Skip to content
เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่

เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่ ? พร้อมเช็กลิสต์เตรียมตัวให้ปัง!

ส้มตำ…เมนูยอดนิยมที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลิ้มลอง ด้วยรสชาติที่จัดจ้านถึงใจและเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย ทำให้ธุรกิจร้านส้มตำ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่ ? และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

วันนี้ FoodStory จะมาเจาะลึกทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และแจกเช็กลิสต์ ที่จะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมสำหรับการพร้อม ขายส้มตำ รอบด้านไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ

 

แจกแจงให้ชัด! เปิดร้านส้มตำ ลงทุนเท่าไหร่ ?

การลงทุนสำหรับเปิดร้าน ขายส้มตำ จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ ค่าใช้จ่ายครั้งแรก และค่าใช้จ่ายรายเดือน ที่คุณต้องวางแผนให้รอบคอบตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง

1. ค่าใช้จ่ายครั้งแรก (ค่าลงทุนเริ่มต้น)

  • ค่าเช่า และตกแต่งร้าน:
    • ค่าเช่าพื้นที่: ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับทำเล และขนาดร้าน การเลือกทำเลที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสัญจรไปมาเยอะเป็นสิ่งสำคัญ
    • ค่าตกแต่ง และปรับปรุงร้าน: ประมาณ 20,000 – 200,000 บาท (หากเป็นร้านขนาดเล็ก)
    • ค่ามัดจำ และล่วงหน้า: 2-3 เดือนของค่าเช่า
  • ค่าอุปกรณ์ในครัว และหน้าร้าน:
    • อุปกรณ์หลัก: ครกหิน ครกไม้ สาก มีดหั่นผักสไลด์ เตาย่างไก่ หรือคอหมู ถาดสแตนเลส และอุปกรณ์อื่นๆ
    • อุปกรณ์หน้าร้าน: โต๊ะ-เก้าอี้ จาน ชาม ช้อน ส้อม และภาชนะใส่อาหาร
    • ประมาณการค่าใช้จ่าย: 50,000 – 150,000 บาท
  • ค่าวัตถุดิบและค่าแรงพนักงานช่วงเริ่มต้น:
    • ค่าวัตถุดิบชุดแรก: เตรียมเงินสำหรับซื้อวัตถุดิบหลัก เช่น มะละกอ พริก มะนาว ผักต่าง ๆ และเครื่องเคียง
    • เงินเดือนพนักงาน: จัดเตรียมเงินเดือนสำหรับ 1-2 เดือนแรก
    • ประมาณการค่าใช้จ่าย: 30,000 – 80,000 บาท

📌สรุปค่าใช้จ่ายเริ่มต้นทั้งหมด: โดยเฉลี่ยแล้ว การเปิดร้าน ขายส้มตำ ขนาดเล็กจะใช้เงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 100,000 – 400,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน และรูปแบบร้านของคุณ

2. ค่าใช้จ่ายรายเดือน (ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำ)

หลังจากลงทุนครั้งแรกไปแล้ว คุณต้องเตรียมเงินทุนหมุนเวียนสำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น

  • ค่าเช่าร้านรายเดือน: (ตามสัญญา)
  • ค่าแรงพนักงาน: ประมาณ 300-400 บาทต่อคนต่อวัน
  • ค่าวัตถุดิบ: ค่าใช้จ่ายหลักที่ผันแปรตามยอดขาย (การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบมีผลโดยตรงต่อกำไร)
  • ค่าสาธารณูปโภค: ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าการตลาด: ค่าโปรโมต ค่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดียต่า งๆ

 

เช็กลิสต์ 10 ข้อสำหรับเปิดร้าน ขายส้มตำ

เมื่อรู้เรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว มาดูสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน ขายส้มตำ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ และเพิ่มโอกาสสร้างกำไร

