8 หน้าที่ของเชฟ ในห้องครัวระดับ Fine Dining Restaurant chawinlm 4 years ago 8 หน้าที่ของเชฟในห้องครัวระดับ Fine Dining Restaurant เวลาไปที่ภัตตาคารชื่อดังหลายๆร้านแล้วมองเข้าไปในครัว เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมในนั้นมีเชฟหลายคนเต็มไปหมด พวกเขาทำอะไรกันบ้าง?แบ่งหน้าที่กันยังไง?จะพาทุกท่านมาเจาะลึกว่าหน้าที่ของเชฟแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร!ไปดูกัน 1. Executive Chef หัวหน้าเชฟ ผู้ดูแลและรับผิดชอบทุกๆเรื่องทั้งในห้องครัวและในออฟฟิศResponsibilities– คิดสูตรอาหาร– คิด และ ออกแบบเมนูใหม่ๆ– วางแผน และ คำนวนราคาของวัตถุดิบ เมนู และรายรับ-รายจ่ายโดยรวม– ทำงานร่วมกับ General Marketing สำหรับงานในส่วนของออฟฟิศ – ลงมือทำอาหารเองบ้าง ในช่วงที่มี อีเวนท์ใหญ่ หรือ เทศกาลพิเศษ 2. Chef de Cuisine หัวหน้าครัวร้อนทำหน้าที่คล้ากับ Executive Chef จะต่างกันตรงที่ Chef de Cuisine จะดูแลในครัวเป็นส่วนใหญ่แต่ Executive chef จะต้องดูแลงานในส่วนของออฟฟิศด้วย Responsibilities– ช่วย ExecutiveChef ออกแบบเมนูใหม่– สั่งวัตถุดิบและ อุปกรณ์ในห้องครัวหากต้องการเพิ่ม – ดูแลความสะอาดและ ความปลอดภัยของอาหารในแต่ละวัน– สั่งออเดอร์อาหารและ จัดการออเดอร์ให้เสิร์ฟตามเวลา – ควบคุม และตรวจสอบคุณภาพอาหาร โดยมักจะเป็นผู้ที่สุ่มชิมอาหารที่ปรุงเสร็จก่อนเสิร์ฟ 3. Sous Chef deCuisine ผู้ช่วยเชฟครัวร้อน( ภาษาฝรั่งเศส sous แปลว่า ล่าง ดังนั้น sous chef จึงแปลว่า รองลงมาจากเชฟ )Responsibilities– ช่วยงานเชฟใหญ่ และ สามารถผลันตัวเองมาเป็น Chef de cuisine ได้ เมื่อเชฟใหญ่ไม่อยู่– วางแผนแจกจ่ายการทำงานของแต่ละวันให้กับเชฟคนอื่นๆ– ดูแล และ สอนงาน staffs ใหม่ ให้ทำงานเป็น 4. Chef de Entremetier(The Vegetable Chef) หัวหน้าหน่วยผักResponsibilities – จัดเตรียมวัตถุดิบในส่วนของผักต่างๆ– จัดวางส่วนประกอบลงในจาน– หากมีอาหารมังสวิรัติ เชฟ Entremettier จะเป็นผู้เตรียม และ ปรุงรสทั้งหมด 5. Chef de Saucier (The Sauce Chef) เชฟครัวร้อนดูแลเรื่องซอส และ เนื้อ Responsibilities– จัดเตรียมเนื้อ ตั้งแต่การหั่นเตรียมไปจนถึงการปรุง– ทำซอสสำหรับเสิร์ฟคู่กับเนื้อ– หั่น และ จัดวางเนื้อลงบนจานรวมถึงจัดแต่งซอสในขั้นตอนสุดท้าย 6. Chef de Garde Manager เชฟครัวเย็น ดูแลเรื่องอาหารทุกอย่างที่ไม่ต้องปรุงร้อนเช่น ผักสลัด น้ำสลัด Cold cuts Responsibilities– จัดเตรียมวัตถุดิบและอาหารที่ไม่ต้องเสิร์ฟร้อน– เตรียม และปรุง appetizer ต่างๆ เช่น สลัด, น้ำสลัด– ดูแลเรื่อง finger food ต่างๆ สำหรับงานเลี้ยง เช่น แซนวิช, และอาหารทานเล่นอื่น ๆ 7. Chef de Pâtissier (The Pastry Chef) เชฟขนมอบ หรือขนมหวาน มีตำแหน่งเทียบเท่ากับ Chef decuisine แต่จะคุมแค่ในส่วนนี้เท่านั้น Responsibilities– สั่งวัตถุดิบ และอุปกรณ์สำหรับครัวขนม – ปรึกษากับ Executive Chef ในการออกแบบสูตรขนมและ เมนูใหม่ๆ – เตรียมวัตถุดิบ และ ทำขนมเสิร์ฟ– หากมีวันเกิดหรือ งานเลี้ยงพิเศษ เชฟขนมหวานจะเป็นผู้สร้างสรรค์ขนมต่าง ๆรวมไปถึงเค้กวันเกิดให้แก่แขกในงาน 8. Commis de cuisine / Commisde pâtissier ผู้ช่วยเชฟResponsibilities– เตรียมวัตถุดิบ เช่น ชั่งตวงหรือ ปลอก หั่น –เวลามีวัตถุดิบมาส่ง จะเป็นคนเช็คสินค้า และ จัดเรียง– ควบคุมความสะอาดในครัวนอกจากนี้ ในปัจจุบันอาจจะมีบางตำแหน่งที่ถูกยกเลิกไปบ้าง เพราะการจัดเตรียมอาหารในปัจจุบันนั้นถือว่าค่อนข้างง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะมาเป็นอาหารแต่ละมื้อให้เราได้ทานนั้น จะต้องผ่านกระบวนการ ทำ ปรุง ต่างๆ จากมือเชฟหลายๆคน ซึ่งแต่ละคนก็มีหน้าที่ๆแตกต่างกัน โดยมีการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน เพื่อให้การทำอาหารเป็นไปอย่างราบรื่นที่มา: https://www.finedininglovers.com/blog/news-trends/fine-dining-job-roles/https://www.wongnai.com/food-tips/kitchen-family-tree?gclid=EAIaIQobChMIrqzGnJL_2QIVRiUrCh26uQKmEAAYASAAEgLyCPD_BwEhttp://www.waterlibrary.com/th/education/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84.html FoodStory POSร้านอาหารที่ดี ต้องมีระบบที่ดีไปพร้อมกันทดลองใช้ระบบฟรี: คลิกที่นี่เลย!โทร: 065-513-7744