowAccount (แพ็กเกจ Premium ขึ้นไป) สามารถเชื่อมต่อทั้งสองระบบ เพื่อออกเอกสารและทำบัญชีได้
โดยมีขั้นตอนดังนี้
          ขั้นตอนที่ 1 : Log in เข้าใช้งาน FoodStory ด้วยลิงก์นี้ https://owner.foodstory.co/ ด้วยอีเมลและพาสเวิร์ดที่คุณสมัครใช้งานไว้
          ขั้นตอนที่ 2 : ดูที่แทปเมนูชื่อ “อื่นๆ” และเลือกไปที่ “เชื่อมต่อโปรแกรม”
          ขั้นตอนที่ 3 : เลือกสาขาที่ต้องการเชื่อมต่อ และกดที่ “เชื่อมต่อ FlowAccount”

ท่านสามารถดูวิธีการเชื่อมต่อ FlowAccount กับ FoodStory เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก


5. ร้านอาหารออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าบนเครื่อง POS โดยมีขั้นตอนดังนี้

          ขั้นตอนที่ 1 : เมื่อคุณได้รับออร์เดอร์จากลูกค้าแล้วต้องการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สามารถกดเก็บเงินโดยเลือกเป็น Credit หรือ Cash ก็ได้
ขั้นตอนที่ 2 : จากนั้นติ๊กเลือกในช่อง “Full TAX invoice” (ดังภาพ) และกด Finish
ขั้นตอนที่ 3 :แอปพลิเคชั่นจะให้คุณใส่ข้อมูลของลูกค้า โดยมีข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการออกเอกสารใบกำกับเต็มรูปแบบดังนี้
– เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก
– ชื่อบุคคล
– ที่อยู่
เมื่อใส่ข้อมูลเรียบร้อยแล้วสามารถกด Print เอกสารได้เลย

6. ออก e-Tax Invoice บน FlowAccount ให้ลูกค้า

เอกสารข้อมูลใบกำกับภาษีดังกล่าวที่ออกจาก POS ตามข้อ 5 จะถูกซิงค์มายังระบบ FlowAccount โดยอัตโนมัติ
โดยที่ร้านค้าสามารถ ออกใบกำกับภาษีพร้อมส่งออกอีเมล e-Tax Invice by Time Stamp จาก Flow Account ให้ลูกค้าได้เลย โดยมีขั้นตอนดังนี้
          ขั้นตอนที่ 1 : เข้าสู่ระบบ FlowAccount ที่เชื่อมต่อ FoodStory POS ไว้ ใน https://auth.flowaccount.com/th
          ขั้นตอนที่ 2 : ไปที่หน้าเอกสารขาย และเลือกเอกสารใบกำกับกาษีที่ท่านต้องการส่ง (ท่านสามารถส่งอีเมล e-Tax Invoice กับเอกสารใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ และใบเพิ่มหนี้เท่านั้น)
          ขั้นตอนที่ 3 : คลิกที่ปุ่มจุดสามจุด ท้ายเอกสารที่ท่านต้องการส่ง และเลือกตัวเลือก “ส่งอีเมล e-Tax Invoice”

ขั้นตอนที่ 4 : ระบบจะแสดงจอสำหรับการส่งอีเมลเอกสารใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
          ขั้นตอนที่ 5 : กรอกอีเมลผู้รับ (ได้เพียง 1 อีเมลเท่านั้น) และข้อความอีเมลที่ท่านต้องการส่ง และกดปุ่ม “ส่งอีเมล”

ท่านสามารถอ่านบทความเพิ่มเติมสำหรับ วิธีการใช้งาน e-Tax Invoice by Email บน FlowAccount ได้ที่นี่ คลิก

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถออก E-Receipt ได้สำเร็จ

การใช้ระบบ POS และโปรแกรมบัญชีอย่าง FlowAccount ช่วยให้ร้านค้าสามารถออก E-Receipt และบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดข้อผิดพลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในยุคดิจิทัล

 

EASY E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000.-* เมื่อซื้อ Wongnai POS หรือ FoodStory POS

 

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ไม่เพียงแต่ต้องการระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ด้านภาษีอีกด้วย วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารมาแจ้ง กับโปรโมชันพิเศษ EASY E-Receipt 2.0

EASY E-Receipt 2.0 คืออะไร?

โครงการ “Easy E-Receipt 2.0” จากกรมสรรพากร เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี จากการซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งสามารถนำใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ไปใช้ลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้ง่าย โดยระบบจะส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ไปยังอีเมลของคุณ และส่งข้อมูลตรงถึงกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระการเก็บใบเสร็จและการกรอกข้อมูลด้วยตัวเอง

รายละเอียดของโครงการมีดังนี้:

  • ระยะเวลา: ระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568
  • วงเงินลดหย่อนภาษี: สามารถหักลดหย่อนรวมสูงสุด 50,000 บาท แบ่งเป็น:
    • ไม่เกิน 30,000 บาท: สำหรับการซื้อสินค้าและบริการทั่วไป
    • เพิ่มเติมไม่เกิน 20,000 บาท: สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการจากกลุ่มเฉพาะ เช่น ร้านวิสาหกิจชุมชน SMEs และ OTOP

ประโยชน์ของ EASY E-Receipt 2.0

  1. ช่วยประหยัดเวลา: ลดขั้นตอนการจัดการเอกสารและการส่งมอบใบเสร็จให้ลูกค้า
  2. เพิ่มความสะดวกสบาย: ลูกค้าสามารถรับใบเสร็จผ่านช่องทางออนไลน์
  3. ลดต้นทุน: ลดการใช้กระดาษและหมึกพิมพ์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
  4. รองรับมาตรฐานสรรพากร: มั่นใจได้ว่าเอกสารทุกใบเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

Wongnai และ FoodStory POS มีสินค้าอะไรเข้าร่วม EASY E-Receipt 2.0 บ้าง ?

  • อุปกรณ์เสริม: ได้แก่ เครื่องพรินต์, ลิ้นชักเก็บเงิน ขาตั้ง POS และอุปกรณ์ที่ซื้อขาดอื่น ๆ  

ทั้งนี้ จะไม่รวมค่าบริการระบบ POS (ซอฟต์แวร์) และฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้แก่ ค่าบริการเครื่อง EDC, แพ็กเกจ Mobile Order, Mobile Staff และ ระบบ CRM เป็นต้น

ซื้อสินค้า  Wongnai POS หรือ FoodStory  จะสามารถเข้าร่วมโปรฯ EASY E-Receipt 2.0 ได้อย่างไร ?

  1. สามารถลงทะเบียนสนใจ Wongnai POS หรือ FoodStory POS โดยคลิกที่นี่ 
  2. จากนั้นเซลล์จะติดต่อกลับไปเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบ POS และรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ผู้ซื้อต้องการทราบ
  3. เมื่อสั่งซื้อ Wongnai POS หรือ FoodStory POS พร้อมชำระเงินสำเร็จ ในระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่จะส่งใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ให้ทางอีเมล

 

หมายเหตุ: ในการออกใบกำกับภาษี ผู้ซื้อจะต้องมีข้อมูลต่อไปนี้อย่างครบถ้วน 

  • ชื่อ – นามสกุล
  • ที่อยู่
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน)

 

ตรวจสอบอัตราการคืนภาษีปี 2568 ได้ที่นี่เลย

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียเพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย หรือแอดไลน์ได้ที่นี่ : https://lin.ee/N2IahNX

5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC คู่กับ POS

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ปัจจุบันโลกของเราเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยมีตัวแปรสำคัญอย่างการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่เร่งให้ผู้คนหันมาใช้ธุรกรรมทางการเงินออนไลน์มากขึ้น

สำหรับธุรกิจร้านอาหารเอง การปรับตัวให้สามารถรองรับการชำระเงินที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อความอยู่รอดในกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตอีกด้วย หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารร้านอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ การใช้เครื่อง EDC (Electronic Data Capture) เชื่อมกับระบบ POS (Point of Sale) ของ Wongnai และ FoodStory POS ซึ่งเป็นการผสานพลังของการชำระเงินแบบไร้เงินสดเข้ากับการจัดการร้านได้อย่างมืออาชีพ  

 

มาลองพิจารณากันว่า 5 เหตุผล ที่ร้านอาหารยุคใหม่ควรใช้ เครื่อง EDC เชื่อมกับ Wongnai POS และ FoodStory POS มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

  1. เชื่อมต่อ POS อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด และขั้นตอนในการชำระเงิน

เมื่อกดชำระเงินบนระบบ POS และเลือกวิธีชำระผ่านเครื่อง EDC ยอดบิลจะถูกส่งตรงไปยังเครื่อง EDC โดยอัตโนมัติ เจ้าของร้านหรือพนักงานไม่จำเป็นต้องคีย์ยอดบิลด้วยตนเอง การทำงานที่เป็นอัตโนมัตินี้ไม่เพียงช่วยลดเวลาในการดำเนินการ แต่ยังช่วยให้ลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน และช่วยให้การทำงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  1. ป้องกันการทุจริตในการชำระเงิน

การชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ไม่ได้เพียงเพิ่มความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินอีกด้วย เมื่อลูกค้าชำระเงินผ่านเครื่อง EDC เรียบร้อยแล้ว ระบบจะปิดบิล และบันทึกยอดบิลบนเครื่อง POS อัตโนมัติ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาบิลตกหล่นหรือสลิปปลอมที่อาจส่งผลต่อยอดขายและความน่าเชื่อถือของร้านของคุณ  ช่วยให้เจ้าของร้านอาหารมั่นใจได้ว่าทุกการทำรายการจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง

  1. รองรับการชำระเงินได้ทุกรูปแบบ

ในยุคที่ลูกค้ามีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย การรองรับวิธีการชำระเงินที่ครบครันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเครื่อง EDC นี้ สามารถรองรับการชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต LINE Pay พร้อมเพย์ และ e-wallet ชั้นนำมากมาย ทั้ง WeChat Pay และ Alipay plus 

  1. เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้า

การรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่อาจใช้วิธีชำระเงินแตกต่างกัน การเพิ่มช่องทางการชำระเงินจึงเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า และทำให้ร้านอาหารของคุณ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

  1. สรุปทุกยอดบิลในระบบ POS อย่างครบถ้วน

หลังจบวันทำการ การตรวจสอบและสรุปยอดขายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งเครื่อง EDC ที่เชื่อมต่อกับ ระบบ POS จะช่วยรวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว  เจ้าของร้านสามารถตรวจสอบรายงานยอดขายผ่าน POS Manager App และ จากเครื่อง EDC ได้ทันที รายละเอียดการชำระเงินทุกประเภทจะถูกรวบรวมและแสดงผลอย่างครบถ้วน ทำให้หมดกังวลเรื่องยอดขายไม่ตรง และช่วยประหยัดเวลาในการจัดการบัญชี และเพิ่มความมั่นใจในความถูกต้องของรายงานยอดขายประจำวัน

 

สรุป

การใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการทำงานและข้อผิดพลาด แต่ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งยังช่วยให้การจัดการร้านเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับธุรกิจร้านอาหาร การเลือกใช้เครื่อง EDC เชื่อมกับระบบ POS เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม!


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

พิเศษ! สำหรับลูกค้าปัจจุบัน Wongnai POS และ FoodStory POS รับสิทธิ์ใช้งานเครื่องรูดบัตร EDC ได้ก่อนใคร สมัครเลยที่นี่      

edc ย่อมาจาก เครื่อง EDC

เบื้องหลัง ความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสด ของร้านอาหารในปี 2023

เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสดของร้านอาหารในปี 2023

ในปัจจุบันปี 2023 สังคมไร้เงินสดเป็นสิ่งที่กำลังก้าวข้ามเขตของการซื้อขายและการให้บริการของหลากหลายธุรกิจในท้องตลาด ร้านอาหารก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการชำระเงินที่ทันสมัยและทันเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและส่งเสริมให้กับธุรกิจในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วันนี้ FoodStory เอาข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆผู้ประกอบการร้านอาหารเพื่อสามารถเข้าใจถึงการเปลี่ยงแปลงสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นมาฝากกันค่ะ

เทคโนโลยีการชำระเงินแบบอัตโนมัติ : การทำรายการชำระเงินในร้านอาหารในปี 2023 มีความสะดวกสบายและรวดเร็วกว่าที่เคย ร้านค้านำเสนอระบบการชำระเงินอัตโนมัติที่มีความเชื่อถือสูง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องคอยเสียเวลาในการรอคิวหรือรับเงินทอน

ความปลอดภัยในการชำระเงิน : ความปลอดภัยเป็นหัวใจของระบบชำระเงิน ร้านอาหารใช้เทคโนโลยีการชำระเงินที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มั่นคง ป้องกันการขโมยข้อมูลและการทำธุรกรรมที่เป็นอันตรายต่อลูกค้า

การใช้บริการจากแอปพลิเคชัน : แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการสั่งอาหารและชำระเงินเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเลือกอาหารและทำรายการชำระเงินโดยใช้สมาร์ทโฟนของตนเอง ทำให้สะดวกสบายและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของร้านอาหาร

ระบบการสะสมแต้มหรือสิทธิประโยชน์ : การสะสมแต้มหรือสิทธิประโยชน์จากการชำระเงินเป็นสิ่งที่พบมากขึ้น ร้านอาหารนำเสนอโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าที่ใช้ระบบ cashless เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและสร้างความภูมิใจในการเป็นสมาชิกของร้านค้า

การรวมการตัดสินใจ : ร้านอาหารได้รับประโยชน์จากการรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบ cashless อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สถิติการขาย รีวิวลูกค้า และรายการอาหารที่นิยม การใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ร้านค้าตัดสินใจในการพัฒนาเมนู โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ อย่างมีเสถียรภาพ

ในปี 2023 การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสดของร้านอาหารเป็นเรื่องที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ การใช้ระบบ cashless เพื่อชำระเงินให้สะดวกสบายและปลอดภัยนำไปสู่ประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า ร้านอาหารสามารถเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้กับธุรกิจเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ไม่มีเงินสดอย่างมั่นคงและยั่งยืน


เครื่อง edc contactless payment เครื่องรูดบัตรกสิกรไทย

ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกท่านคงจะเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นว่าว่าปัจจุบันการรับชำระเงินโดยไร้เงินสดนั้นช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายเป็นอย่างมากและหากจะเสริมบริการจัดเต็มครบสูตรอย่าลืมศึกษาระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS บริหารร้านอาหารอย่างมืออาชีพที่มีฟีเจอร์จำเป็นมากกว่า 200 ฟีเจอร์ รวมถึงการรับชำระค่าบริการร้านอาหารทุกรูปแบบผ่านช่องทางหลากหลาย เช่น เงินสด, Thai QR Payment, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, Alipay, WeChat pay ฯลฯ ใช้ร่วมกับ เครื่อง EDC A920Pro รูดบัตรเครดิตรุ่นใหม่ ไร้สาย ทันสมัย สะดวก ครอบคลุมรูปแบบการชำระเงินที่มากกว่าเดิม พร้อมตรวจสอบและบันทึกข้อมูลบิลอัตโนมัติ ตอบโจทย์ร้านอาหารทุกรูปแบบขั้นสุด!


FoodStory POS

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่เลย!

คลิกเพื่อโทรติดต่อฝ่ายขาย

ขาดทุนแน่ ! ถ้าร้านอาหารยังไม่ทำ Sale Report หรือ รายงานการขาย อย่างเป็นระบบ

รายงานการขาย sale report

ขาดทุนแน่ ! ถ้าร้านอาหาร ทำ Sale Report หรือ รายงานการขายไม่เป็น

ขายเก่ง แต่ทำรายงานการขายไม่เป็นร้านคุณอาจเจ๊งไม่เป็นท่า เพราะไม่สามารถสรุปได้ว่า ขายอะไรไปบ้าง ราคาเท่าไร รวมเป็นเงินทั้งหมดเท่าไร จะนำไปวิเคราะห์ก็ขาดข้อมูลที่แท้จริงทำให้เสี่ยงวางแผนพลาด ใช้งบและเวลาไปพัฒนาร้านแบบสิ้นเปลืองไม่คุ้มทุน FoodStory เลยขอมาแนะนำการทำ รายงานการขาย พร้อมบอกความจำเป็นที่ร้านอาหารทุกร้านจำเป็นต้องทำสิ่งนี้

FoodStory POS sale report

ทำความรู้จัก กับ Sale Report ‘รายงานการขาย’

รายงานการขาย คือ รายงานสรุปการขาย เพื่อให้เห็นถึงภาพรวมแล้วนำมาวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อร้านอาหารของคุณให้ทราบว่า เมนูไหนคือเมนูที่ถูกใจลูกค้าที่สุด เมนูไหนขายไม่ดีต้องเสริมกลยุทธ์ต่อไป หรือช่วงเวลาไหน ช่องทางใดที่ร้านอาหารของคุณจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะกลยุทธ์ ‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง’ ต้องรู้ทั้งเขาและเราให้รอบด้านถึงจะเอาชนะใจลูกค้าและคู่แข่งในกลุ่มรูปแบบเดียวกันได้

FoodStory POS sale report

รายงานยอดขาย และรายงานการซื้อของเหมือนกันไหม?

ท่านใดที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารคงทราบดีว่า ไม่ใช่แค่หน้าร้านและหลังครัวที่วุ่นกันตลอดเปิดร้าน แต่งานเอกสารก็จัดหนัก จัดเต็ม นั่งทำจนหัวหมุน แต่จะมีเอกสารสองประเภทที่ชวนให้สับสนคือ รายงานการขาย และรายงานการซื้อของเหมือนกันไหม? ความจริงแล้วต้องแยกเอกสารกัน คือ

รายงานยอดขาย : จะเป็นสรุปที่จดเฉพาะเกี่ยวข้องกับการขาย เมื่อร้านอาหารมียอดขายจะจดรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการขายทั้งหมด เช่น ใครซื้ออาหารเมนูอะไร จำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ช่วงเวลาอะไร จากช่องทางไหน เป็นต้น

รายงานการซื้อของ : รายงานสรุปในส่วนของการดำเนินงานด้านงานซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบทั้งหมด เช่น รายงานใบสั่งซื้อ รายงานเงินมัดจำ/ซื้อสด/ซื้อเชื่อ เป็นต้น

ร้านอาหารที่มีการบริหารดีส่วนใหญ่มักมีความสำเร็จจากเบื้องหลังด้วยการทำเอกสารรายงานยอดขายและรายงานการซื้อของเป๊ะทุกรายการ เพื่อให้เอามาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง

FoodStory POS sale report

6 เหตุผลที่ทุกร้านอาหารควรทำรายงานยอดขาย

หากยังนึกภาพไม่ออกว่า ทำไมร้านอาหารถึงจำเป็นต้องทำรายงานการขายให้เป็น Foodstory จะขอยกตัวอย่าง 6 เหตุผลที่ทุกร้านอาหารควรทำรายงานการขายกัน

รายงานการขาย sale report

1) อ่านใจลูกค้าราวกับเป็นร้านที่ให้บริการมานาน

ปกติโดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าจะใช้เวลาไปกับการทานอาหารภายในร้านเฉลี่ย 20-45 นาที ต่อครั้ง และบางร้านลูกค้าอาจกลับมาแวะอุดหนุนซ้ำหลายครั้งหรือมาครั้งแรกครั้งเดียว แต่จะทำอย่างไรให้เราได้รู้จักลูกค้าเสมือนว่าเป็นเพื่อนกันมานานที่เข้าใจเป็นอย่างดี หนึ่งในสิ่งที่จะบอกได้ก็คือ รายงานการขาย เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า สามารถอ่านใจลูกค้าได้ว่า พวกเขาต้องการอะไร ชอบอะไร และจะสื่อสารอย่างไรให้พวกเขาอุดหนุนสร้างยอดขายเพิ่มได้อีกแบบตรงประเด็นเหมือนปล่อยหมัดฮุคแบบจุกๆ

FoodStory POS sale report

2) มีแผนการทำงานชัดเจน

สำหรับร้านอาหารที่ทำงานแบบเดิมเหมือนเครื่องจักรคือ ตั้งหน้าที่เท่าไหนก็ทำแบบเดิมทุกวัน มีลูกค้าสั่งยังไงก็ทำแบบนั้นเป๊ะ ไม่ได้ต้องการพัฒนาร้านหรือเพิ่มยอดขาย ก็อาจไม่จำเป็นต้องทำรายงานยอดขาย แต่หากต้องการปรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและสร้างยอดขายได้มากขึ้นรายงานยอดขายนี่ล่ะที่จะเป็นชิ้นส่วนสำคัญให้จัดทำแผนการทำงานได้ชัดเจน วางกลยุทธ์ร้านอาหารให้สร้างยอดขายได้อย่างแม่นยำ

รายงานการขาย sale report

3) สร้างยอดขายได้ตรงตามเป้าหมาย

ทำนายคนต้องใช้ดวง แต่ทำนายยอดขายต้องใช้รายงานการขาย เพื่อให้วิเคราะห์เป้าหมายก่อนสร้างแผนให้ได้ยอดขายตามเป้าอย่างแม่นยำ ดีต่อร้านอาหารไม่ต้องเสียงบหรือเวลาไปกับการวางเป้าแบบสะเปะสะปะ และดีต่อพนักงานไม่ต้องเสี่ยงโดนตำหนิจากการทำยอดได้ไม่ตรงตามเป้า (ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดจากความผิดของพนักงาน แต่พลาดที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอิงกับความเป็นจริง) เพราะงั้นทำรายงานยอดขายไว้อย่างน้อยก็ประเมินได้ว่า ควรตั้งเป้าหมายแต่ละเดือนอย่างไรบ้าง

รายงานการขาย sale report

4) เห็นสัญญาณที่ต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า

ก่อนจะเกิดสึนามิย่อมมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แน่นอนว่า สัญญาณที่อาจกระทบกับยอดขายเองก็เช่นกัน จะโผล่มาในรายงานยอดขายทำให้เห็นว่า ในแต่ละช่วงเวลา แต่ละช่องทาง จะมีอะไรที่มากระทบกับยอดขายบ้างทำให้ร้านอาหารแต่ละแห่งสามารถวางแผนรับมือได้ทัน รวมถึงการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหรือความเสี่ยงที่กระทบกับผลกำไรด้วย

รายงานการขาย sale report

5) ติดตามประเมินการทำงานของพนักงาน

ไม่ใช่แค่วิเคราะห์ เพื่อวางแผนต่อไป แต่การทำรายงานยอดขายก็สามารถติดตามประเมินการทำงานของพนักงานภายในร้านอาหารได้จากการดูผลลัพธ์หลังปรับแผนตามการวิเคราะห์ยอดขายในช่วงเวลาก่อนหน้าก็ได้เช่นกัน และทราบว่า ควรจะปรับหรือพัฒนาส่วนไหนต่อไป ควรจะรับพนักงานเพิ่มหรือไม่ สามารถวัดผลได้แบบชัดเจน

FoodStory POS sale report

6) เพิ่มโอกาสการเติบโตของร้านอาหาร

ไม่ว่าวันนี้ร้านอาหารของคุณจะเป็นรูปแบบไหน หรือขนาดเท่าไหร่ แต่การทำรายงานยอดขายสามารถเพิ่มโอกาสการเติบโตให้ร้านอาหารของคุณได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากการนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์ใช้ในการพัฒนาการตลาด เมนูอาหาร ช่องทางจัดจำหน่าย รูปแบบการสื่อสาร ติดตามการทำงานของพนักงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งรายละเอียดครบถ้วนยิ่งสร้างประโยชน์ให้แก่ธุรกิจของคุณแบบมหาศาล

Foodstory เข้าใจร้านอาหารและพนักงานผู้สร้างสรรค์ความอร่อยในทุกเมนูว่า การทำเอกสารทั้งรายงานการขายและรายงานการสั่งซื้อแบบละเอียดไม่ใช่เรื่องง่าย และสร้างภาระการทำงานให้แก่พนักงานเพิ่มขึ้นหลายเท่า เราเลยคิดค้นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร เลยวางระบบอย่าง  Sale Report ใส่ลงใน Foodstory POS เชื่อมโยงข้อมูลครบถ้วน คอยรายงานผลประกอบการแบบละเอียด สามารถรายงานและนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ เพื่อพัฒนาร้านอาหารสร้างยอดขายได้ตรงตามเป้าหมายกันต่อไป

FoodStory POS sale report

ข้อดีของ FoodStory Sale Report ที่จะทำให้ทุกร้านอาหารต้องอึ้ง

  1. แสดงรายงานผลสรุปยอดขายทั้งหมด ยังสามารถเรียกดูย้อนหลังได้ตั้งแต่เริ่มใช้ระบบ FoodStory POS โดยไม่มีการลบข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งสามารถแยกได้ดังนี้
    1. รายชั่วโมง
    2. วัน
    3. สัปดาห์
    4. เดือน
    5. ปี
  2. สามารถดูข้อมูลยอดขายอย่างละเอียด โดยแจกแจงเป็นหัวข้อตามนี้
    1. ยอดขายสุทธิ
    2. ส่วนลด
    3. ยอดขายก่อนลด
    4. จำนวนการขาย
    5. ประเภทการชำระเงิน
    6. ช่องทางที่ชำระเงินเข้ามา
    7. เปิด – ปิด บิล โดยพนักงานท่านไหน
  3. สามารถดึงข้อมูล “รายงานภาษี” เพื่อนำส่งสรรพากรได้ทันที
  4. สามารถดึงข้อมูลรายงานการขายเป็นรูปแบบ Excel หรือ CSV เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ หรือใช้งานในจุดประสงค์อื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเห้นว่าสินค้าตัวไหนขายดีในช่วงเวลานั้น ร้านอาหารอาจจะนำข้อมูลตรงนี้ มาทำการตลาดต่อไปได้
  5. และพิเศษไปกว่านั้น สำหรับร้านอาหารที่มีหลายสาขา ก็ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Master data หรือที่เรียกว่า จัดการข้อมูลหลายสาขา เพื่อสามารถจัดการข้อมูลทุกสาขาได้ในครั้งเดียว เช่น เพิ่มเมนู แก้ไขราคา เปิดปิดเมนู หรือดูยอดขายทุกสาขาพร้อมๆกันได้

( ถ้าต้องการอ่านข้อมูลเรื่อง Master data เพิ่มเติม สามารถคลิกได้ที่นี่ )


 

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai และ FoodStory POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

sale report Wongnai POS FoodStory POS

ระวัง! แค่ “เงินทอน” ก็ทำให้เจ๊งได้

บัญชีร้านอาหาร

“เงินทอน” เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนทำร้านอาหารไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่จะทำให้ร้านอาหารของคุณเจ๊ง!

Continue reading

การบริหารต้นทุน ร้านอาหาร

การบริหารต้นทุนร้านอาหาร

สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการร้านอาหารควรรู้คือ การแยกประเภทของต้นทุน เพื่อที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชีต้นทุนต่อไป

Continue reading

เครื่องรูดบัตรเครดิต (EDC) รองรับการจ่ายเงินทุกรูปแบบในเครื่องเดียว เพิ่มโอกาสการขายให้ร้านอาหารง่ายขึ้น

เครื่อง EDC

ใหม่! เครื่อง EDC พร้อมเชื่อมต่อทุกการชำระเงินผ่านบัตรดครดิต เดบิต PromptPay LINE Pay และ w-Wallet พร้อมส่งข้อมูลสู่ FoodStory POS ทันที

Continue reading

รวม 4 ประโยชน์ของ POS ที่เจ้าของร้านอาหารต้องรู้!

4 คุณประโยชน์ของการใช้ระบบ POS

ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็กหรือใหญ่ มีจำนวนพนักงานมากหรือน้อย ก็สามารถเลือกใช้ และได้รับประโยชน์จากการใช้ระบบ POS ได้อย่างมากมาย!

Continue reading

ออกใบกำกับภาษีกับ FoodStory

ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ ที่สรรพกรรองรับแล้วและสามารถใช้ยื่นลดภาษีในโครงการช้อปช่วยชาติได้จริง

Continue reading