  1. วิเคราะห์ตลาด และคู่แข่ง: ก่อนลงมือทำธุรกิจ ควรทำความเข้าใจตลาดในพื้นที่ที่คุณสนใจ สำรวจว่ามีร้านส้มตำ คู่แข่งรายใดบ้าง และพวกเขามีจุดแข็ง-จุดอ่อนอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถสร้างจุดเด่นที่แตกต่าง และพัฒนาเมนูให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้
  2. ระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน: การรู้ว่าลูกค้าของคุณคือใคร เช่น กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ชอบความรวดเร็ว หรือกลุ่มครอบครัวที่มองหาร้านนั่งสบาย ๆ จะช่วยให้คุณวางแผนทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่การออกแบบเมนูไปจนถึงบรรยากาศร้าน
  3. เลือกทำเลที่ใช่: ทำเลคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ควรพิจารณาทำเลที่มีผู้คนพลุกพล่าน เดินทางสะดวก และมีศักยภาพในการดึงดูดลูกค้า
  4. วางแผนเมนู และราคา: ออกแบบเมนูส้มตำและอาหารอีสานอื่น ๆ ที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์ รวมถึงกำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับคุณภาพ และกลุ่มเป้าหมายของคุณ
  5. คอนเซปต์ร้าน: กำหนดรูปแบบร้าน (เน้นซื้อกลับบ้าน นั่งทานในร้าน หรือเน้นเดลิเวอรี)
  6. วัตถุดิบ และซัพพลายเออร์: หาแหล่งวัตถุดิบที่สดใหม่ และราคาเหมาะสม มีการเจรจาต่อรองที่ดี
  7. วางแผนการตลาดให้พร้อม: สร้างการรับรู้ให้กับ ร้านส้มตำ ของคุณด้วยกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ เช่น การใช้โปรโมชันในช่วงเปิดร้าน การถ่ายรูปเมนูสวยๆ เพื่อโพสต์บนโซเชียลมีเดียอย่าง  Facebook/Instagram/Tiktok  หรือการร่วมมือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี
  8. เตรียมพร้อมด้านบุคลากร: หากมีพนักงาน ควรจัดฝึกอบรมเพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในเมนูและมาตรฐานการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ
  9. เตรียมเอกสารทางกฎหมาย: จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนธุรกิจและใบอนุญาตต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและน่าเชื่อถือ
  10. เลือกระบบจัดการร้านที่มีประสิทธิภาพ: วางแผนการรับออเดอร์ การคิดเงิน และการจัดการ สต๊อก วัตถุดิบ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้ง่ายขึ้นด้วย ระบบ POS ร้านอาหาร หรือ โปรแกรม POS ร้านอาหาร

📌 อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเปิดร้านอย่างละเอียด 👉🏻 ที่นี่

 

เปิดร้าน ขายส้มตำให้เป็นระบบไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

การ ขายส้มตำ ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติอาหารที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การรับออเดอร์ การคิดเงิน การจัดการสต๊อกวัตถุดิบ ไปจนถึงการทำรายงานยอดขาย ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ร้านส้มตำ โดยเฉพาะ ทำให้คุณสามารถจัดการร้านได้อย่างมืออาชีพ

  • ลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็ว: ระบบรับออเดอร์ที่แม่นยำ ไม่ต้องจดมืออีกต่อไป
  • จัดการออเดอร์เดลิเวอรีง่ายขึ้น: ระบบของ FoodStory POS สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้อย่างราบรื่น ทำให้คุณจัดการออเดอร์จาก LINE MAN ได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่ง
  • ควบคุมสต๊อกแม่นยำ: ติดตามวัตถุดิบแบบ Real-time ลดปัญหาของขาดหรือของเหลือทิ้ง ทำให้ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สรุปยอดขายทันที: ดูรายงานยอดขายได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปฯ FoodStory POS Manager ช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

เริ่มต้นวางแผนธุรกิจร้านส้มตำ ของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงตั้งแต่วันนี้ และให้ FoodStory POS เป็นตัวช่วยจัดการงานที่ยุ่งยากให้ง่ายยิ่งขึ้น

📌 ดูรายละเอียด และฟีเจอร์เด็ดของ FoodStory POS เพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือลงทะเบียนที่นี่ เพื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายฟรี!

ลงทะเบียนสั่งซื้อ FoodStory POS เพื่อเปิดร้าน ขายส้มตำ

Discover more from FoodStory

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading