fbpx Skip to content

ลื้อดูร้อน เผยเคล็ดลับแจ้งเกิดท่ามกลางสงครามหม่าล่าสายพาน!

ต้องยอมรับว่าทุกพื้นที่ตอนนี้มีแต่ร้านหม่าล่า แต่ก็ใช่ว่าทุกร้านที่เกิดขึ้นมานั้นจะอยู่รอดได้ในสมรภูมิแห่งนี้ ดังนั้นการที่ร้านเปิดใหม่จะสามารถช่วงชิงพื้นที่ในใจของคนรัหม่าล่าได้นั้นก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องให้ความสำคัญทั้งคุณภาพอาหาร รสชาติ ความหลากหลาย ความคุ้มค่า ไปจนถึงถึงบริการ และการจัดการหลังบ้านอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ไม่เสียอรรถรสในการทานนั่นเอง และหนึ่งในร้านหน้าใหม่ไฟแรงในช่วงนี้ก็คงต้องมีชื่อของร้าน ลื้อดูร้อน อย่างแน่นอน แต่เคล็ดลับอะไรที่ทำให้แจ้งเกิดอย่างจังได้นั้น วันนี้ FoodStory พาคุณโอ๊ต ภูวนารถ เหมวิจิตร เจ้าของร้านลื้อดูร้อนมาไขทุกเคล็ดลับตั้งแต่เริ่มต้นเปิดร้าน!

ลื้อดูร้อน เผยเคล็ดลับแจ้งเกิด
ท่ามกลางสงคราม
หม่าล่าสายพาน!

ลื้อดูร้อน หม่าล่าสายพาน บุฟเฟ่ต์หม่าล่า FoodStory POS

ทำไมถึงเลือกเปิดร้านหม่าล่าในช่วงคู่แข่งเยอะแบบนี้?

จริง ๆ คือผมเห็นกระแสการเติบโตของธุรกิจหม่าล่าครับ คนไทยก็เริ่มรับรู้เรื่องของการทานหมาล่ามากขึ้น ส่วนที่มาของชื่อร้าน ลื้อดูร้อน คือตอนแรกเราคิดคอนเซ็ปต์ว่าอยากให้เป็นร้านจีน แต่ไม่อยากให้ดูจีนจ๋ามาก ให้เข้าถึงคนไทยแต่มีความเป็นจีนนิดนึง ก็เลยคิดถึงคำว่า “ลื้อ” แล้วก็ตอนนั้นมีกระแสวง Paradox ขึ้นมาพอดี ก็เลยกลายเป็นชื่อร้าน ลื้อดูร้อน ครับ

โดยที่จุดขายของร้านเราคือการเป็นบุฟเฟ่ต์หม่าล่าสายพานเจ้าแรกในประเทศไทย ที่เป็นระบบคีบตักไร้ไม้เสียบ ลูกค้าสามารถคีบตักของทานได้ไม่อั้น โดยของบนสายพานเราจะมีมากกว่า 70 กว่าเมนู รวมถึงสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดสั่งเนื้อเพิ่มเติมได้ตลอด แตกต่างจากหลาย ๆ ที่ที่ต้องกินเป็นไม้ ๆ และใน 1 ไม้ก็อาจจะมีหลายชิ้น แต่ของเราที่นี่คือสามารถทานได้อย่างละชิ้น ทำให้อิ่มช้าลงและได้ความหลากหลายมากขึ้นครับ ลูกค้าสามารถเลือกทานได้ว่าชอบอะไรแล้วก็จะได้กินอะไรมากขึ้น

เมนูที่ขายดีก็จะเป็นเมนูถุงทอง ฟองเต้าหู้ม้วนทอดกรอบ แล้วก็มี ไส้เป็ด ครับที่ลูกค้าจะได้กินแบบบุฟเฟ่ต์ โดยก่อนทที่จะเปิดร้านเราก็พยายามไปลิสต์มาครับว่าเมนูไหนที่มันตอบโจทย์และลูกค้าชอบ หรือเมนูบางอย่างอาจจะดูเหมือนไม่อร่อยแต่เวลามาทานกับหมาล่า ทานกับน้ำซุปแล้วมันกลับอร่อยขึ้นมา อย่างเช่น ปาท่องโก๋ ครับ

หลังจากเปิดร้าน มีอะไรที่เหมือนหรือไม่เหมือนจากที่คิดไว้ไหม?

ก่อนเปิดร้านก็มีภาพในหัวว่าก็คงมีลูกค้าประมาณนึง แต่ไม่คิดว่าคิวจะยาวขนาดนี้ เพราะปกติร้านเราจะรับได้ประมาณ 60 ที่นั่ง แต่วันที่คิวยาวที่สุดคือยาวกว่า 300 คิวครับ ก็คือร้านอาจจะเล็กไปนิดนึง และตอนนี้เรามีพนักงาน 50 กว่าคนครับ ก็ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากว่าเราอยากให้การบริการเพียงพอกับจำนวนลูกค้า เพราะช่วงแรกเราไม่รู้ว่าลูกค้าจะมาเยอะหรือน้อยช่วงไหน ก็ต้องเตรียมพนักงานให้เพียงพอกับลูกค้า และอีกเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดไว้ก็คือ เรื่องของวิธีการที่จะทำให้วัตถุดิบมีความสดใหม่ตลอดเวลา อันนี้เป็นจุดสำคัญเลยครับเพราะว่าถ้าเกิดมันมีอะไรที่เน่าเสียคือไม่ได้เลย

