ฮาวทู! ลดต้นทุน หมดปัญหาจดออเดอร์ผิด แค่มี Mobile Order สั่งอาหารผ่าน QR Code

ระบบสั่งอาหาร

ฮาวทู! ลดปัญหาการจดออเดอร์ผิดพลาด และช่วยลดการจ้างพนักงานลงได้ ด้วย ระบบสั่งอาหาร ‘Mobile Order’

ประเด็นยอดฮิตที่ Foodstory ได้รับบ่อยไม่แพ้คำถามอื่นก็คงหนีไม่พ้น ‘จะจ้างพนักงานเท่าไหร่ดี’ เพราะถ้าน้อยไปก็บริการให้ลูกค้าได้ไม่ดีพอ กลัวเกิดปัญหาดราม่าตามมา แต่ถ้าเยอะไปก็ต้องเพิ่มต้นทุนอีกหลายเท่าตัว กลัวจะไม่ไหวนี่สิ บทความนี้เลยขอพามาไขคำตอบเกี่ยวกับการจ้างพนักงานว่า ควรใช้งบเท่าไหร่ จ้างกี่คนดี พร้อม HOW TO !!!! ช่วยลดปัญหาการรับออเดอร์ผิด และลดแรงงานในการรับออเดอร์ แต่ยังคงรักษาความประทับใจของลูกค้าอยู่ ด้วย ระบบสั่งอาหาร ‘Mobile Order’

ร้านอาหารควรมีพนักงานกี่คน

ด้วยความที่ร้านอาหารแต่ละร้านมีขนาดไม่เท่ากัน ทำเลต่างกัน และรองรับลูกค้าได้ไม่เท่ากัน เลยมีปัญหาว่า ไม่รู้ควรจ้างพนักงานให้บริการภายในร้านอาหารกี่คนดี Foodstory ขอแนะนำให้ประเมินจากขนาดของหน้าร้านที่ต้องรองรับลูกค้าดูง่ายๆ ว่า หน้าร้านมีกี่โต๊ะ ปกติแล้วถ้าเป็นร้านอาหารจะจ้างพนักงานในส่วนของการเสิร์ฟ และรับออเดอร์ประมาณ 1 คน ต่อการรับลูกค้า 4 – 6 โต๊ะ เพราะต้องให้บริการทุกขั้นตอนตั้งแต่รับลูกค้าพามานั่งที่โต๊ะ รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และอื่นๆ นอกนั้นก็ตามความเหมาะสม เช่น พนักงานในจุดชำระเงิน 1 คน และประจำห้องครัวประมาณ 2 คน เป็นต้น ปัจจุบันเลยมีทางเลือกอื่นเพิ่มขึ้นมามากกว่าการต้องจ้างพนักงานจนแบกต้นทุนหนัก ด้วยการใช้ ระบบสั่งอาหาร Mobile Order แทน

การจ้างพนักงาน ภายในร้านไม่ควรใช้ต้นทุนเกินเท่าไหร่

บางทีขนาดพื้นที่รองรับกับพนักงานเยอะก็จริง แต่แน่นอนว่า ยิ่งต้องจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น ร้านอาหารก็ยิ่งต้องแบกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยเลยอาจคำนวณจากการใช้ต้นทุนแทนก็ได้ว่า ในส่วนของการจ้างพนักงานภายในร้านไม่ควรใช้ต้นทุนเกินเท่าไหร่ โดยคำนวณได้จาก รายได้ผลประกอบการทั้งหมดภายในร้านสาขานั้นมาหารายจ่ายในส่วนของต้นทุนแรงงานทั้งหมดไม่ควรเกิน 15% กรณีเป็นร้านรูปแบบ Self Service และไม่เกิน 20% กรณีเป็นร้านแบบ Full Service ( ถ้าเป็นร้านใหม่หรือพึ่งขยายสาขา ก็จะไม่แนะนำให้คำนวณตามนี้ เพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการคิดคำนวณต้นทุน )

How to ! ลดปัญหาการรับออเดอร์ผิด และ ช่วยลดแรงงาน ด้วย ‘Mobile Order’ จาก FoodStory POS

หากปัจจุบันคุณกำลังรู้สึกว่า แบกค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจ้างพนักงานมากเกินไปหรือต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง Foodstory มีฮาวทูลดช่วยค่าจ้างพนักงาน ด้วย ระบบสั่งอาหาร ‘Mobile Order’ มาฝากกัน

ระบบสั่งอาหาร

1 ) คัดพนักงานให้เหลือเฉพาะในส่วนจำเป็น

หลังจากคำนวณจำนวนพนักงานตามขนาด และรายได้ของร้านอาหารแล้ว ก่อนอื่น ขอแนะนำให้คัดพนักงานเหลือเฉพาะในส่วนจำเป็น หากส่วนไหนมีมากกว่าที่ต้องการ ก็อาจปรับลดลงให้เหลือจำนวนในระดับที่เหมาะสมกับความจำเป็นในการทำงาน เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเฉพาะในส่วนของพนักงานรับออเดอร์

ระบบสั่งอาหาร

2 ) ให้ระบบสั่งอาหาร Mobile Order จาก FoodStory POS ช่วยคุณสิ !

ด้วยความที่การจะควบคุมจำนวนพนักงาน ให้ยังคงจัดการภายในร้านได้มีประสิทธิภาพตามเดิมค่อนข้างยาก เว้นแต่จะจัดการลดค่าใช้จ่ายจากการปรับจำนวนพนักงานรับออเดอร์ แล้ววางระบบสั่งอาหาร Mobile Order ที่เชื่อมกับ FoodStory POS แทน ระบบนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเดินไปนั่งที่โต๊ะได้ด้วยตัวเอง และให้พนักงานนำ QR Code ไปให้ลูกค้าที่โต๊ะ และลูกค้าสามารถสแกนเพื่อดูเมนู สั่งอาหาร ได้ด้วยตัวเอง Mobile Order ระบบสแกนสั่งอาหารจาก FoodStory เป็นทั้งตัวช่วยและทำแทนพนักงานรับออเดอร์ได้ สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจ้างพนักงาน ได้เยอะเลยทีเดียว

ระบบสั่งอาหาร

3 ) ใช้งาน ระบบสั่งอาหาร Mobile Order ระบบสแกนสั่งอาหาร ในสถานการณ์จริง

Mobile Order หรือ ระบบสแกนสั่งอาหาร คือ ฟีเจอร์ที่ให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟนของตัวเอง ด้วยการปริ้น QR Code ประจำโต๊ะให้ลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรสามารถแสกนแล้วเชื่อมต่อระบบสั่งเมนูอาหารได้ทันที นอกจากนี้ยังดูเมนูอาหาร เรียกพนักงาน หรือเช็คบิลเองได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรือสั่งซื้ออุปกรณ์มาวางทุกโต๊ะให้เปลืองงบ เพราะเครื่องมือสื่อกลางที่ใช้ก็เป็นของโทรศัพท์ลูกค้าที่พกมาด้วยนั่นเอง แถมลูกค้ายังสามารถแชร์ QR Code ให้เพื่อน เผื่อเพื่อนที่กำลังเดินมาที่ร้าน ได้ดูเมนูและสั่งได้ด้วยตัวเองได้อีกด้วย

4 ) นำข้อมูลที่เชื่อมโยงระหว่าง FoodStory POS มาวิเคราะห์ต่อเพื่อทำการตลาดได้

หลังจากปิดจบในแต่ละออเดอร์แล้ว พนักงานไม่ต้องเสียเวลา มานั่งเก็บข้อมูลยอดจำหน่ายแต่ละเมนู โดยเฉพาะ Foodstory POS ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบทั้งระบบ POS และระบบ CRM เก็บครบทุกรายละเอียด ช่วยลดความผิดพลาดของพนักงาน ในการจดออเดอร์ผิด และลดแรงงานพนักงานที่ต้องคอยเดินทุกครั้งเวลาลูกค้าเรียก รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาคุณภาพการทำงานของภายในร้าน และวางแผนกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อมูลจริงที่มีความน่าเชื่อถือสูง

5 ) เพิ่มระบบ Mobile Staff ตัวช่วยทำงานของพนักงานรับออเดอร์

นอกจากระบบ Mobile Order แล้ว หากต้องการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าบางท่านที่ไม่สะดวกสั่งออเดอร์ด้วยตัวเอง ร้านอาหารสามารถเพิ่มระบบ Mobile Staff เพื่อรองรับการรับออเดอร์ผ่านพนักงานได้ดังเดิม ซึ่งระบบนี้ก็เป็นตัวช่วยทำงานของพนักงานรับออเดอร์ให้ทำงานได้รวดเร็ว ประหยัดต้นทุนและจำนวนคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่แพ้ระบบ Mobile Order เลย 

นอกจากนี้ Mobile Staff ยังเชื่อมต่อการทำงานไปยังระบบ FoodStory POS ได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกสบายแก่ทางร้านอาหารให้สามารถเก็บข้อมูลรายรับรายและพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า เพื่อนำไปใช้วางแผนการตลาดได้อย่างเหมาะสมกันแบบเรียลไทม์ หมดปัญหาจดพลาด จดไม่ครบ ลดภาระการทำงานหลายขั้นตอนไปได้เลย สำหรับท่านใดที่สนใจ ‘ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS’ จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ พร้อมวางระบบ  Mobile Staff สามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ …

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: 

https://link.foodstory.co/APR-Content08

โทร: 065-513-7744 กด 1

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

รู้ยัง? FoodStory POS ทำได้มากกว่าแค่คิดเงิน เพราะมี ระบบ CRM ในตัวด้วย!

ระบบ สมาชิก crm

รู้ยัง? ระบบ FoodStory POS ทำได้มากกว่าแค่การคิดเงิน
เพราะมีระบบสมาชิก CRM ในตัวด้วย!

หนึ่งในปัญหาของผู้ประกอบการร้านอาหารคือ อยากติดตั้งระบบให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่แวะเข้ามาอุดหนุนบริการร้านอาหารได้ประทับใจมากที่สุด โดยเฉพาะระบบ POS และระบบสมาชิก CRM แต่จะลงทุนทั้งทีก็มีแต่ต้องลงระบบแยกกัน ไม่ใช่แค่ทำงานวุ่นวายและเปลืองค่าใช้จ่าย แต่ยังอาจเสี่ยงเกิดปัญหาข้อมูลผิดพลาดและเพิ่มระยะเวลาการทำงานให้ล่าช้าไปอีก ระบบ Foodstory POS เลยพัฒนาระบบนี้มาให้ครบทุกฟังก์ชัน เหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

ระบบ สมาชิก crm

ความแตกต่างระหว่างระบบ POS และระบบสมาชิก CRM

ปกติแล้วระบบ POS คือระบบที่ทำงานเกี่ยวกับระบบการจัดการร้านอาหาร ตั้งแต่การตั้งค่าเมนู การรับออเดอร์ การคิดเงิน การคำนวณและบันทึกรายรับรายจ่าย ตรวจเช็คสต๊อกในคลัง รวมถึงการดูรายงานยอดขาย หากจะสังเกตตามร้านอาหารหรือร้านค้าทั่วไปจะเห็นระบบเหล่านี้ได้ในบริเวณจุดชำระเงิน โดยติดตั้งกับเครื่องมืออิเล็กทรอกนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เป็นต้น แต่ระบบPOS จะแตกต่างจากระบบสมาชิก CRM ตรงที่

1) ระบบสมาชิก CRM หรือระบบการบริหารความสัมพันธ์กันลูกค้าสามารถเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า รวมถึงสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินและเวลา

2) เพิ่มยอดขายต่อบิลได้มากกว่าระบบ POS เพราะข้อมูลที่นำเข้าฐานระบบสมาชิก CRM เป็นข้อมูลที่ทำให้รู้ใจลูกค้าเสมือนกับเป็นเพื่อนสนิทที่สื่อสารกันอย่างเข้าใจตลอดเวลา

3) มี Analytic Report ช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขาย จัดการแบ่งกลุ่มสร้างโปรโมชั่นเฉพาะ และสื่อสารไปยังลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ

4) มีการดูรายงานยอดขายของแต่ละบุคลล ว่าสินค้าไหนขายดีกับลูกค้าคนไหน เพื่อนำไปวิเคราะห์และทำโปรโมชั่นรายบุคคลได้อีกด้วย

ระบบ สมาชิก crm

รู้ยัง? ระบบ FoodStory POS มีระบบสมาชิก CRM ในตัว

ด้วยความที่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาร้านอาหารส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบ POS อย่างแพร่หลาย เพราะช่วยให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วทันใจและคำนวณค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำมากกว่ามานั่งกดเครื่องคิดเลขไล่เรียงบิลแต่ละเมนู น่าเสียดายที่ระบบ POS ส่วนใหญ่ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบสมาชิก CRM เลยให้บริการลูกค้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 

Foodstory ที่รู้ใจร้านอาหารทุกรูปแบบเลยทำระบบมาให้มากกว่า POS ทั่วไปด้วยการเชื่อมต่อกับระบบสมาชิก CRM ในตัว เพื่อให้รู้จักลูกค้ามากกว่าแค่ชื่อ เบอร์โทร หรืออีเมล แต่คือเข้าใจพฤติกรรมรายบุคคล ชอบนั่งร้าน? ชอบสั่งทานที่บ้าน? ชอบสั่งอะไร? สร้างความประทับใจให้กลับมาใช้บริการ เพิ่มยอดขายและยกระดับกลยุทธ์ให้ร้านอาหารของคุณเหนือกว่าร้านคู่แข่ง จัดแบ่งกลุ่มลูกค้าและสร้างโปรโมชั่นเฉพาะให้สื่อสารได้ตรงใจอย่างแม่นยำ แถมการันตี! ใช้ง่าย เข้าใจง่าย มือใหม่ก็ใช้ประโยชน์ได้สบาย

ระบบ สมาชิก crm

6 ฟังก์ชันสุดเจ๋ง กับ ระบบสมาชิก FoodStory CRM ที่มีใน Foodstory POS

สำหรับใครที่นึกไม่ออกว่า ระบบ POS ธรรมดา กับ POS ที่มีระบบสมาชิก CRM ในตัวจะต่างกันยังไง เลยขอหยิบ 6 ตัวอย่างฟังก์ชันสุดเจ๋ง กับ ระบบสมาชิก CRM  ใน Foodstory POS มาให้เห็นภาพง่ายขึ้นกัน

1) ลูกค้าสามารถแลกแต้ม หรือสะสมคะแนนง่ายๆ เพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์

เปลี่ยนจากการต้องพกบัตรเก็บสะสมแต้มแบบปั๊มบนกระดาษหรือบัตรสมาชิกคล้ายบัตรเครดิตไปได้เลย เพราะสังคมไร้เงินสดเป็นสังคมที่ทำให้คนไทยไม่ชอบพกบัตรให้วุ่นวาย แต่ระบบสมาชิก CRM ใน Foodstory POS จะช่วยตอบโจทย์ให้ลูกค้าและร้านค้าสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยการรองรับการแลกแต้มหรือสะสมคะแนนง่ายๆ เพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น

2) ลูกค้าสามารถ Redeem ได้ง่ายเพียงแจ้งโค้ด

ไม่ต้องแจกคูปองในการแลกส่วนลดหรือรับของรางวัล สำหรับระบบสมาชิก CRM เพียงแค่แจ้งโค้ดก็สามารถ Redeem รางวัลหรือส่วนลดได้ง่ายๆ และทางร้านก็ไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์คูปองแบบกระดาษแต่อย่างใด

3) ระบบเก็บข้อมูลไว้อย่างปลอดภัย

แม้ระบบสมาชิก CRM ใน POS จะถูกติดตั้งอยู่บนเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือข้อมูลรั่วไหลให้ร้านค้าของคุณเสื่อมเสียหรือลูกค้าของคุณต้องเสียหาย เพราะ Foodstory การันตีเรื่องความปลอดภัย มั่นใจได้ 100%

4) สามารถปรับแต่ง โปรโมชั่น หรือข้อมูลลูกค้าได้

Foodstory POS มี Analytic Report ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกปรับกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มยอดขาย จัดการแบ่งกลุ่มสร้างโปรโมชั่นเฉพาะ และสื่อสารไปยังลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องกังวลว่า จะไปสร้างความรำคาญหรือรบกวนลูกค้าจากการสื่อสารการตลาดแต่อย่างใด

5) ระบบสมาชิก FoodStory CRM สามารถวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อสร้างโปรโมชั่นให้ลูกค้ารายบุคคลได้

จากระบบ POS ที่ทำได้เพียงรู้ข้อมูลพฤติกรรมบริโภคแบบโดยรวมไม่สามารถวิเคราะห์ละเอียดแบบรายบุคคลได้ ทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบมากขึ้น สู่ระบบสมาชิก CRM ของ FoodStory CRM มีการพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเสริมการทำ Big Data สามารถวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อสร้างโปรโมชั่นให้ลูกค้ารายบุคคลได้

6) รองรับการตลาดที่มากกว่า

ลบภาพระบบสมาชิก CRM แบบเดิมๆ ที่เคยทำการตลาดได้แบบจำกัด เพราะ Foodstory POS ที่มีระบบสมาชิก CRM สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ทุกสาขา ใช้ประโยชน์เสริมการขายได้อย่างอิสระ เช่น ใช้ส่วนลดหรือแลกแต้มแบบข้ามสาขา, รองรับการตลาดออนไลน์ผ่าน Line OA เป็นต้น

ปิดครบจบทุกปัญหากับระบบสมาชิก CRM บน Foodtory POS ที่ให้มากกว่าการคำนวณค่าใช้จ่ายรวดเร็วแบบ POS แต่ยังเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าราวกับเข้าไปนั่งอ่านในใจลูกค้า เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้หลายเท่าตัว จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ สนใจสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ …

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรีที่นี่

โทร: 065-513-7744 กด 1

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

ไขคำตอบ! 5 เหตุผลที่ร้านอาหารควรมี CRM ระบบสมาชิกร้านอาหาร

ระบบสมาชิกร้านอาหาร

ไขคำตอบ! 5 เหตุผลที่ร้านอาหารควรมี CRM
ระบบสมาชิกร้านอาหาร

เคยสงสัยไหม? เมื่อเราแวะเข้าไปใช้บริการร้านดังในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ (ไม่ว่าจะร้านอาหารอะไรก็ตาม) หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยสาขาประจำก็ยังมีระบบสมาชิก แล้วร้านอาหารทั่วไปล่ะ จำเป็นต้องมี ระบบสมาชิกร้านอาหาร หรือ CRM ไหม มาร่วมไขคำตอบไปพร้อมกับ FoodStory ได้ในบทความนี้

ระบบสมาชิก สะสมแต้มร้านอาหาร

ปัญหาดั้งเดิมของร้านอาหารที่ 'ไม่มี' ระบบสมาชิกร้านอาหาร CRM

ร้านอาหารที่เปิดหน้าร้านให้ขาจรแวะเข้าร้านอาจมองภาพ CRM ไม่ออกว่าจำเป็นอย่างไร แต่รู้หรือไม่สมัยก่อนร้านอาหารก็มีการทำระบบสมาชิกแบบที่หลายคนไม่รู้ตัว เพียงแค่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นรูปแบบการจดจำด้วยความทรงจำของตัวเอง ไม่เชื่อลองนึกถึงร้านอาหารร้านโปรดแถวย่านที่ตัวเองพัก พร้อมประโยคที่คุณป้าร้านข้าวสนทนากับคุณบ่อยๆ “วันนี้กินอะไรดีลูก” “แบบเดิมใช่ไหม” ไม่ต้องกรอกข้อมูล แต่มีการจดจำสมาชิกเจ้าประจำของร้านค้าไปในตัว แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยก็คือ

1) คาดหวังกับลูกค้าเจ้าประจำมากเกินไป แม้ร้านของคุณจะเป็นร้านอาหารตามสั่งอร่อยไม่ซ้ำมีนับร้อยเมนูก็ต้องมีวันที่ลูกค้าอยากลองร้านใหม่บ้าง เสี่ยงต่อความสม่ำเสมอในการหารายได้

2) ไม่มีข้อมูลลูกค้าที่เคยแวะมาลอง แต่ไม่ใช่ลูกค้าประจำ ยากต่อการวางแผนกระตุ้นยอดขาย สำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าไม่ประจำ

3) ขาดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแผนการสื่อสารอย่างมีคุณภาพไปถึงลูกค้า เพื่อเสริมสร้าง Loyalty กับร้านอาหารของคุณ

5 เหตุผลทื่ทุกร้านอาหารควรมีระบบสมาชิก CRM

ถึงแม้ว่า ระบบสมาชิก CRM จะดูยุ่งยากขึ้นเล็กน้อยในสายตาของพนักงานและลูกค้าขาจรที่นิยมแวะร้านใหม่เข้าร้านแล้วสั่งจ่ายตังค์แล้วเดินออกก็ตาม แต่ระบบ CRM มีความจำเป็นที่มากกว่าจนมองข้ามเรื่องเสียเวลาเพียง 1 นาทีในการกรอกข้อมูลลูกค้าเข้าระบบสมาชิกไปได้เลย

ระบบ CRM สมาชิกสะสมแต้มร้านอาหาร

1) กระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น

การทำระบบสมาชิก CRM สามารถเพิ่มการใช้จ่ายของลูกค้า และเสริมการรักษา Loyalty ของลูกค้าอย่างน้อย 5% รวมถึงมีแนวโน้มกระตุ้นยอดขายจากทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ได้มากขึ้น จากการใช้ข้อมูลในฐานระบบสมาชิก CRM ร่วมกับการทำกิจกรรมเสริมการขาย เช่น ของฟรีหรือบัตรของขวัญหลังจากที่ลูกค้าทำการซื้อตามจำนวนที่กำหนดไว้ หรือให้สิทธิพิเศษในช่วงวันพิเศษของลูกค้าให้พวกเขารู้สึกว่า การเก็บข้อมูลของคุณทำ เพราะประโยชน์ของพวกเขา เป็นต้น

2) ระบบสมาชิก CRM ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนแบบอื่น

ขณะที่การลงทุน เพื่อกระตุ้นยอดขายแผนอื่นกลับต้องใช้ทุนหรือแรงคนสูงกลับได้ผลตอบแทนไม่มาก แต่ระบบสมาชิก CRM สามารถใช้งบประมาณต่ำกว่า แต่ได้รับผลตอบแทนและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในระบบไปต่อยอดได้มากกว่า รวมถึงมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะใช้งานระบบเหล่านี้มากกว่าแผนการตลาดรูปแบบอื่น ยินดีในการรับข้อมูลข่าวสารจากทางแบรนด์หรือร้านอาหารมากขึ้นด้วย

ระบบสมาชิกร้านอาหาร

3) เข้าถึงข้อมูลสำคัญของลูกค้าด้วยความยินดี

อย่ามองว่า สิ่งที่มีค่าจากลูกค้ามีแค่เม็ดเงินที่ได้จากยอดขาย แต่เป็นความเชื่อใจและยินยอมให้ข้อมูลสำคัญ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะต่อยอดในการสร้างความภักดีแก่ธุรกิจของคุณได้ในระยะยาว หากย้อนกลับไปในอดีตร้านค้าต่างๆ ต้องใช้การคาเดาเยอะมาก เพื่อให้รู้ใจลูกค้า เช่น การวิเคราะห์ใบเสร็จรับเงิน และการพูดคุยกับแขก เป็นต้น แต่ก็ยังไม่ดีเท่ากับการเก็บข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าอย่างในปัจจุบันที่รวบรวมมากกว่ารายชื่อลูกค้า หรือรายรับรายจ่าย โดยระบบ CRM สามารถนำเอาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อหาสิ่งที่พวกเขาสนใจและมีแนวโน้มจะกระตุ้นยอดขายได้แบบรายบุคคล โดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกยัดเยียดแม้แต่น้อย

ระบบ CRM สมาชิกสะสมแต้มร้านอาหาร

4) จัดกลุ่มลูกค้าได้เป็นระเบียบและเลือกแผนที่ดีที่สุดให้เหมาะกับพวกเขาได้

การรองรับลูกค้าทุกกลุ่มมีความสำคัญเสมอ แต่คุณและร้านของคุณควรรู้ว่า ลูกค้าท่านไหนอยู่ในกลุ่มลูกค้าขาจร ลูกค้าเจ้าประจำ หรือลูกค้าระดับสูง เพื่อพิจารณาออกแบบการใช้แคมเปญการตลาดให้เหมาะสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ หรือตรวจสอบจนคุณสามารถมั่นใจได้ว่าการบริการลูกค้านั้นยอดเยี่ยมเมื่อลูกค้าเหล่านี้แวะเข้ามาอุดหนุนทานอาหารภายในร้านของคุณ เพราะงั้นระบบสมาชิก CRM ที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ก่อนจัดกลุ่มและเลือกแผนการตลาดรายบุคคลเลยเป็นสิ่งจำเป็นมาก

ระบบ CRM สมาชิกสะสมแต้มร้านอาหาร

5) สื่อสารได้โดยตรงอย่างมั่นใจ

เชื่อเลยว่า การสื่อสารระหว่างร้านอาหารกับลูกค้า แม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็สร้างความลำบากใจให้ฝั่งทางร้านอาหารไม่น้อย เพราะบ่อยครั้งที่การสื่อสาร เพื่อการตลาดของแบรนด์สร้างความรำคาญหรือไปรบกวนลูกค้า โดยไม่ได้เจตนา แต่ข้อมูลจากระบบสมาชิก CRM นี่ล่ะที่จะช่วยให้คุณรู้ว่า การสื่อสารแบบไหนหรือแผนการตลาดแบบใดที่ลูกค้าถูกใจและมีแนวโน้มจะตอบรับแผนการตลาดเหล่านั้นมากที่สุด โดยไม่ทำให้พวกเขาต้องรู้สึกเหมือนถูกรบกวนเลย แถมประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดหรือการสื่อสารที่สิ้นเปลืองด้วย

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่สามารถเพิ่มยอดขายและกำไรได้ในระยะยาว พร้อมเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้มาเป็นลูกค้าประจำและเพิ่ม Loyalty ให้ลูกค้าประจำรักร้านอาหารของคุณแบบถาวร ขอแนะนำ ‘ตัวช่วยระบบจัดการสมาชิก CRM ที่รู้ใจร้านอาหารภายใต้ FoodStory POS’ ซึ่งเป็นตัวช่วยที่สามารถจัดการสมาชิกได้ง่ายมาก เพราะระบบ FoodStory CRM เชื่อมต่อเข้ากับ FoodStory POS โดยตรง จึงทำให้ข้อมูลของลูกค้าทุกคนถูกจัดเก็บเป็นอย่างดี และง่ายต่อการดูรายงานและประเมิณโปรโมชั่น จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์

ที่สำคัญ ระบบ FoodStory CRM ใช้งานง่ายมากๆ ไม่ทำให้ลูกค้าต้องรู้สึกถึงความยุ่งยากแน่นอน เพราะในขั้นแรกของการสมัครสมาชิก พนักงานที่ร้านสามารถมอบ QR Code ให้ลูกค้าสมัครได้ ผ่านการพูดคุยหรือเชื้อเชิญให้สมัคร หรือในอีกกรณี QR Code ก็สามารถใส่ไว้ในท้ายใบเสร็จ และปรับแต่งใบเสร็จ เพื่อให้ลูกค้ารู้ถึงข้อดีของการเป็นสมาชิกได้อีกด้วย ที่มากไปกว่านั้น ขั้นตอนการสมัครก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ลูกค้า Scan QR Code ก็สามารถสมัครได้เลย และยังสามารถเลือกได้อีกด้วย ว่าจะสมัครแบบใช้เบอร์โทร หรือจะเชื่อมต่อการสมัครผ่าน Line ส่วนตัวก็ยังได้ และอีกหนึ่งข้อดี คือถ้าลูกค้าสมัครผ่าน Line จะสามารถรับโปรโมชั่น หรือข่าวสารที่ทางร้านอาหารอยากจะส่งต่อไปถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย (แต่ในส่วนของฟีเจอร์นี้ ทางFoodStory จะมาอธิบายแบบละเอียดในบทความถัดไป รอติดตามชมกันได้เลย)

เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ สนใจสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ …

FoodStory ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน
ทดลองใช้ระบบฟรี:  คลิก

โทร: 065-513-7744 กด 1
LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

5 เคล็ดลับจัดการ แฟรนไชส์ร้านอาหาร หลายสาขาแบบชิลๆ!

แฟรนไชส์อาหาร บริหารร้านแฟรนไชส์ ระบบ POS

บริหาร แฟรนไชส์ร้านอาหาร
แบบมือโปร ด้วย 5 เคล็ดลับนี้!

สงสัยไหมว่า ทำไมผู้บริหารขั้นเทพสามารถรับมือดูแลร้านหลายร้อยสาขา หรือหลายธุรกิจต่างอุตสาหกรรมกันได้แบบชิล ๆ แต่มือใหม่แบบพวกเราแค่ดูแลร้านอาหารเพียงร้านเดียวก็แทบจะกระอักเลือด ความจริงแล้วเบื้องหลังมีเพียงทริคเล็กน้อย ที่หากใครได้รู้ก็สามารถทำตาม และบริหารจัดการ แฟรนไชส์ร้านอาหาร หลายสาขาได้ง่าย ๆ บอกเลย ใครที่กำลังจะเปิดแฟรนไชส์ หรือกำลังมองหาเคล็ดลับบริหารร้านหลายสาขาไม่ควรพลาด!

แฟรนไชส์อาหาร ระบบ POS บริหารแฟรนไชส์ร้านอาหาร

1 | เตรียมระบบให้พร้อมก่อนขยายเป็น แฟรนไชส์ร้านอาหาร

อย่ารอให้มีหลายสาขาแล้วค่อยวางระบบ เพราะปกติแค่เปิดร้านอาหารสาขาเดียวก็วุ่นแล้ว หากจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์ที่มีหลายสาขายิ่งเสี่ยงเกิดปัญหาไปกันใหญ่ FoodStory เลยขอแนะนำให้ตั้งระบบให้มีฐานข้อมูลมารวมกันและเปิดมาใช้งานได้อย่างสะดวกสบายก่อนขยายสาขา จะดีกว่าขยายสาขาแล้วค่อยวางระบบ โดยเฉพาะในเรื่องเหล่านี้

  • การวางแผนทรัพยากรองค์กร และการติดตามการทำงานของพนักงานแบบเรียลไทม์ เพราะกุญแจสำคัญของการจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์คือ พนักงานที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ภายในร้าน โดยใช้ระบบเหล่านี้เป็นเครื่องมือ
  • การวางแผนตรวจสอบการทำงานของพนักงานให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาในภายหลัง เช่น ระบบฐานข้อมูลจัดเก็บหลักฐาน และรายรับรายจ่ายครบถ้วนทุกยอด, กล้องวงจรปิดตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในร้าน, เช็ควัตถุดิบตามสูตรคำนวณจากยอดขายที่จำหน่ายได้ เป็นต้น
  • ระบบการเงินตามรูปแบบของการจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์ ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 แบบคือ เงินสดย่อย สำหรับใช้หมุนเวียนหน้าร้านประมาณ 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน และเงินกองกลางเข้าบัญชีก่อนไปบริหารจัดการอีกครั้ง
  • เครื่องมือการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ช่วยให้คุณเข้าใจ จัดการ และเชื่อมต่อกับฐานลูกค้าของคุณอย่างเป็นระบบ

2 | ควรใช้ระบบ POS เข้ามาช่วยบริหาร

ระบบที่ดีจะต้องตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบคลุมอย่าง Foodstory POS ระบบขั้นสูงเพื่อจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์ และร้านอาหารทุกรูปแบบ ด้วยฟีเจอร์ที่มีมากกว่า 500 รายการ ช่วยให้คุณจัดการบริหารร้านได้ง่ายขึ้น เช่น สร้างเมนูได้หลากหลาย และกำหนดเมนูในแต่ละแฟรนไชส์ที่แตกต่างกัน หรือเหมือนกันได้ 

  • บริหารได้หลายสาขา แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ที่ร้านก็ตาม
  • จัดการข้อมูลของแต่ละสาขาได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว
  • ควบคุมมาตรฐานทุกสาขาได้ในทีเดียว ไม่ว่าจะลด เพิ่ม ผูกสต๊อก ก็ทำได้ง่ายดาย
  • ระบบ Sale Channel ช่วยบันทึกรายงานการขายช่องทางอื่นๆเพิ่มเติมได้
  • ระบบ Inventory ที่ช่วยจัด บริหาร และตัดสต๊อกได้อย่างละเอียด และยังสามารถเปิดใบ PR PO ได้อย่างแม่นยำ
  • มีระบบโปรโมชั่น สามารถวิเคราะห์โปรโมชั่นได้อย่างแม่นยำ และส่งตรงไปยังแต่ละสาขาได้อัตโนมัติ
  • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็ม และแบบย่อได้
  • มี GP Franchise ที่สามารถกำหนด GP แต่ละสาขาได้ และสามารถออก QR Payment ให้ลูกค้าชำระเงินท้ายใบสรุปยอดได้สะดวกยิ่งขึ้น 
แฟรนไชส์อาหาร แฟรนไชส์ร้านอาหาร

3 | ปั้นร้านสาขาแรกให้ติดตลาดก่อน

ก่อนเริ่มขยายสาขานอกจากวางระบบจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์แล้ว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อลดภาระการกระตุ้นให้เกิดยอดขายทั้งสาขาหลัก และสาขาอื่นได้ในระดับพึงพอใจคือ ควรปั้นร้านแรกให้ติดตลาดจนลูกค้ารู้จักเป็นวงกว้างได้ (ไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้พักอาศัยในละแวกใกล้เคียง) จนตัวคุณและผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์สามารถมั่นใจได้ว่า จะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้า จึงค่อยขยายสาขาและทำการขายแฟรนไชส์

4 | ศึกษาทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเพิ่ม

นอกจากการวางระบบให้สอดคล้องกับการจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์หลายสาขาและปั้นร้านแรกให้เริ่มติดตลาด การวางแผนดีก่อนไปตั้งสาขาก็อาจมีชัยไปกว่าครึ่ง เช่น

  • เลือกทำเล : ช่วงแรกอาจเลือกให้ไม่ห่างไกลจากสาขาแรกที่คุณสะดวกมากนัก เพื่อให้เดินทางเข้าไปตรวจสอบหรือควบคุมได้ตามต้องการ รวมถึงควรเลือกทำเลดีที่กระตุ้นยอดขายจากกลุ่มเป้าหมายได้ในตัว 
  • คัดสรรผู้ซื้อแฟรนไชส์หรือบริหารในแต่ละสาขา : การจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์ที่ดีในระยะยาวไม่ควรเน้นขายแค่เพียงเพราะเขาอยากซื้อ แต่ต้องคัดสรรผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่มีความพร้อมและมั่นใจได้ว่าจะเติบโตไปพร้อมกับคุณได้ด้วย โดยมองแบบพาร์ทเนอร์ ไม่ใช่แค่คุณเป็นคนขายแล้วเขาเป็นคนซื้อแค่นั้นจบ เหมือนคำกล่าว ‘ก้าวด้วยกันไปได้ไกลกว่า’
  • หาตัวช่วยบริหารจัดการร้านอาหารแฟรนไชส์แต่ละสาขา : ไม่ว่าจะบุคลากร เครื่องมือเทคโนโลยี POS ขั้นสูง หรือการส่งต่อข้อมูลข่าวสารแบบรายสัปดาห์ จำเป็นต้องจัดหามาช่วยแต่ละสาขาทั้งสิ้น อย่าปล่อยทิ้งให้พวกเขาจัดการเอง 100% ด้วยความคิดที่ว่าขายแฟรนไชส์แล้วก็จบ เพราะถ้าสาขาอื่นยอดขายดีก็มีโอกาสต่อยอดขยายสาขา หรือกระตุ้นยอดขายในสาขาอื่นได้เช่นกัน
แฟรนไชส์อาหาร แฟรนไชส์ร้านอาหาร

5 | ฝึกอบรม และ วางระเบียบพนักงานให้ชัดเจน

FoodStory มักจะบอกเสมอว่า การบริหาร แฟรนไชส์ร้านอาหาร หลายสาขาสามารถลดภาระได้จาก 2 ปัจจัยคือ ระบบและพนักงาน ก่อนเริ่มต้นให้พนักงานเริ่มทำงานควรมีการฝึกอบรม ทดสอบประเมินทักษะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน และทักษะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ รวมถึงวางระเบียบการทำงานของพนักงานในองค์กรให้ชัดเจน อัตราเงินเดือนสอดคล้องกับแรงงานที่พร้อมพัฒนาฝีมือ ก็จะช่วยขับเคลื่อนร้านอาหารของคุณให้มีคุณภาพตามมาตรฐานได้ไม่ยาก และลดภาระการบริหารของคุณไปได้ไม่น้อยเลย

นอกจากนี้ อย่าลืมหมั่นตรวจสอบและพัฒนาการจัดการร้านอาหารตลอดเวลา เพราะการบริหารจัดการ แฟรนไชส์ร้านอาหาร ในก้าวแรกให้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ความต่อเนื่องของคุณ สำหรับท่านใดที่สนใจระบบที่รู้ใจร้านอาหารมากที่สุดจาก FoodStory จัดการบริหารร้านได้ง่าย ไม่ว่าคุณจะมีร้านอาหารกี่ร้าน กี่รูปแบบ หรือกี่สาขาก็ตาม ด้วย 500 ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารครบครัน มีทั้งฟีเจอร์ตั้งราคาเรียกเก็บค่า GP แต่ละสาขาได้ง่าย ๆ พร้อมรายงานยอดขายแบบละเอียดผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และติดตามการทำงานของพนักงานได้แบบเรียลไทม์ สนใจสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory หรือทดลองใช้ระบบฟรีได้ทันทีที่นี่!

FoodStory ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน
ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่
โทร: 065-513-7744 กด 1

จะดีกว่ามั้ย? ถ้าสามารถ “เปลี่ยนลูกค้าขาจร เป็นลูกค้าขาประจำ” ได้ด้วย ระบบสมาชิก CRM

ระบบสมาชิกร้านอาหาร

จะดีกว่ามั้ยถ้าสามารถ
'เปลี่ยนลูกค้าขาจร เป็นลูกค้าขาประจำ'
ได้ง่าย ๆ ด้วย ระบบสมาชิก CRM

โดยปกติหากพูดถึงคำว่า “ลูกค้า” ไม่ว่าจะธุรกิจหรือร้านค้าใด มักจะมีการจัดแบ่งประเภทของลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ลูกค้าขาประจำที่เป็นหน้าเก่ามาตลอดไม่เคยหายไปไหน กับ อีกกลุ่มที่เป็นลูกค้าขาจร มาครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีก ซึ่งหากร้านอาหารของเรามีลูกค้าขาประจำอยู่แล้วก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าสัดส่วนของร้านอาหารเรามีลูกค้าขาจรจำนวนมากกว่า แสดงให้เห็นว่า การที่จะเพิ่มยอดขายได้นั้น คงต้องหันมาโฟกัสกันแล้วว่าจะทำอย่างไรดีให้ลูกค้าที่มาครั้งเดียวหรือที่เรียกว่า ลูกค้าขาจร กลับมาอีกครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 จนในที่สุดเปลี่ยนมาเป็นขาประจำให้ได้ เพียงเท่านี้ยอดขายและกำไรก็จะเพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย โดยเจ้าของธุรกิจส่วนมากมักจะประโคมทำการตลาด ลงสื่อประชาสัมพันธ์ โฆษณาจูงใจลูกค้าใหม่เยอะมาก แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในส่วนที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านั้นเป็นเพียงระยะสั้นที่อาจจะก่อให้เกิดลูกค้าขาจรเพิ่มอีกก็เท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วการจะแก้ปัญหานี้ เราจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับการทำ ระบบสมาชิก CRM หรือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้านั่นเอง ในส่วนของรายละเอียดว่ามันคืออะไร มีวิธีอะไรบ้าง บทความนี้จะมาให้คำตอบ

ระบบสมาชิก ร้านอาหาร FoodStory CRM

ระบบ CRM คืออะไร จะเปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็นขาประจำได้อย่างไร

การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า หรือ CRM (Customer Relationship Management) เป็นวิธีการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าให้คงอยู่กับเราในระยะยาว จนเกิดเป็นความภักดีต่อแบรนด์ ทำให้ไม่เปลี่ยนใจไปใช้ใช้สินค้าหรือบริการจากธุรกิจคู่แข่งขันเรา หากเปรียบให้เข้าใจง่ายๆ คือ การที่เราดูแลลูกค้าเหมือนเป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง ที่เราจะดูแลเอาใจใส่ รู้ใจว่าชอบอะไร ส่งมอบแต่สิ่งที่ดี ให้ความช่วยเหลือ ไปจนถึงแก้ไขปัญหาให้นั่นเอง แต่การทำ ระบบสมาชิก CRM โดยไม่มีเครื่องมือเทคโนโลยีมาประกอบคงเป็นการยากลำบากมาก เนื่องจากจำเป็นจะต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะมาช่วยให้รู้จักลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเอาชนะใจกลุ่มเป้าหมายทั้งลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า รวมไปถึงการนำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนการตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า จนเกิดความพึงพอใจ ซึ่งจะนอกจากจะช่วยในการเพิ่มยอดขาย ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ระบบสมาชิกร้านอาหาร

เทคนิคดูแลรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

หัวใจสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ กับ ลูกค้าที่จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่

1.นำเสนอบริการอันน่าประทับใจ

การสร้างความประทับใจที่ดี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ครองใจลูกค้าได้อย่างดี จนอยากกลับมาซื้อซ้ำ เช่น ความรวดเร็วทันใจ โดยธุรกิจร้านอาหารเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการ ทำให้ความรวดเร็ว หรือใช้ระยะเวลาในการรอน้อยๆ ถูกจัดเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังเป็นอันดับต้นๆ นั่นเอง หากสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้ ก็ถือเป็นแต้มต่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจได้อย่างง่ายดาย

2.ให้คำมั่นสัญญาแล้วต้องทำได้จริง

การรักษาสัญญา แสดงถึงความจริงใจที่เรามีต่อลูกค้าเสมอ เพราะปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารก็มีเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เยอะแยะมากมาย แต่สิ่งที่จะทำให้เราแตกต่างและน่าจดจำมากกว่า คือ การให้คุณค่าลูกค้ามากกว่าเจ้าอื่นๆ ดังจะเห็นได้ก็หลายครั้งที่คนยอมจ่ายเงินแพงๆเพียงเพราะบริการที่ดีกว่า ใส่ใจมากกว่า ทำตาสัญญาที่ให้ไว้ได้จริง เช่น มีการชดเชยจริง เมื่อทางร้านจัดส่งอาหารให้ได้ไม่ทันตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนดเอาไว้ เป็นต้น

3.ใส่ใจมากกว่าการขาย

การรับฟังความต้องการของลูกค้า รับฟังความคิดเห็น ทั้งคำติและคำชม นอกจากจะสามารถช่วยให้นำความคิดเห็นเหล่านั้นไปปรับปรุงแก้ไข หรือพัฒนาต่อยอดให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่เรามีต่อลูกค้าว่าลูกค้ารู้สึกอย่างไร มีปัญหาต้องการให้ช่วยแก้ไขตรงไหน หากเราสามารถนำไปปรับและแก้ไขให้ได้ ก็จะทำให้ลูกค้า เกิดความประทับใจและเชื่อมั่นจนอาจนำไปสู่การเป็นลูกค้าขาประจำได้

ระบบสมาชิก ร้านอาหาร FoodStory CRM

แนะนำ FoodStory CRM ระบบจัดการสมาชิก สำหรับธุรกิจร้านอาหาร

สำหรับเจ้าของร้านอาหารหากอยากบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า สามารถเริ่มทำ CRM ด้วย FoodStory CRM ระบบจัดการสมาชิก สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกค้าใหม่มาใช้บริการ โดยจะเก็บรายละเอียดลูกค้าให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล พฤติกรรมรายบุคคล เช่น ชอบนั่งทานที่ร้านหรือชอบสั่งกลับบ้าน เมนูประเภทไหนที่ชื่นชอบ เป็นต้น เพื่อนำไปใช้วางแผนสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอีก รวมไปถึงช่วยในการเพิ่มยอดขายต่อบิล จากข้อมูลที่มี ในการแนะนำโปรโมชันที่อาจจะโดนใจ ทำให้เกิดการสั่งซ้ำ สั่งเพิ่มได้ง่ายขึ้น นอกจากกนี้ยังสามารถช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ทางการตลาด สร้างโปรโมชันที่สื่อสารตรงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ ส่งผลต่อดีต่อการเพิ่มยอดขายอีกด้วย

ซึ่ง FoodSory CRM มีฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเรียนรู้ และรู้จักลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยระบบ Membership tier 

Membership Tier คืออะไร? Membership Tier คือฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดลำดับลูกค้าของคุณได้ด้วยระดับสมาชิก อีกทั้งยังสามารถสร้างโปรโมชั่น และส่งกลับไปหาลูกค้ารายบุคคลได้อีกด้วย เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และสร้างโอกาสให้เกิดการขายได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่ม Tag ลูกค้ารายบุคคล เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ทั้งพนักงานและเจ้าของร้านเอง จะรู้ได้ตั้งแต่หน้าแรกที่เห็นชื่อสมาชิก ว่าคนคนนี้จัดอยู่ใน Tag ไหน ชอบทานอะไร ควรให้สิทธิพิเศษอะไรแก่ลูกค้าท่านนั้น จึงทำให้ พนักงานสามารถแจ้งโปรโมชั่นที่เหมาะสมแก่ลูกค้าได้ง่าย

ดังนั้นหากอยากจะทำให้ลูกค้าขาจรที่มาครั้งเดียวแล้วจากไปเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าขาประจำสนิทกันจนจำได้ เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย เอากำไรที่ยั่งยืน จะเห็นได้ว่าการทำ CRM เพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เจ้าของร้านอาหารควรศึกษาหาความรู้และนำไปปรับใช้ โดยปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ ช่วยในการทุ่นแรง อย่าง FoodStory CRM ระบบจัดการสมาชิก ก็เป็นอะไรที่สะดวกและง่ายต่อการเข้าถึงไม่ใช่น้อย

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิก

โทร: 065-513-7744 กด 1

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

เคล็ด(ไม่)ลับ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ บริหารอย่างไรให้ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่ง!

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

เคล็ด(ไม่)ลับ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์
บริหารยังไงให้ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่ง!

หนึ่งในเทรนด์ร้านอาหารมาแรงไม่แพ้คาเฟ่คงต้องยกให้ ‘ร้านบุฟเฟ่ต์’ อิ่มคุ้มอร่อยครบจ่ายจบลูกค้าฟินจุก ๆ แต่ผู้ประกอบการก็อาจจุกได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าไม่มีการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้ FoodStory POS เลยขอมาแชร์เคล็ด(ไม่)ลับ กับ การ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ บริหารอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในความคุ้ม แต่ไม่ขาดทุน แถมกำไรพุ่งได้อีก!

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

1) บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ทั้งเมนูและค่าใช้จ่ายแบบรายวัน

จุดเด่นของการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์คือ สามารถวางแผนและปรับเปลี่ยนเมนูได้แบบวันต่อวัน (กว่า 35-60% ของรายจ่ายแต่ละวันมาจากต้นทุนอาหาร) หากเมนูไหนไม่โดนใจก็เปลี่ยนได้ หรือหากเมนูไหนอยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตราคาไม่สูง ก็น่าหยิบมาวางให้ลูกค้าได้เลือกทานสลับกับเมนูอื่นได้เหมือนกัน เพราะงั้นเรื่องบริหารการตัดต้นทุนให้ทุกเมนูในแต่ละวัน รวมกันแล้วสามารถสร้างกำไรได้คงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีระบบ FoodStory POS หรือทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายเป็นประจำ ป้องกันการรั่วไหลของต้นทุน และสอดคล้องกับจำนวนลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอุดหนุน

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

2) วางมาตรการลดโอกาสสิ้นเปลือง

เมื่อลูกค้าก้าวเข้าร้านบุฟเฟ่ต์ สิ่งที่พวกเขาคิดคือ วันนี้จะเอาชนะร้านบุฟเฟ่ต์ให้ได้หลังจากไม่ได้แวะมานาน แต่บางครั้งก็วางแผนพลาดไปนิดทำให้ตักหรือสั่งอาหารมาเหลือทิ้ง หากบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ไม่ดี ขาดมาตรการจัดการลูกค้าที่สั่งอาหารแล้วเหลือทิ้งก็จะสร้างภาระให้ทางร้านมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการสิ้นเปลืองงบและอาหาร (ไม่ใช่แค่เคสเดียวแน่นอน), การกำจัดขยะเหลือทิ้ง ไปจนถึงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะงั้นเลยอาจวางมาตรการลดโอกาสเกิดการสิ้นเปลืองอาหารเหลือทิ้ง เช่น หากสั่งมาเหลือทิ้งต้องจ่ายค่าปรับ, ให้บริการแบบสั่งแล้วใส่แบบพอดีคำในแต่ละถาดประมาณ 3-5 ชิ้น เป็นต้น

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

3) ลดต้นทุน แต่ไม่ลดคุณภาพ

อย่ายึดติดกับคำว่า ลดต้นทุน จนทำให้คุณเผลอตัดคุณภาพตามไปด้วย เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่า ขาดทุน (ทั้งที่เหตุผลในการเลือกมาร้านบุฟเฟ่ต์ของลูกค้าคือ คุ้มค่า ให้เลือกหลากหลาย อยากกินต้องได้กิน!) จะสังเกตได้ว่า สมัยนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์ให้เลือกเยอะมาก หลากหลายราคาตั้งแต่ไม่ถึงร้อยไปจนถึงหลักพัน แต่ถึงบางร้านจะมีค่าบริการราคาสูงก็ยังมีคนนิยมทานกันจนแน่นร้าน เพราะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังการซื้อ ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงานที่มีกำลังซื้อนิยมทานบุฟเฟ่ต์ที่มีคุณภาพมากกว่าราคาถูกอย่างเดียว แต่คุณภาพด้อยกว่าจนรู้สึกทานแล้วไม่คุ้ม

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

4) วัตถุดิบราคาแพงให้วางด้านในหรือเติมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษ

ด้วยความที่การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์จะเป็นลักษณะการผสมผสานระหว่างของราคาแพงบ้าง ถูกบ้างสลับกันไปแล้วมาเฉลี่ยหากำไรกันอีกครั้ง ในส่วนของวัตถุดิบราคาแพงที่เอามากระตุ้นให้ลูกค้าเข้าร้านอาจวางไว้ด้านในสุดให้ลูกค้าไล่เรียงหยิบคละกันไปแทนที่จะมุ่งตรงมาหาของแพงเพียงอย่างเดียว หรือหากมีจำนวนจำกัดจริงๆ อาจเติมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษมีการเติมสต็อกลงพื้นที่ให้ตักเป็นรอบแทนการวางติดกับถาดให้เติมได้ตลอดก็จะลดต้นทุนวัตถุดิบลงได้อีกเล็กน้อย

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

5) ให้บริการน้ำเปล่าฟรีและหมั่นให้บริการเติมแก้วตลอด

สำหรับลูกค้าเวลาทานอาหารปริมาณมากจะต้องดื่มน้ำลดอาการฝืดคอ ซึ่งเป็นผลดีกับการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ เพราะระหว่างที่จิบน้ำลูกค้าจะรู้สึกอิ่มไวมากขึ้น อีกหนึ่งเคล็ด(ไม่)ลับที่ FoodStory อยากแนะนำคือ ให้บริการน้ำเปล่าฟรีแล้วหมั่นเติมน้ำลงแก้วลูกค้าตลอด ก็จะช่วยให้ลูกค้าทานในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายไม่อัดหรือแน่นจนเกินไป และค่าใช้จ่ายน้ำเปล่าสะอาดที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำภายในร้านอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนเยอะแต่อย่างใด

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ FoodStory POS

6) เก็บข้อมูลการบริโภคของลูกค้าแล้วมาปรับแผนตลอด

การบริหารบุฟเฟ่ต์อาจคาดเดาะไม่ได้ว่า แต่ละวันลูกค้าจะทานอะไร อย่างไร จำนวนเท่าไหร่บ้าง แต่การเก็บข้อมูลสมาชิก การบริโภค สต็อกวัตถุดิบภายในร้าน และอื่นๆ ทั้งหมดจะทำให้มีคลังข้อมูลขนาดใหญ่เพียงพอกับการนำไปประมวลผลวิเคราะห์ก่อนจะนำมาปรับแผนการคัดสรรวัตถุดิบ พนักงาน และการให้บริการแบบเรียลไทม์ได้ทุกวัน เหมาะกับการพัฒนาการให้บริการภายในร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สุดๆ

บริหารร้านบุฟเฟ่ต์ให้ไม่ขาดทุน

7) ให้บริการอย่างรวดเร็วทันใจ

ไม่ว่าจะร้านอาหารทั่วไป คาเฟ่ หรือแม้แต่การบริหารร้านบุฟเฟ่ต์ก็ตาม การให้บริการอย่างรวดเร็วทุกขั้นตอนตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้าร้าน รับออเดอร์ เสิร์ฟ ไปจนถึงชำระเงิน จะช่วยลดเวลา และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากที่นั่งว่างเหล่านั้น แทบทุกร้านเลยกำหนดให้ลูกค้าสามารถเลือกทานอาหารตามแพ็กเกจได้ในระยะเวลาจำกัด (รวมถึงอบรมให้พนักงานต้องทำงานแบบมีประสิทธิภาพ ด้วยความรอบคอบ และรวดเร็วเท่าที่จะทำได้)

นอกจากเคล็ด(ไม่)ลับเกี่ยวกับการ เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ แล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ‘ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS’ จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการปรับระบบให้รองรับการบริหารร้านบุฟเฟ่ต์มากขึ้น เช่น 

  • มีระบบ Inventory ที่ช่วยจัดการสต็อกได้อย่างละเอียด สามารถเปิดใบ PR PO GR และตัดสต้อกได้อย่างแม่นยำ
  • ระบบ POS จัดการร้านค้า ให้บริการสะดวกด้วย Ipad สูงสุด 5 เครื่อง
  • ลูกค้าสามารถใช้ Mobile Order สแกนสั่งอาหารเองได้เพื่อประหยัดเวลาและรวดเร็ว
  • พนักงานสามารถใช้ Mobile Staff ( Android ) รับออเดอร์เอง เปิดโต๊ะเอง สั่งอาหารเองได้
  • ระบบจัดรูปแบบโต๊ะภายในร้านตาม Layout จริง เพื่อลดข้อผิดพลาด
  • ระบบจัดการเปิด-ปิด เมนูได้แบบเรียลไทม์
  • ระบบจัดการคิว และระบบจับเวลาเข้ารับบริการ
  • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้อย่างง่ายดาย
  • รองรับการชำระเงินหลากหลายช่องทาง ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการสแกน QR Code จากสมาร์ทโฟน
  • ระบบรายงานยอดขายและผลเชิงลึก สามารถวิเคราะห์ต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขายและกำไรมากขึ้น

เปิดร้าน บุฟเฟ่ต์ ในยุคปัจจุบัน อาจจะพบเจอปัญหาในเรื่องของต้นทุน ค่าใช้จ่าย ที่เป็นยอดค่อนข้างสูง FoodStory POS สามารถช่วยลดต้นทุน ลดความผิดพลาด ในการรับออเดอร์ได้ด้วยระบบสแกนสั่งอาหาร Mobile Order ที่จะช่วยให้พนักงานเหนื่อยน้อยลง และประหยัดเวลาในการรับลูกค้าอีกด้วย สนใจทดลองใช้ระบบฟรีหรือปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ …

FoodStory POS ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

ทดลองใช้ระบบฟรี คลิก!

โทร: 065-513-7744 กด 1

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

เทคนิค เพิ่มยอดขาย ให้เติบโตหลายเท่าตัวด้วยระบบ POS จัดการร้านอาหาร!

เพิ่มยอดขายร้านอาหาร

เพิ่มยอดขาย ให้เติบโตหลายเท่าตัว
ด้วยระบบการจัดการร้านอาหารที่พร้อม Support!

‘ ร้านอาหารขายดีแค่มีอาหารอร่อยหรือคนเก่งมาช่วยบริหารอย่างเดียวก็รุ่งได้ ’ จริงหรอ? ก่อนที่ธุรกิจร้านอาหารชื่อดังลูกค้าปัจจุบันของ FoodStory จะเข้ามาทดลองใช้ระบบก็เคยตั้งแนวคิดแบบนี้เช่นกัน แต่เหตุผลอะไรที่ทำให้เขาเปิดใจลองปรับเปลี่ยนมุมมอง พร้อมหยิบระบบการจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ไปใช้จริงจนสามารถกระตุ้นเพิ่มยอดขายมากกว่าก่อนวางระบบหลายเท่าตัว ไม่ควรพลาดบทความนี้ พร้อมบอก 4 วิธีการจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองเพื่อ เพิ่มยอดขาย ให้สำเร็จกัน

4 การจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองให้สำเร็จ

ปัญหาของการจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองให้สำเร็จ บางครั้งไม่จำเป็นเลยว่า ร้านของคุณจะต้องอร่อยที่สุดในย่าน หรือต้องหาคนเก่งบริหารจัดการร้านอาหารแบบขั้นเทพ เพียงแค่จัดการตาม 4 ข้อนี้ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

1) เข้าใจตัวคุณและลูกค้า

ตามสถิติจากสสส. พบว่า คนกรุงเทพฯ ที่มีอายุระหว่าง 13 – 49 ปี ทานอาหารนอกบ้านเฉลี่ยถึง 21 ครั้งต่อเดือน ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยกลุ่มลูกค้าได้ตามอายุและพฤติกรรมการบริโภคได้อีก หากต้องการจัดการร้านอาหารให้สำเร็จก็จำเป็นจะต้องเข้าใจลูกค้าและตัวคุณเองว่า มีความสามารถพอจะรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากน้อยขนาดไหน ดูจากงบประมาณ, ขนาดพื้นที่, ความสามารถและจำนวนคนภายในทีม ฯลฯ

2) คำนวณรายรับ – รายจ่ายให้เห็นภาพรวม

ปกติการจัดการร้านอาหารให้รอดสู่การไปถึงจุดที่เรียกว่า รุ่ง จะขึ้นอยู่กับการคำนวณรายรับ-รายจ่าย ให้เห็นภาพรวมและสามารถนำไปบริหารจัดการต่อได้ โดยอาจมีรายจ่ายหลักที่ต้องจัดทุนสำรองตลอด ดังนี้

ค่าแรงพนักงานภายในร้าน : การจัดการร้านอาหารส่วนใหญ่จะต้องลงทุนไปกับพนักงาน เพราะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในธุรกิจร้านอาหาร ไหนจะรายได้หลัก โอที เงินพิเศษ และสวัสดิการอื่นๆ ถ้าไม่จัดการอย่างเหมาะสมก็อาจขาดทุนได้

ค่าวัตถุดิบ : ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพนักงาน แต่ระดับผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการร้านอาหารก็จำเป็นต้องทราบสูตรอาหารทุกเมนูภายในร้าน เพื่อนำไปคำนวณและวางแผนวัตถุดิบให้คุ้มสุดตามเกรดที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด นอกจากนี้ หากมีช่องทางอื่น เช่น แบบ Delivery ก็จำเป็นจะต้องคำนวณในส่วนของบรรจุภัณฑ์ด้วย เป็นต้น

ค่าเช่าร้านและระบบสาธารณูปโภค : สำหรับการจัดการร้านอาหารที่ดำเนินธุรกิจผ่านทางหน้าร้านเป็นหลัก ค่าเช่าร้านและระบบสาธารณูปโภค ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนก็ต้องกำหนดขอบเขตและวางแผนทุกเดือนเช่นกัน

ค่าการตลาด : ไม่ควรคิดว่า การลงทุนไปกับหน้าร้านจะเน้นแค่ลูกค้าละแวกใกล้เคียง ไม่ต้องเน้นทำการตลาด เพราะการจัดการร้านอาหารให้คนรู้จักผ่านทางออนไลน์ก็ถือว่า จำเป็น เพราะเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าที่ไม่ใช่ผู้อาศัยในพื้นที่ละแวกนั้นได้มีโอกาสแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนมากขึ้น รวมถึงการก

ค่าใช้จ่ายอื่น : เพราะการจัดการร้านอาหารบางครั้งก็อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้เสมอ เช่น ของหายจากการถูกขโมย, ของเสียหรือหมดอายุ, ของไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น เลยอาจเกิดโอกาสเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เหมือนกันระตุ้นให้เกิดยอดขายผ่านทางออนไลน์ด้วย

3) ฝึกลงมือทำและสอนงานให้ได้ทุกตำแหน่ง

หากเปรียบตำแหน่งผู้ประกอบการหรือผู้บริหารเป็นหัว พนักงานก็เป็นแขนทั้งสองข้างที่ไม่สามารถขาดหรือหายไปได้ การจัดการร้านอาหารอย่างมีคุณภาพ แม้ไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง แต่ควรเข้าใจทุกจุด เพราะเป็นเรื่องปกติที่วันหนึ่งลูกน้องคนเก่งอาจออกจากทีมไปเดินทางตามความฝันเลยต้องสอนงานให้ได้ทุกตำแหน่ง สิ่งที่ดีที่สุดที่ Foodstory อยากแนะนำคือ การฝึกลงมือทำเรียนรู้และเข้าใจในทุกตำแหน่ง เพราะมีข้อดีอีกมหาศาลรอคุณอยู่ ทั้งในเรื่องของการเลือกคนเข้ารับหน้าที่ในแต่ละตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม, บริหารจัดการควบคุมต้นทุนได้ทุกจุด เป็นต้น

4) การเก็บเอกสารให้ครบถ้วน

หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของการจัดการร้านอาหารให้เป็นระบบคือ การเก็บเอกสาร เพราะแค่ทำหน้าที่แต่ละตำแหน่งก็ทำแทบจะไม่ทัน แต่รู้หรือไม่ว่า การเก็บข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการทำบัญชีและจัดการภาษี แต่ยังไปพัฒนาแผนต่อยอดได้อีกด้วย เช่น จัดทำโปรโมชั่นตามโอกาสพิเศษได้บ่อย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกระทบผลกำไร, มีงบเพียงพอต่อการขยายสาขาเพิ่มรายได้หลายเท่า เป็นต้น

FoodStory POS เพิ่มยอดขาย

เคล็ดลับการจัดการร้านอาหารให้ยอดขายพุ่งหลายเท่าอยู่ที่ระบบ POS!

มากกว่าการจัดการร้านอาหารด้วยตัวเองแล้ว ต้องไม่ลืมว่า ในแต่ละวันเราจะต้องพบเจอและจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลจากบัญชีรายรับรายจ่าย, ข้อมูลสมาชิกของลูกค้า, ข้อมูลสต็อกวัตถุดิบ เป็นต้น ทำให้บางครั้งอาจเกินขีดจำกัดความสามารถของคนเรา และไม่สามารถหยิบไปต่อยอด เพิ่มยอดขาย ในอนาคตได้ ระบบ POS เลยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านอาหารที่มีหน้าร้านมาก Foodstory POS กว่า 500 ฟีเจอร์ เลยเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับร้านอาหารทุกรูปแบบ เช่น

  • จัดการบริหารร้านได้ง่ายขึ้น
  • สร้างเมนูได้หลากหลาย สูงสุด 500 รายการ
  • รองรับการจำหน่ายอาหารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อ Lineman Delivery โดยตรง
  • มีระบบ Sale Channel ช่วยกำหนดราคาขาย การคิดค่า GP และยังสามารถบันทึกรายงานการขาย ช่องทางอื่นๆเพิ่มเติมได้
  • มีระบบ Inventory ที่ช่วยจัดการสต็อกได้อย่างละเอียด สามารถเปิดใบ PR PO GR และตัดสต็อกได้อย่างแม่นยำ
  • มีระบบจัดการโปรโมชั่น เพิ่มยอดขาย สามารถดู Sale Report เพื่อประเมินรายงานยอดขายและนำไปต่อยอดวิเคราะห์โปรโมชั่นได้ครอบคลุม
  • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้ไม่มีพลาด

การจัดการร้านอาหารที่ดีให้มียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว บางครั้งแค่อาศัยรสชาติของอาหารหรือคนเก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมีตัวช่วยพร้อมซัพพอร์ตให้การจัดการสามารถทำได้เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เหมือนนักรบที่ลงสนามจากการใช้มือเปล่ามาเป็นอาวุธครบมือ ย่อมมีโอกาสชนะและ เพิ่มยอดขาย ได้มากกว่า สนใจสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory POS หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ …

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

✅ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่

โทร: 065-513-7744

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

6 เทคนิค เปิดคาเฟ่ พร้อมเหตุผลที่ต้องมี ระบบ POS

บริหารร้านคาเฟ่

6 เทคนิค เปิดคาเฟ่ และบริหารร้านกาแฟ
พร้อมเหตุผลที่จำเป็นต้องมี ระบบ POS

ในยุคที่การ เปิดคาเฟ่ นั้นแข่งขันกันอย่างหนัก ถ้าไม่รุ่งก็ร่วงได้เลยทีเดียว หนึ่งในความสำคัญที่เจ้าของกิจการควรใส่ใจนอกจากคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการตกแต่งโดยรอบแล้ว เทคนิคการบริหารจัดการก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมก่อนเริ่มต้นดำเนินธุรกิจร้านคาเฟ่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทุกคนที่มีความฝันอยากเปิดร้านคาเฟ่ของตัวเองหรือกำลังเปิดอยู่และต้องการนำเทคนิคของ FoodStory ไปปรับใช้สามารถติดตามได้ในบทความนี้

เปิดคาเฟ่

ทำความเข้าใจอุปสรรคพื้นฐานของการเปิดร้านคาเฟ่

รู้เขารู้เรารบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้งยังคงใช้ได้เสมออย่างการเปิดร้านคาเฟ่ก็เช่นกัน ถ้าจำเป็นต้องเข้าใจอุปสรรคพื้นฐานของการบริหารก่อนการ เปิดคาเฟ่ อย่างในเรื่องของจำนวนคู่แข่งในตลาด หรือพื้นที่ที่เราจะเข้าไปแข่งขันหากมีเยอะมาก ก็หมายความว่าลูกค้าสามารถเพิ่มตัวเลือกในการตัดสินใจบริโภคได้มากขึ้นเช่นกัน เราจะบริหารยังไงให้จุดอ่อนของการเปิดร้านคาเฟ่หายไป และมีจุดแข็งเหนือร้านอื่น เช่น 

  • การวางบริการระบบให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  • การเก็บข้อมูลการบริโภคของลูกค้าอย่างเป็นระบบสามารถหยิบมาใช้ต่อยอดพัฒนาเมนูและการบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
  • ฯลฯ
เปิดคาเฟ่

ปรับสมดุลความต้องการระหว่างคุณ พนักงาน และลูกค้า

แน่ล่ะว่า ความตั้งใจแรกในการเปิดร้านคาเฟ่ล้วนมาจากความหลงใหลของคุณ แต่หลังจากเปิดร้านได้จริงเมื่อไหร่ เราจะยึดความต้องการของคนเดียวหรือผู้ก่อตั้งกลุ่มเล็ก ๆ มาเป็นจุดมุ่งหมายอย่างเดียวไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุลจากความต้องการสามส่วนคือ ความต้องการของคุณ พนักงานในองค์กร และลูกค้าให้เจอก็จะวางแผนบริหารจัดการภายในร้านคาเฟ่ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอแก่ลูกค้า

เปิดคาเฟ่

บริหารกำไรจากการควบคุมต้นทุน

ในยุคที่ผลิตผลในตลาดมีราคาสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ของผู้คน การจะเปิดร้านคาเฟ่ให้กำไรสามารถไปถึงจุดที่ตนเองมุ่งหวังได้ง่ายขึ้นก็คือ การควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงตามท้องตลาดจากการวางแผนสต๊อกล่วงหน้าให้ทราบว่า ต้องปรับลดหรือเพิ่มในส่วนไหน หากมีวัตถุดิบไหนใกล้หมดจะได้เตรียมทันเวลา ไม่ต้องเร่งรีบหาจนพลาดไปเจอสินค้าราคาแพง แล้วลดกำไรให้ต่ำลงไปอีก

บริหารร้านคาเฟ่

วางแผนส่งเสริมการขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์

แม้สเน่ห์ของการเปิดร้านคาเฟ่จะเป็นการพบปะลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุนทางหน้าร้านแบบออฟไลน์ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าช่องทางออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญกับกิจการหลากหลายประเภทในปัจจุบันไม่เว้นแม้แต่การเปิดร้านคาเฟ่ เพราะทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างสะดวกสบายเพิ่มยอดขายและกำไรในแต่ละวันให้มากขึ้นได้มากกว่าการขายหน้าร้านเพียงช่องทางเดียว

บริหารร้านคาเฟ่

มากกว่าบริหารร้านคือ บริหารคน

ความยากของการเปิดร้านคาเฟ่ไม่ใช่แค่การบริหารร้านให้เป็น แต่ต้องบริหารคนให้เก่งด้วย เพราะกุญแจสำคัญที่ร้านคาเฟ่ของคุณจะชนะใจลูกค้าได้มักมาจาก ‘พนักงาน’ ไม่ว่าจะเรื่องการทำอาหารและเครื่องดื่มให้ถูกใจลูกค้า, รักษาคุณภาพของการให้บริการ การเก็บข้อมูลจากลูกค้ามาพัฒนาต่อ หรือการจัดการเรื่องต่างๆ ภายในร้านของคุณ ฯลฯ เลยเป็นโจทย์สำคัญว่า จะบริหารคนอย่างไรให้ก้าวไปพร้อมกับร้านของคุณและสามารถพาให้ร้านของคุณไปไกลกว่าเดิมได้ เพราะคาเฟ่บางร้านมีแนวคิดที่ว่า เปิดร้านคาเฟ่หาพนักงานไม่ยาก แต่ความจริงแล้วการขาดแคลนพนักงานและต้องหาใหม่เรื่อย ๆ ทำให้คาเฟ่ต้องหยุดชะงัก และพัฒนาได้ช้ากว่าคาเฟ่ที่รักษาพนักงานให้อยู่ได้นาน Foodstory เลยขอแนะนำให้หาวางแผนบริหารคนด้วย เช่น

  • จัด Coffee Talk ชิมเครื่องดื่มแล้วมานั่งคุยกัน เสริมสร้างความเป็นทีมและให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการเสนอเนื้อหาน่าสนใจ เพื่อพัฒนาการให้บริการและเมนูต่างๆ ตามโอกาส
  • ตั้งทีมที่มีปริมาณและคุณภาพเหมาะกับร้านของคุณ โดยไม่จัดให้มีคนมากเกินไปจนแน่นร้านหรือน้อยเกินไปจนไม่เพียงพอกับการให้บริการทุกช่วงเวลาขณะร้านเปิดทำการ
  • เสริมพลังบวกให้แก่พนักงานด้วยคำชมหรือรางวัลตอบแทนบ้าง เช่น จัดประกวดเมนูสร้างสรรค์สำหรับให้บริการเฉพาะภายในร้านคาเฟ่นั้น, จัดงานฉลองให้พนักงานตามโอกาสพิเศษ, จัดหาสวัสดิการดีๆ ตามความเหมาะสม เป็นต้น
เปิดคาเฟ่

วางระบบอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นตัวช่วยภายในร้านเท่าที่จะทำได้

ด้วยความที่การเปิดคาเฟ่ก็เป็นการเปิดร้านอาหารประเภทหนึ่ง แน่นอนว่า จะมี Golden Time หรือช่วงเวลาพีคที่ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการจำนวนมากเป็นพิเศษ จนพนักงานที่เรามีจำกัดทำงานเกือบไม่ทัน, สต็อกวัตถุดิบจำนวนมหาศาลที่ต้องคอยระวัง ทั้งจำนวนไม่พอหรือวันหมดอายุอันใกล้ หรือ การจัดระเบียบออเดอร์จากหลากหลายช่องทางในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นต้น การวางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือที่มีโปรแกรมอัตโนมัติภายในร้านเท่าที่จะทำได้เลยเป็นคำตอบที่น่าสนใจสำหรับการเปิดร้านคาเฟ่ เช่น

‘ ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS ’ จัดการและตรวจสอบอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งหมดกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการร้านอาหารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเปิดร้านคาเฟ่กี่สาขาก็หายห่วง เพราะ … 

    • จัดการง่ายทุกยอดขายและเมนู ทั้งการเปิดบิล บันทึกข้อมูล คำนวณยอดขาย รายรับ-รายจ่ายเป็นระบบ
    • รับชำระเงินได้ง่าย รองรับการชำระหลายรูปแบบ เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและปิดการขายได้ไวขึ้น
    • ระบบ Inventory ตัดสต็อก บริหารคลังวัตถุดิบ ไม่ว่าจะมีวัตถุดิบหรือสินค้าภายในร้านมหาศาลขนาดไหน ก็จัดการได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดใบ PR PO GR ได้ 
    • มีระบบ Sale Report รายงานการขาย และข้อมูลเชิงลึกให้เห็นเป็นภาพเข้าใจง่ายขึ้น แม้เปิดร้านคาเฟ่มือใหม่ก็ใช้ได้สบาย
    • เชื่อมต่อเดลิเวอรี่ เพิ่มช่องทางการขายได้มากขึ้น
    • มีระบบ Sale Channel ที่จะช่วยบันทึกรายงารการขายจากช่องทางอื่นๆเพิ่มเติมได้
    • ระบบสมาชิก CRM ที่สามารถวิเคราะห์โปรโมชั่นได้อย่างแม่นยำ
    • เชื่อมต่อ ระบบสมาชิก ผ่าน FoodStory POS ได้โดยตรง
    • ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มและย่อได้อย่างง่ายดาย
    • สามารถ Hold บิลค้างไว้เพื่อรอชำระภายหลังได้
    • ชำระเงินผ่าน Dynamic QR Payment ท้ายใบแจ้งหนี้
    • มีระบบจัดการคิวในตัว

การเปิดร้านคาเฟ่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่การจะทำให้ร้านคาเฟ่ของคุณเข้าไปครองใจลูกค้าให้แวะเวียนมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องในยุคที่มีคู่แข่งจำนวนมหาศาลกลับไม่ใช่เรื่องง่าย FoodStory เลยขอฝากให้ผู้ประกอบการทุกท่านลองนำ 6 เทคนิคที่เรานำมาฝากในบทความนี้ไปลองปรับใช้กัน สำหรับท่านใดที่สนใจระบบ FoodStory POS จัดการร้านคาเฟ่ทุกที่ ทุกเวลา จาก iPad เครื่องเดียวสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ …

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

✅ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่

โทร: 065-513-7744

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

ระวัง! ขยายสาขาร้านอาหาร เร็วเกินไปอาจถึงขั้น ‘เจ๊ง’!!

ขยายสาขา

สงสัยบ้างไหม ขยายสาขาร้านอาหาร ทำให้ขายดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่?

เสียงเตือนสติยอดฮิตจาก TikTok ต้องเข้าแล้วล่ะ สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่คิดไวใจร้อน ที่อยากรีบ ขยายสาขาร้านอาหาร เร็ว ๆ โกยกำไรเข้ากระเป๋าแบบคู่แข่งตามไม่ทัน แต่ดันไม่ระวังและขาดความรอบคอบจนตัดสินใจ ผิดพลาดเสี่ยงเกิดสารพัดปัญหาตามมา FoodStory POS ขอเตือนว่า ถึงขั้น ‘เจ๊ง’ ได้เลยนะ จากเหตุการณ์เหล่านี้

การขยายสาขาร้านอาหาร

1) ขาดประสบการณ์บางอย่างไป

การเริ่มต้นขยายสาขาร้านอาหารเร็ว ไม่ใช่ผลดีเสมอไป อย่างน้อยคงเปรียบได้กับเด็กเรียนเก่งที่สามารถสอบข้ามชั้นแบบก้าวกระโดดได้ แม้จะมีข้อดีที่ประหยัดระยะเวลาให้เติบโตฉับไว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ประสบการณ์หรือบทเรียนบางอย่างที่หาไม่ได้ในคอร์สเรียนหรือตามตำราหายไป ทำให้หากเกิดข้อผิดพลาดกับธุรกิจร้านอาหารของคุณสาขาใดสาขาหนึ่งในอนาคตก็อาจไม่ได้มีการเตรียมพร้อม และขาดประสบการณ์ในการรับมืออุปสรรคเหล่านั้นได้เหมือนกัน

การขยายสาขาร้านอาหาร

หนึ่งในสาเหตุของการ ขยายสาขา ร้านอาหารรวดเร็วเกินไปมักมาจากการฟังแต่เสียงของตนเอง ปัญหาอีกประการที่ตามมาเลยเป็นเรื่องขาดการฟังเสียงของกลุ่มเป้าหมาย เพียงเจอลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนเข้ามาทักทายอุดหนุนเล็กน้อย ก็คิดไปแล้วว่ามาถูกทาง ทั้งที่ความจริงแล้วยังไม่สามารถหาฐานลูกค้ากลุ่ม Loyalty Customer ผู้ภักดีในธุรกิจร้านอาหารของคุณที่จะช่วยชี้ทางสว่างหากลยุทธ์มาผลักดันให้ร้านเติบโตได้เลย การไม่เคยฟังเสียงของลูกค้าที่แท้จริงแบบเชิงลึกนี่ล่ะที่ปลายทางอาจกลายเป็นคำว่า ‘เจ๊ง’ ได้

ขยายสาขา

3) พนักงานเติบโตไม่ทันการขยายสาขาร้านอาหาร

เพราะงานบริการอย่าง ‘ร้านอาหาร’ มักจำเป็นต้องใช้พนักงานจำนวนมาก แน่นอนว่า คนเยอะปัญหาเยอะ ยิ่งขยายสาขาด้วยแล้วยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังจากตัดสินใจขยายสาขาร้านอาหาร หากไม่ได้วางแผนและเตรียมตัวให้พร้อมก็อาจเกิดปัญหาได้ อาทิเช่น

  • สัดส่วนการทำงานของพนักงานแต่ละคนจะเป็นอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลง (ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้น)
  • การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนจำนวนงานอย่างรวดเร็วมักส่งผลกระทบถึงคุณภาพของการทำงานแน่นอน
  • งานที่เพิ่มขึ้นมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ (หากไม่เพิ่มเงินให้พนักงานคงไม่โอเคแน่นอนต้องเตรียมใจรับมือระหว่างลูกน้องขอออกหรือไม่ยอมให้ความร่วมมือ)
  • การเตรียมความพร้อมในการเทรนเพิ่มเติมทุกตำแหน่ง ตั้งแต่หัวหน้าถึงลูกน้องในทีม ยิ่งเตรียมช้ายิ่งมีโอกาสชะงักนาน
การขยายสาขาร้านอาหาร

4) ลดโอกาสได้ร่วมธุรกิจกับพาร์ทเนอร์มืออาขีพ

ธุรกิจร้านอาหารสมัยนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวแบบสมัยก่อนที่ลงมือเองตั้งแต่เริ่มต้นจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้าเองทั้งหมดแบบ 100% แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่า มีการจับมือเป็นพาร์ทเนอร์ยกระดับการให้บริการดึงลูกค้ามาสนับสนุน 2-3 องค์กรได้ในคราวเดียวกัน เพราะงั้นการเริ่มต้นไวในจังหวะที่ไม่ใช่ก็จะลดโอกาสได้ร่วมธุรกิจกับพาร์ทเนอร์มืออาชีพด้วย เหมือนพบคนที่ใช่ในเวลาที่ไม่ใช่นั่นล่ะ น่าเสียดายใช่ไหมล่ะ

ขยายสาขา

5) เงินทุนหมุนเวียนมีไม่เพียงพอ

กระแสเงินสดก็เหมือนกระแสเลือดจำเป็นต้องไหลเวียนหล่อเลี้ยงธุรกิจให้เพียงพอตลอดเวลา แต่การขยายสาขาร้านอาหารจะต้องหยิบเอาเงินทุนในคลังก้อนโตออกไปใช้จ่ายทำให้เงินทุนบางส่วนหายไป กรณีเลวร้ายสุดหลายท่านคงพอเดาได้ว่า จะเป็นอย่างไร เงินทุนหมุนเวียนอาจถึงขั้นมีไม่เพียงพอจับจ่ายใช้สอยถึงขั้นต้องไปกู้หนี้ยืมสินเสียดอกเบี้ยสุดโหดให้สถาบันการเงินกลายเป็นภาระติดตัวไปกันใหญ่ แถมหากธุรกิจร้านอาหารไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้สุดท้ายปลายทางของธุรกิจคุณจะมีคำว่า ‘เจ๊ง’ รออยู่แน่นอน

การขยายสาขาร้านอาหาร

6) ทำระบบข้อมูลการ ขยายสาขา ผิดพลาด

ระบบข้อมูลหลังบ้านของร้านอาหาร แม้จะมีการพัฒนาให้จัดการได้อย่างรวดเร็วและยกระดับความเป็นมืออาชีพ แต่การทำงานที่มีประสิทธิภาพก็จำเป็นต้องอาศัยการเก็บข้อมูลการบันทึกข้อมูลตามจริงจากหน้าร้านในระยะเวลาพอสมควร และตรวจสอบความถูกต้องตรงกันกับข้อมูลหลายส่วน บ่อยครั้งที่ความรีบร้อนทำให้จัดเก็บข้อมูลผิดพลาด ไม่มีเวลาได้ตรวจสอบ หรือแม้แต่เรียนรู้ทำความเข้าใจในระบบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้ระบบเหล่านั้นจะเทพล้ำนำสมัยขนาดไหน ก็ไม่สามารถนำไปช่วยจัดการงานภายในร้านอาหารได้ หากไม่ได้ใช้งานและลงข้อมูลอย่างถูกต้องตามที่ควรจะเป็น ปัญหาคือ ถ้าระบบข้อมูลมีปัญหาสารพัดเรื่องก็จะตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องสต๊อกวัตถุดิบ ต้นทุนกำไร พนักงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่งผลให้การ ขยายสาขา ไม่เป็นไปตามที่หวัง จนสุดท้ายเจ๊งจริงไม่ติงนังตังนิงเลยนะเออ

ขยายสาขา

ข้อดีของการ ขยายสาขาร้านอาหาร อย่างรวดเร็ว

ทั้ง 6 เรื่องราวที่แชร์มาอาจฟังดูน่ากลัวจนหลายท่านคงคิดแล้วคิดอีกแน่ๆ แต่ก็ยังมีข้อดีสำหรับการขยายสาขาร้านอาหารอย่างรวดเร็วอยู่นะ แต่จำเป็นต้องอาศัยความรอบคอบและเตรียมพร้อมให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนขยายสาขาด้วย อาทิเช่น

  • เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างกำไรได้มากกว่า จากการลุยตลาดเร็ว รวมถึงการปั้นลูกค้า Loyalty Customer
  • จับมือกับพาร์ทเนอร์คุณภาพ เพราะพาร์ทเนอร์ธุรกิจบางรูปแบบไม่ค่อยลงทุนในธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อกระจายโอกาสในการสร้างกำไรมากกว่า ดังนั้น หากสำเร็จไวและมีความน่าสนใจก็เพิ่มโอกาสได้เจอพาร์ทเนอร์ร่วมสนับสนุนให้ก้าวไปได้ไกลขึ้น
  • เพิ่มโอกาสได้จับจองพื้นที่ทำเลดีกว่าคู่แข่งที่ยังไม่ลุยในพื้นที่โซนนั้น
  • ฯลฯ

เพราะงั้นก่อนตัดสินใจขยายสาขาร้านอาหาร อย่าลืมเช็คให้มั่นใจว่า เราพร้อมที่จะขยายร้านแล้วจริงๆ (หากไม่มั่นใจว่า ดูอย่างไร สามารถเช็คได้ตามบทความ ‘เช็ค 8 สัญญาณฯ’) เมื่อเตรียมพร้อมจนถึงเวลาขยับขยายกระจายสาขาหรือจัดทำแฟรนไชส์เพิ่มการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ‘ตัวช่วยร้านอาหาร FoodStory POS’ จัดการง่ายทุกยอดขาย รับชำระเงินสบายหลายช่องทาง บริหารคลังวัตถุดิบและตรวจสอบพนักงานอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมรายงานการขายและข้อมูลเชิงลึก รวมทั้งสิ้นกว่า 500 ฟีเจอร์ เพื่อยกระดับการบริการร้านอาหารโดยเฉพาะ สนใจสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory หรือทดลองใช้ระบบฟรี! ได้ที่ https://signup.foodstory.co/ref/branchwarning

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

✅ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่

โทร: 065-513-7744

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr

เช็ค 8 สัญญาณ – จะรู้ได้อย่างไรว่า ‘ร้านของเราโตพอที่จะ เปิดสาขาใหม่ ตอนไหน?’

ขยายสาขา

มองภาพธุรกิจร้านอาหารที่สร้างมากับมือในวันนี้แล้วถึงกับต้องยิ้ม ‘เติบโตขึ้นจริง ๆ’ แล้วก็เหมือนมีเสียงระฆังดังก้องขึ้นในหัวพร้อมกับคำถามที่ชวนให้คิดไม่ตกว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหาวิธีขยายสาขา” แต่เชื่อว่า ทุกการเริ่มต้นล้วนไม่มีอะไรง่าย ทำให้ยังไม่กล้าพอจะตัดสินใจ ‘ เปิดสาขาใหม่ ‘ FoodStory เลยขอพาทุกท่านมาลองเช็ค 8 สัญญาณถึงเวลาที่ควรขยายสาขาร้านอาหารซักที

ขยายสาขาร้านอาหาร

1) ต้นทุนนิ่งและกำไรมั่นคง

สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่า คุณถึงเวลาเริ่มมองหาวิธี เปิดสาขาใหม่ ได้แล้วก็คือ สามารถตัดต้นทุนให้คุ้มสุดได้จนนิ่ง และสร้างกำไรได้มั่นคงต่อเนื่องมากกว่า 3-5 ปี เพื่อพิสูจน์ว่า ธุรกิจร้านอาหารของคุณจะไปได้สวยในระยะยาว ไม่ใช่แค่ชั่วคราวตามกระแส เพราะหากเป็นกระแสเรียกกำไรเพียงชั่วคราวจะได้รู้ตัวทัน รีบปรับกลยุทธ์หรือหยุดพักการตัดสินใจขยายสาขาเอาไว้ก่อน

ขยายสาขาร้านอาหาร

2) แนวโน้มความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

ถึงจะเป็นอุตสาหกรรมรูปแบบอาหารและเครื่องดื่มเหมือนกัน แต่ก็อาจถูกจัดอยู่ในหมวดคนละกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะมีโอกาสเติบโตไม่เท่ากันสลับปรับเปลี่ยน หมุนเวียนไปตามเทรนด์แต่ละช่วง เช่น เทรนด์สุขภาพ ร้านอาหารออร์แกนิค อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารควบคุมน้ำหนัก จะได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตเป็นพิเศษ เป็นต้น หากพิจารณาแล้วว่า เป็นเทรนด์เติบโตระยะยาวก็เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ดีที่จะเริ่มต้นหาวิธีขยายสาขาเช่นกัน

ขยายสาขาร้านอาหาร

3) เริ่มมีฐานลูกค้าประจำ Loyalty Customers

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ร้านอาหารขนาดเล็กจะมีฐานลูกค้าจงรักภักดี หรือ Loyalty  Customers วนกลับมาซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่หากร้านอาหารของคุณทำได้ (โดยที่ไม่ใช่ เพราะแถวนั้นไม่มีร้านอาหารอื่นให้เลือก) แสดงว่า อาหารหรือบางอย่างภายในร้านของคุณ โดนใจกลุ่มเป้าหมายอย่างจัง มีโอกาสจะพัฒนาไปหาวิธีขยายสาขาให้เติบโตมากขึ้นอีกระดับได้ไม่ยากแน่นอน แต่สำคัญคือ อย่าลืมแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ผู้ที่มีความ Loyalty เป็นกลุ่มลูกค้าพิเศษและวางกลยุทธ์ดูแลแบบพิเศษ เพื่อคงความภักดีเคียงคู่ร้านคุณในระยะยาว และแน่นอนว่าคนเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะตามไปทานอาหารที่ร้านสาขาต่าง ๆ ของคุณ

ขยายสาขา

4) กลุ่มเป้าหมายห่างไกลก็เข้ามาลอง

นอกจากลูกค้าเจ้าประจำใกล้ทำเลแล้ว หากวันหนึ่งเริ่มมีกลุ่มเป้าหมายที่เดินทางมาจากที่ห่างไกลร้าน ตั้งใจมาแวะชิมอาหารร้านของคุณโดยเฉพาะ หรือคนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักเข้ามาเป็นลูกค้าร้านของคุณมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน อาจเป็นไปได้ว่าร้านของคุณมีชื่อเสียงจากการบอกต่อ หรือโฆษณาไปหาผู้บริโภคแบบวงกว้างได้และมีแนวโน้มเติบโต จำเป็นต้องหาวิธี เปิดสาขาใหม่ มาเตรียมรองรับแผนต่อไป เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวก รวดเร็ว และเพิ่มกำไรมากขึ้น รวมถึงอาจจะได้ลูกค้าประจำที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ขยายสาขาร้านอาหาร

5) เงินทุนมากพอจะเตรียมวิธี เปิดสาขาใหม่

หากไม่รู้จะสังเกตจากสัญญาณอะไร เพื่อเตรียมวิธีเปิดสาขาใหม่ให้ทันต่อการพัฒนาธุรกิจร้านอาหาร อีกหนึ่งสัญญาณสังเกตง่าย ๆ เลยก็คือ กำไรในคลังที่พร้อมจะเปลี่ยนไปเป็นเงินทุนมีมากเพียงพอที่จะขยายสาขา เพราะกว่าจะได้กำไรมากถึงขั้นนำไปขยายสาขาได้ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ร้านอาหารของคุณเติบโตดีจริง ๆ

ส่วนการขยายสาขา ควรมีเงินทุนเท่าไหร่ FoodStory ขอแนะนำให้พิจารณาจากหลังจากแบ่งเงินทุนหมุนเวียนจากกำไรในร้านแรก ควรมีเงินลงทุนร้านสาขาใหม่ ดังนี้

  • เงินลงทุนทำหน้าร้าน (คำนวณตามรับเหมาประเมิน และค่าที่เช่าในทำเลน่าสนใจตามจริง)
  • เงินทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ (คำนวณตามจริง)
  • เงินทุนหมุนเวียน ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าจ้างพนักงาน และค่าจิปาถะ อ้างอิงตามทุนที่ใช้ในร้านแรก อย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อไม่ให้ผิดพลาดการเงินสะดุดกะทันหันจนธุรกิจหยุดชะงัก
ขยายสาขาร้านอาหาร

6) เติบโตไปด้วยกันกับทีมพนักงาน

FoodStory มักจะบอกผู้ประกอบการร้านอาหารเสมอว่า ให้ดูแลลูกน้องเหมือนดูแลลูกค้า เพราะงั้นสัญญาณที่จะบ่งบอกว่า ถึงเวลาหาวิธี เปิดสาขาใหม่ ได้แล้ว ไม่ใช่แค่การสังเกตลูกค้า แต่การสังเกตลูกน้องในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน หากพวกเขามีความพร้อมที่จะพาธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งทำหน้าที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ๆ จนชำนาญสามารถร่วมพัฒนาต่อยอดให้ร้านเติบโตยิ่งขึ้นไปได้ก็คงคุ้มค่าที่จะลงทุนกับสาขาใหม่ ๆ

ขยายสาขา

7) ลูกค้าแวะไม่ขาดสายจนออเดอร์ล้นมือ

หนึ่งในสัญญาณก่อนหาวิธีเปิดสาขาใหม่ ที่สามารถสังเกตได้ง่ายไม่แพ้ข้ออื่นคือ ลูกค้าแวะไม่ขาดสายจนออเดอร์ล้นมือ เหมือนกับคนทำงานทั่วไปนั่นล่ะ หากมีงานเข้ามาเยอะจนล้นมือทำแทบไม่ทันและเงินก็ทยอยเข้าบัญชีแบบรัว ๆ แสดงว่า ฮอตจนต้องขยับขยาย เพื่อรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นแล้วล่ะ แต่อย่าลืมว่ายิ่งมีลูกค้าเข้ามาเยอะเท่าไหร่ ก็ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างความประทับใจให้ทุกคนได้แบบ 100% ดังนั้นหากจะขยายสาขา ก็ต้องคำนึงถึงความสามารถในการให้บริการด้วย โดยอาจจะต้องหาตัวช่วยอย่างระบบหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ระบบคิวอาร์โค้ดรับออเดอร์ หรือ ระบบจัดการสต๊อกสินค้า เข้ามาช่วยให้ในการบริหารงานหลังบ้านด้วยนั่นเอง

ขยายสาขา

8) วางระบบหน้าร้านและหลังร้านไว้พร้อมลุย เปิดสาขาใหม่

สัญญาณเตือนสุดท้ายที่ควรเตรียมพร้อมวิธีเปิดสาขาใหม่แล้วก็คือ วางระบบหน้าร้านและหลังร้านไว้พร้อมลุยสาขาใหม่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะระบบจัดกลุ่มฐานลูกค้า, ระบบจัดสต๊อกบริหารคลังวัตถุดิบ, คำนวณยอดขาย, ติดตามและตรวจสอบพนักงาน, รองรับช่องทางการชำระเงินหลากหลายและอื่น ๆ รวมทุกการทำงานพร้อมให้คุณตรวจเช็คได้ง่ายอย่างระบบ FoodStory POS รวบรวมกว่า 500 ฟีเจอร์ ตอบโจทย์ระบบการทำงานในร้านอาหารโดยเฉพาะ จัดการได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะมีกี่สาขาก็สามารถตรวจสอบข้อมูลและวางแผนกลยุทธ์ได้ทันใจจาก iPad เพียงเครื่องเดียว ทำให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และมีความเสถียรในการใช้งาน

หลังจากเช็คแล้ว หากตอบตัวเองในใจว่า ‘ใช่!’ ครบทั้ง 8 สัญญาณ อาจหมายความว่า ถึงเวลาต้องหาวิธีขยายสาขาและเตรียมหาทำเลเปิดสาขาใหม่แล้ว ทั้งนี้ FoodStory ขอแสดงความยินดีและร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณก้าวขึ้นสู่ร้านชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ด้วยการสนับสนุนระบบ FoodStory POS ให้ทดลองใช้งานฟรี พร้อมดูแลการใช้งานระบบ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก FoodStory สนใจสามารถติดต่อได้ที่ …

FoodStory

ร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกัน

✅ทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่

โทร: 065-513-7744

LINE: https://lin.ee/zAdDsCr