FoodStory POS ลื้อดูร้อน Mobile Order สแกนสั่งอาหารผ่าน QR CODE

ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ FoodStory เราก็ไปศึกษาและทดสอบมาหลายระบบมาก โดยเรามีโจทย์เรื่องของการสั่งอาหาร ซึ่งเราก็มองว่า FoodStory ตอบโจทย์มากที่สุด เนื่องจากว่าสามารถสั่งอาหารที่ไหนก็ได้ผ่าน Mobile Order เวลารับคิวเข้ามาลูกค้าก็สามารถสั่งอาหารได้เลย ซึ่งคิดว่าระบบของ FoodStory น่าจะดีกว่าระบบอื่นเพราะที่เราใช้มาก็ไม่มีปัญหา ถือว่าค่อนข้างดีเลยครับ ประทับใจครับ เพราะอย่างบางระบบจะต้องบังคับให้สแกนคิวอาร์โค้ดที่โต๊ะเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีความผิดพลาดได้ แต่ถ้าเป็น Mobile Order ของ FoodStory ลูกค้าก็จะสามารถสั่งที่ไหนก็ได้ สามารถย้ายโต๊ะได้ด้วย อันนี้คือข้อดีที่แตกต่างกับเจ้าอื่นครับ

FoodStory POS ลื้อดูร้อน

ทำไมถึงเลือกใช้ระบบ FoodStory POS ?

ต้องบอกว่าตอนแรกช่วง 1 เดือนแรกของร้าน เราก็ยังไม่ได้ใช้ระบบอะไรที่เข้ามาช่วยรับออเดอร์อะไรได้ครับ แต่ตอนหลังในเรามองว่าการทำอย่างนั้นมันมันจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการสั่งอาหารและการจัดการคิวอาหาร เราก็เลยเริ่มเอาระบบมาใช้มากขึ้น ทำให้ลดขั้นตอนในการทำงานด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดว่าใช้ระบบการสั่งแบบเดิม พนักงานก็ต้องมารับออเดอร์จากลูกค้า แล้วพอได้ออเดอร์เสร็จปุ๊บก็ต้องไปที่ครัว แล้วถ้าเกิดว่าลูกค้าจดเองเป็นกระดาษ ในครัวก็จะไม่รู้ว่าออเดอร์อันไหนจะก่อน อันไหนจะออกหลัง แต่พอมีระบบ FooddStory POS หลังจากที่พนักงานนำลูกค้ามาส่งที่โต๊ะ ลูกค้าก็สามารถสแกนสั่งอาหารได้เลย ออเดอร์มันก็จะรันตามระบบ มันก็ลดขั้นตอนได้เยอะนะครับ ทำให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้นด้วย

รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ ก็ค่อนข้างน่าประทับใจครับ เช่น การที่เราสามารถกำหนดได้ว่าคอร์สไหนสามารถสั่งอะไรได้บ้างตามแต่ละแพ็คเกจ ซึ่งอันนี้ตอบโจทย์มากสำหรับธุรกิจบุฟเฟ่ต์ และฟีเจอร์ในการกำหนดเวลาทานอาหาร เพราะแต่ก่อนต้องบอกว่าเรานับเวลาทานของลูกค้าด้วยระบบจดมือเอา คือจดเวลาที่ลูกค้ามาทาน แล้วพอเวลาลูกค้าใกล้หมด ก็ให้พนักงานเดินไปบอก ก็จะค่อนข้างยุ่งยากมาก แต่ว่าพอได้ใช้ FoodStoruy POS ปุ๊บ มันก็จะสามารถดูผังโต๊ะได้ว่าตรงไหนใกล้หมดเวลาแล้ว ตรงไหนว่างอยู่ ต้องบอกว่าแค่ใช้ระบบนี้ระบบเดียวก็คุ้มแล้วรับ รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปใช้ระบบเดิมเลย

FoodStory POS ลื้อดูร้อน

ส่วนตัวมองว่าการลงทุน FoodStory คือคุ้มมากครับ ราคาไม่แพงเลยถ้าเทียบกับยอดขายที่ได้ ลดความยุ่งยากในการทำงานของพนักงาน รวมถึงลดจำนวนพนักงานที่ต้องมารับออเดอร์ด้วยครับ เพราะการทำธุรกิจร้านอาหารเรื่อง Operation เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าระบบอย่างอื่นดีหมด การตลาดดี แต่ลูกค้ามาแล้วเราไม่สามารถตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้ ลูกค้าก็จะมาแค่ครั้งเดียว แต่การทำให้ธุรกิจร้านอาหารอยู่ได้เราต้องมี return consumer ที่กลับมาใช้บริการอีก ซึ่งก็ต้องทำให้ลูกค้าประทับใจทั้งในเรื่องของความหลากหลายของอาหาร รสชาติ รวมถึงราคาที่ตอบโจทย์ แล้วก็จับต้องได้ ดังนั้นระบบที่ดีก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกสบายและกลับมาใช้บริการซ้ำในที่สุด

พิกัดร้าน ลื้อดูร้อน
Facebook: ลื้อดูร้อน บุฟเฟ่ต์หม่าล่าสายพาน
Google Map: https://goo.gl/maps/2Zp9DLYLMcaqLoQXA
LINE Official Account: lin.ee/a1hbGLx


FoodStory POS

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่เลย!

โทร: 065-513-7744 กด 1